แคนดิเดต นายกฯ?


เพิ่มเพื่อน    

ธนาธร แคนดิเดตนายกฯ?

ขอปักธง ล้มระบอบ คสช.

      หลัง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ ปิยบุตร แสงกนกกุล สองแกนนำตั้ง พรรคอนาคตใหม่ แถลงข่าวเปิดตัวการตั้งพรรคอนาคตใหม่ไปเมื่อ 15 มี.ค.61 รวมถึงได้ไปยื่นเรื่องต่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งในวันเดียวกันเพื่อจดแจ้งชื่อพรรค ในที่สุดพรรคอนาคตใหม่ก็จะมีการประชุมใหญ่พรรคนัดแรกในวันอาทิตย์ที่ 27 พ.ค.นี้ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต      

      ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ที่นับแต่เปิดตัวเล่นการเมือง ก็สร้างกระแสความสนใจจากประชาชนหลายกลุ่ม จนมีชื่อติดผลสำรวจบุคคลอันดับต้นๆ ที่ประชาชนสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีหลังเลือกตั้งในผลโพลหลายสำนัก โดย ธนาธร ย้ำอีกครั้งว่า จะปักหลักอยู่บนถนนการเมืองอีกยาวหลายปี หลังทิ้งเก้าอี้รองประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัท ไทยซัมมิท เพื่อมาทำงานการเมืองเต็มตัว และบอกว่าการเข้าสู่การเมืองครั้งนี้จะต่อสู้จนกว่าจะชนะ บนเป้าหมายเพื่อต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน, การนำทหารออกจากโครงสร้างการเมืองออกไปให้ได้, การปฏิรูปประเทศในด้านต่างๆ อาทิ การปฏิรูปการศึกษาเพื่อนำรัฐไทยและกระทรวงศึกษาธิการออกจากระบบโครงสร้างการเรียนการสอนในปัจจุบัน รวมถึงย้ำว่าพร้อมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีหากประชาชนให้โอกาส

      ธนาธร ยืนยันถึงความพร้อมของตัวเองบนถนนการเมืองในวัย 40 ปีต้นๆ ว่า ขณะนี้พร้อมทุกอย่าง เพราะได้ทิ้งทุกอย่างในชีวิตธุรกิจเพื่อมาเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ถ้าคิดว่าทำไม่ได้ ถ้าไม่พร้อม คงไม่มาทำ แต่ที่มาเพราะปวารณาแล้วว่าภารกิจของชีวิตคือการส่งผ่านประเทศไทย ที่ไม่มีรัฐประหารอีกครั้ง ให้คนรุ่นหลัง

      ส่วนการประชุมใหญ่พรรคนัดแรกในวันที่ 27 พ.ค.นี้ คาดว่าจะมีสมาชิกพรรคมาร่วมประชุมประมาณ 700 คน โดยมาจาก 77 จังหวัด เป็นตัวแทนแต่ละจังหวัด นอกจากนี้จะมีการระดมทุนตั้งพรรคให้ได้ 1 ล้านบาท จากนั้นมีการเลือกกรรมการบริหารพรรค และเปิดตัวแถลงข่าวถึงอุดมการณ์การทำพรรคการเมือง

        ประกาศมาหลายครั้ง ยืนยันอีกครั้ง ผมพร้อม ถ้าประชาชนพร้อม ผมก็พร้อมรับใช้ ธนาธรพูดย้ำหลังถามถึงว่า พร้อมจะเป็นนายกรัฐมนตรีหลังเลือกตั้งหรือไม่

      ถามถึงกรณีมีชื่อติดโพลคนที่ประชาชนอยากให้เป็นนายกฯ ทั้งที่เข้าสู่ถนนการเมืองได้แค่ 2 เดือน แปลกใจหรือไม่ ธนาธร กล่าวว่า ไม่แปลกใจ เพราะคนเบื่อ คนเบื่อพรรคการเมือง เบื่อทหาร คนเบื่อกระบวนการยุติธรรมทั้งหมด เบื่อศาล ไม่มีใครศรัทธาในองค์กรการเมืองที่มีอยู่ ความเชื่อถือ ความศรัทธามันพังไปหมด

ธนาธร กล่าวถึงพรรคการเมืองในอุดมคติว่า ก็เป็นพรรคแบบที่กำลังจะสร้าง พรรคเป็นของประชาชน พรรคไม่มีคนใดคนหนึ่งครอบงำการตัดสินใจ พรรคที่ฟังเสียงประชาชน พรรคที่นโยบายพรรคสะท้อนความต้องการของสมาชิกที่อยากจะได้ พรรคที่มีอุดมการณ์

      -แต่ภาพลักษณ์ของธนาธรก็ยังถูกมองว่าเป็นนายทุนพรรค?

รