ตายเพิ่มวันเดียว7ราย สธ.ชี้เป็น ช่วงพีกสุด/‘ปูติน’หนุน‘สปุตนิกวี’ให้ไทย


เพิ่มเพื่อน    

  ศบค.เปิดตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังเพิ่มระดับพันที่ 1,470 ราย เศร้า! เสียชีวิตเพิ่ม 7 ราย เปิดตัวเลขระลอก 3 ดับส่วนใหญ่มาจากโรคประจำตัว หนักสุดคือระลอกแรก “หมอโอภาส” ชี้เป็นช่วงพีกสุดของระฆังแล้ว คาด 1-2 สัปดาห์น่าจะลดลง กระทุ้งต้องจัดการเรื่องปาร์ตี้-สถานบันเทิงให้เด็ดขาด ข่าวดี! ปูตินพร้อมสนับสนุนวัคซีน “สปุตนิก วี” ให้ไทย บิ๊กตู่สั่ง สธ.เร่งเจรจา โควิด-19 ป่วนสภาสูง เหตุพนักงานติดเชื้อร่วมกิจกรรม “สมศักดิ์” เร่งแจงแค่กินข้าวไม่ได้ปาร์ตี้

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 เมษายน นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์โควิด-19 ในไทย ว่ามีผู้ป่วยรายใหม่ 1,470 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศทั้งหมด โดยมาจากระบบเฝ้าระวังและบริการ 1,370 ราย และการค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในชุมชน 100 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 48,113 ราย รักษาหายป่วยเพิ่ม 477 ราย หายป่วยสะสม 29,848 ราย ผู้ป่วยรักษาอยู่ 18,148 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 7 ราย ทำให้มียอดเสียชีวิตสะสม 117 ราย
สำหรับผู้เสียชีวิตทั้ง 7 รายนั้น รายที่ 1 เป็นหญิงไทย อายุ 24 ปี อาชีพค้าขาย จ.พัทลุง มีโรคประจำตัว โรคอ้วน เสียชีวิต วันที่ 20 เม.ย., รายที่ 2 หญิงไทย อายุ 68 ปี อาชีพดูแลเด็ก จ.สระบุรี มีโรคประจำตัวภูมิแพ้ เสียชีวิตวันที่ 20 เม.ย., รายที่ 3 ชายไทย อายุ 83 ปี กทม. มีโรคประจำตัว ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เสียชีวิตวันที่ 20 เม.ย., รายที่ 4 หญิงไทย อายุ 80 ปี เป็นผู้ป่วยติดเตียง จ.นครปฐม มีโรคประจำตัวเบาหวาน เสียชีวิตวันที่ 17 เม.ย.,  รายที่ 5 ชายไทย อายุ 45 ปี อาชีพพนักงานขับรถ กทม. เสียชีวิตวันที่ 20 เม.ย., รายที่ 6 ชายไทย 59 ปี พนักงานรัฐวิสาหกิจ กทม. มีโรคประจำตัวเบาหวาน เสียชีวิตวันที่ 20 เม.ย. และรายที่ 7 ชายไทย อายุ 86 ปี อาชีพรับจ้าง กทม. เสียชีวิต วันที่ 21 เม.ย.
“ในการประชุมศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (อีโอซี) มีการรายงานสถิติผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ระลอก พบว่าระลอกแรก ในปี 2563มีผู้เสียชีวิต 67 ราย จากผู้ป่วยสะสม 6,772 ราย คิดเป็น 0.82% ระลอกที่ 2 เดือน ม.ค.-มี.ค.64 มีผู้เสียชีวิต 27 ราย จากผู้ป่วย 21,035 ราย คิดเป็น 0.13% และระลอกที่ 3 เดือน เม.ย.มีผู้เสียชีวิต 16 ราย จากผู้ป่วย 17,780 ราย คิดเป็น 0.10% โดยผู้เสียชีวิตในระลอกแรกมากที่สุดคือช่วงวัย 40-59 ปี ระลอก 2 และระลอก 3 คือผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ทั้ง 3 ระลอกส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีโรคประจำตัว” นพ.ทวีศิลป์ระบุ  
ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะนี้ยังพบการติดเชื้อจากการไปเที่ยวผับบาร์และปาร์ตี้ยังมีเห็นอยู่ ทั้งที่ ศบค.สั่งปิดสถานบันเทิง ห้ามจัดปาร์ตี้ ก็มีคนลอบจัดงาน ซึ่งคนไม่ร่วมมือก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยตอนนี้การระบาดระลอกใหม่เข้าสู่ช่วงสูงสุดของระฆัง และเริ่มลดลง คาดว่า 1-2 สัปดาห์ก็น่าจะลง ไม่ขึ้นไปสูงเหมือนช่วงแรกๆ
“กทม.-ปริมณฑล”ยังหนัก
นพ.โอภาสกล่าวว่า การติดเชื้อยังเป็นปัญหาหลักที่ กทม.และปริมณฑล โดยวันนี้ กทม.ติดเชื้อกว่า 400 ราย และนนทบุรีกว่า 100 ราย ส่วนเชียงใหม่ลดลงไม่ถึง 100 ราย ทุกจังหวัดก็ทำอย่างเข้มแข็ง บางจังหวัดมีสั่งใส่หน้ากาก ไม่ใส่มีปรับ หลายจังหวัดคุมได้ดี โดยแผนที่ประเทศไทยวันนี้มีติดเชื้อ 66 จังหวัด โดยพื้นที่สีแดงคือวันนั้นมีรายใหม่เกิน 100 ราย เหลือแค่ไม่กี่จุด คือ กทม. และนนทบุรี ส่วนสีส้มมีรายใหม่ 51-100 ราย แถวเชียงใหม่ ชลบุรี ที่เหลือเป็นเหลืองอ่อนหรือเขียวที่ติดเชื้อไม่มาก แต่สถานการณ์เป็นวันต่อวัน ต้องติดตามใกล้ชิด
สำหรับความคืบหน้าการฉีดวัคซีนนั้น นพ.ทวีศิลป์ระบุว่า ฉีดเข็มแรกสะสม 746,617 คน เข็มที่สองสะสม 118,223 คน ส่วนกรณีผลข้างเคียงหลังการฉีดวัคซีนที่เกิดอาการคล้ายโรคอัมพฤกษ์นั้น นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า วันนี้ที่ประชุมอีโอซีได้หารือเรื่องนี้เป็นประเด็นใหญ่ และมีการนำเข้าข้อมูลจากคณะกรรมการพิจารณาเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จากวัคซีน 6 รายที่เกิดขึ้น โดยข้อสรุปเบื้องต้นเกี่ยวข้องกับการฉีดวัคซีน แต่ไม่เกี่ยวกับล็อตการนำเข้า ซึ่งการฉีดวัคซีนมีประโยชน์มากกว่า ฉีดกันเป็นแสนราย แล้วมีผลข้างเคียงเพียงไม่กี่ราย จึงไม่จำเป็นต้องหยุด หลังจากนี้จะพิจารณาลงลึกถึงสาเหตุต่อไป และชุดข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกก็ระบุว่าการฉีดเป็นกลุ่มใหญ่อาจเกิดอาการข้างเคียง หลังจากนี้คงมีรายงานรายละเอียดออกมา แต่ขณะนี้ทุกรายอาการไม่หนัก และยืนยันการฉีดวัคซีนจะเดินหน้าต่อ ด้วยความสมัครใจ ไม่มีการบังคับ แม้แต่บุคลากรทางการแพทย์ก็ใช้ความสมัครใจ
ส่วน นพ.โอภาสกล่าวถึงแผนการนำเข้าวัคซีนเพิ่มเติม 35 ล้านโดสว่า เพื่อฉีดคนที่อยู่ในแผ่นดินไทยมากขึ้น จากเดิมตั้งเป้า 70 ล้านโดส เพิ่มเป็น 100 ล้านโดส ขณะนี้มีวัคซีนแล้ว 65 ล้านโดส โดยการจัดหาวัคซีนมาอีก 35 ล้านโดส มี 3 แนวทาง ดังนี้ 1.ให้ภาครัฐ โดย สธ.และองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ไปเจรจาเพิ่มเติม ซึ่งก้าวหน้าหลายบริษัท 2.ภาคเอกชน โดยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ยินดีบริจาคเงินให้รัฐบาลจัดซื้อ และฉีดให้กลุ่มเป้าหมายคือ คนในโรงงานอีก 10 ล้านโดส และ 3.โรงพยาบาล (รพ.) เอกชนจะขอจัดซื้อเอง โดยฉีดให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย เช่น คนที่มีโรคประจำตัว และไปรักษาที่ รพ.เอกชนก็ฉีดวัคซีนนี้ เป็นต้น
“กระบวนการทั้งหมดต้องอยู่ภายใต้กติกาเดียวกันคือ 1.ต้องมีระบบการดูแลความปลอดภัยตามเกณฑ์ที่กรมควบคุมโรคกำหนด 2.ต้องมีระบบรายงานที่เชื่อมต่อกัน ซึ่งเรื่องที่สำคัญคือ การออกหนังสือการฉีดวัคซีน และ 3.ต้องมีระบบติดตามอาการไม่พึงประสงค์จากการฉีดวัคซีน ซึ่งภาคเอกชนก็เห็นพ้องต้องกัน” นพ.โอภาสกล่าว
“ปูติน”พร้อมช่วยวัคซีน
นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งให้กระทรวงการต่างประเทศเจรจาหารือกับรัฐบาลสหพันธรัฐรัสเซียโดยตรง เรื่องจัดหาวัคซีนสปุตนิก วี (Sputnik V) เพิ่มอย่างต่อเนื่องในรูปแบบรัฐต่อรัฐ ซึ่งล่าสุดนายกฯ ได้รับทราบรายงานว่าขณะนี้ กต.ได้รับคำตอบจากรัสเซียเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ยินดีให้การสนับสนุนรัฐบาลไทยเรื่องดังกล่าว นายกฯ จึงได้สั่งการให้ สธ.ดำเนินการต่อไปให้เป็นรูปธรรม ซึ่ง สธ.ได้นัดบริษัทตัวแทนวัคซีน สปุตนิก วี ในประเทศไทยมาหารืออย่างเร่งด่วนแล้ว
นายอนุชายังกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์รับทราบการรายงานจาก สธ. ซึ่งยืนยันการจัดสรรวัคซีนป้องกันโควิด-19 จากซิโนแวค 2,070,279 โดส และแอสตราเซเนกา 89,040 โดส รวมการจัดสรรวัคซีนทั้งหมด 2,159,319 โดส โดยมีการจัดส่งและกระจายวัคซีนทั้งหมดไปทั่ว 77 จังหวัดเรียบร้อยแล้ว เพื่อเร่งฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายโดยเร่งด่วน และขอให้มั่นใจว่าภายในสิ้นปี 2564 นี้ จะมีวัคซีนเข้ามากว่า 100 ล้านโดส สำหรับฉีดให้ประชาชนกว่า 50 ล้านคนแน่นอน
นายอนุชายังได้ชี้แจงไทม์ไลน์การนำเข้าวัคซีนโควิด-19 ซึ่งทยอยเข้ามาตั้งแต่เดือน ก.พ.แล้วจากซิโนแวค 200,000 โดส และแอสตราเซเนกา 117,000 โดส เดือน มี.ค.นำเข้าวัคซีนซิโนแวค 800,000 โดส และเดือนเม.ย.นำเข้าซิโนแวค 1,000,000 โดส และในเสาร์ที่ 24 เม.ย.นี้ จะมีวัคซีนจากซิโนแวค 500,000 โดส และมีแผนนำเข้าซิโนแวคเพิ่มเติมในเดือน พ.ค.อีก 1,000,000 โดส ซึ่งอยู่ระหว่างการหารือร่วมกับรัฐบาลจีน ขณะที่วัคซีนแอสตราเซเนกาที่ผลิตในไทยจะเริ่มทยอยส่งได้ตั้งแต่เดือน มิ.ย.เบื้องต้น 6,000,000 โดส และเพิ่มจำนวนตั้งแต่เดือน ก.ค.ไปถึงสิ้นปี 2564 จนครบ 61,000,000 โดส นอกจากนี้ยังมีบริษัทผลิตวัคซีนยี่ห้อต่างๆ เสนอขายวัคซีนแก่ไทย โดย สธ.อยู่ระหว่างการพิจารณาหารือราคาและเงื่อนไข นอกจากนี้รัฐบาลเดินหน้าเตรียมพร้อมทั้งการจัดหาวัคซีนทางเลือกภาคเอกชนเพิ่มเติมอีกประมาณ 35 ล้านโดส ซึ่งจะทำให้วัคซีน 100 ล้านโดส ภายในปลายปี 2564 นี้
    ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุขกล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์สั่งให้ สธ.แก้ไขปัญหาสายด่วน 1668 โทร.แล้วไม่มีใครรับสาย ว่านายกฯ ไม่ได้ตำหนิ การที่โทร.ไปไม่มีคนรับสาย ก็เหมือนกับโทรศัพท์ติดต่อบัตรเครดิต ซึ่งได้บอกให้กรมการแพทย์เพิ่มคู่สาย เพื่อปรับปรุงการให้บริการ แต่ยอมรับมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 โทรศัพท์เข้ามาจำนวนมาก
ขณะที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน เป็นประธานการแถลงข่าวเปิดศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สำนักงานประกันสังคม และสายด่วน 1506 กด 6 เพื่อเป็นช่องทางติดต่อให้กับผู้ประกันตนที่ไม่สามารถหาสถานที่ตรวจและสถานพยาบาลเข้ารับการรักษาในกรณีติดเชื้อได้ โดยจะให้คำแนะนำผู้ประกันตนที่เข้ารับบริการตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด-19 ให้คำปรึกษาการตรวจหาเชื้อโควิด-19 โดยจะให้บริการทุกวันจันทร์-วันอาทิตย์ เวลา 08.00-17.00 น. มีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการจำนวนทั้งสิ้น 10 คู่สาย
สำหรับกรณี รพ.สนามที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า การไปอยู่รวมกันจะทำให้มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นและกลายพันธุ์ของโรคหรือไม่ นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า การไปอยู่โรงพยาบาลสนามไม่ใช่อยู่อย่างสบายๆ ต้องเว้นระยะห่างกันทุกคน และใส่หน้ากากอนามัย ซึ่งการอยู่ร่วมกันนี้จะได้รับการดูแลจากบุคลากรทางการแพทย์ ถือว่าเป็นมาตรฐานที่สูงกว่าอยู่ในบ้านของตัวเองหรือในชุมชน ซึ่งโรงพยาบาลสนามใน จ.เชียงใหม่และกรุงเทพฯ ก็ดูเรียบร้อยดี  
น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสํานักนายกฯ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์รับทราบถึงปัญหาการรับ-ส่งผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพื่อทำการรักษาในสถานพยาบาล รพ.สนาม และรวมถึงเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลที่เป็นโรงแรม (ฮอสพิเทล) ทั้งจากการรายงานของ สธ. การได้รับเรื่องร้องเรียนโดยตรง รวมถึงจากโซเชียลมีเดีย ซึ่งนายกฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ จึงได้สั่งการให้ สธ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะกรณีตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ให้เร่งประสานบูรณาการส่งตัวผู้ป่วยเข้ารับการรักษาภายใต้การดูแลของบุคลากรทางการแพทย์โดยเร็ว ในกรณีที่อยู่ในระว่างรอรับตัว ต้องแจ้งแนวทางปฏิบัติของผู้ติดเชื้อโควิด-19 ให้ทราบอย่างชัดแจน
ใช้รถทหาร 30 คันส่งผู้ป่วย
พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (หน.ศปม.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ได้สั่งให้นำรถทหารเข้ามาช่วยในการลำเลียงผู้ป่วยโควิด-19 ว่าจะมาเข้าสนับสนุนในส่วนผู้ป่วยประเภทสีเขียว คือที่แพทย์ได้วินิจฉัยแล้วว่ามีผลเป็นบวก แต่อาการไม่มาก โดยจะเคลื่อนย้ายจากโรงพยาบาลที่ผู้ป่วยได้เข้ารับการตรวจและเอกซเรย์ปอดวินิจฉัยแล้วเข้าข่ายผู้ป่วยประเภทสีเขียว ไปส่งยัง รพ.สนาม โดยเบื้องต้นกองทัพได้สนับสนุนรถทหารในภารกิจแล้ว 10 คัน และตามแผนจะใช้ 30 คัน โดยจะเป็นรถพยาบาลของกองพันเสนารักษ์ รวมถึงรถสองตอน ที่ต้องแยกระหว่างคนขับกับผู้ป่วยออกจากกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะดำการในกรุงเทพฯ เป็นหลัก
    วันเดียวกัน ยังคงมีหลายส่วนที่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 โดยนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีการเดินทางไปร่วมรับประทานอาหารกับกลุ่มคนสนิทแล้วมีการติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งมีภาพหลุดออกมาเหมือนเป็นการปาร์ตี้ ว่าต้องขอโทษที่มีภาพหลุดออกมาจนเป็นประเด็นในสังคม แต่การไปร่วมรับประทานอาหารในครั้งนี้ไม่ใช่ปาร์ตี้ เป็นการรับประทานอาหาร ไม่มีดนตรีและการแสดงใดๆ และกิจกรรมดังกล่าวใช้เวลาไม่นาน
ทั้งนี้ นายสมศักดิ์ยังได้ไล่เรียงไทม์ไลน์ก่อนระบุว่า ตนและครอบครัวได้ไปตรวจเชื้อแล้วมีผลเป็นลบ แต่จะกักตัวจนครบและตรวจหาเชื้ออีกครั้ง
    น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักสำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกฯ และที่ปรึกษานายกฯ ฝ่ายข้าราชการประจำ ชี้แจงกรณีรายงานข่าวมีผู้พักอาศัยในซอยพิษณุโลก 1 เขตดุสิต ติดเชื้อโควิด-19 และเกิดความหวาดวิตกให้กับผู้ที่พักอาศัยอยู่ในบริเวณนั้น ซึ่งเป็นที่พักของตำรวจสันติบาลประจำทำเนียบรัฐบาล ที่ส่วนหนึ่งทำงานอยู่ภายในตึกไทยคู่ฟ้า ว่าหน่วยงานสอบสวนโรค และสำนักงานเขตได้เร่งเข้าไปตรวจสอบ พบว่าไม่มีข้อเท็จจริงกรณีตำรวจสันติบาลทำเนียบฯ ได้สัมผัสหรือใกล้ชิดกับผู้ป่วย สำนักโฆษกฯ จึงขอยืนยันว่าไม่มีตำรวจทำเนียบฯ เป็นผู้เสี่ยงสูง และที่ผ่านมาตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในทำเนียบฯ จะได้รับการตรวจโควิดเป็นระยะๆ อยู่แล้ว
ส่วนกรณีสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาประสานกรมควบคุมโรคตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้กับบุคลากรส่วนต่างๆ ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงนั้น ล่าสุดผลการตรวจหาเชื้อออกมาแล้วพบว่ามี 1 ใน 220 คนผลเป็นบวก ซึ่งเป็นพนักงานทำความสะอาด เพศชาย ฝั่งสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และในช่วงเช้า พนักงานรายดังกล่าวยังคงมาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ และร่วมกิจกรรมโครงการจิตอาสาเพื่อสังคมของวุฒิสภาในการขี่รถจักรยานยนต์ส่งอาหารในโครงการ "Senate Food ส.ว.มาแล้ว" เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนด้วย
นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ส.ว. ในฐานะคณะกรรมการดำเนินงานฯ ยอมรับว่า มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เข้าร่วมกิจกรรมจริง ซึ่งสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้สั่งการให้ ส.ว. 6 คน รวมถึงข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาที่เข้าร่วมกว่า 30 คน กักตัวเป็นเวลา 14 วันแล้ว แต่ยืนยันว่ากิจกรรมดังกล่าวจะยังคงดำเนินการต่อ โดยจะปรับเปลี่ยนรูปแบบ โดยให้ ส.ว.ในพื้นที่ต่างจังหวัดดำเนินการได้ภายใต้หลักการโครงการเดียวกัน
ทั้งนี้ ส.ว. 6 คนที่เข้าร่วมกิจกรรม อาทิ นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง ในฐานะประธานคณะกรรมการดำเนินงาน,  นายวัลลภ, นางฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร, ว่าที่ ร.ต.วงศ์สยาม เพ็งพานิชภักดี และ พล.ต.โอสถ ภาวิไล
นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงสถานการณ์โควิด-19 ภายในสภาว่า ได้รับรายงานล่าสุดว่ามีเจ้าหน้าที่ของ ส.ว.ติดโควิด 2 คน และในส่วนของสภาผู้แทนราษฎร 1 คน โดยเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิทยุโทรทัศน์ของสภา ซึ่งอยู่ระหว่างรอผลตรวจเชื้อ นอกจากนี้ยังมีบุคคลใกล้ชิดอยู่ระหว่างการรอผลตรวจอีก 25 คน และอยู่ระหว่างการเฝ้าระวังเจ้าหน้าที่สำนักกรรมาธิการ 2 ที่เป็นผู้หญิง เนื่องจากสามีติดโควิด-19 แล้ว ซึ่งผลการตรวจครั้งที่ 2 ยังไม่พบการติดเชื้อ
นพ.สุกิจกล่าวถึงการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับ ส.ส. ว่า ส.ส.สามารถไปฉีดวัคซีนได้ตามที่รัฐบาลจัดสรรให้เท่ากับจำนวน ส.ส.ที่สถาบันบำราศนราดูร ห้องประชุมอัจฉรา ตั้งแต่วันที่ 16-30 เม.ย.นี้ เวลา 09.00-15.30 น. โดยขณะนี้มี ส.ส.ไปฉีดวัคซีนแล้ว จำนวน 110 คน
“เรื่องการฉีดวัคซีนไม่ควรพูดพาดพิงถึงบุคคลอื่น เพราะเรื่องนี้ถึงเป็นเหตุผลส่วนตัวของแต่ละคนที่จะฉีดหรือไม่ฉีด ซึ่งวัคซีนที่ฉีดให้คือเฉพาะ ส.ส. อย่าเอาทีมงานไป” นพ.สุกิจกล่าว.


"โควิด" ก็เหอะ จ๋อยเป็นเหมือนกัน! เมื่อเจอ "ฮามาส-ปาเลสไตน์" กับ "อิสราเอล-ยิว" ถล่มใส่กันแหลก

"ควรมีคนเช่นนี้อยู่หรือ?"
โปรใหม่ "ล่าสุด" ชวนฉีด
"วาระแห่งชาติ" คืออะไร?
มหาดไทย "สะท้อนไทย"
๒ ยุค ๒ สมัย ใน ๑ ลีลา
เมื่อ "เดือนกันยา" มาเยือน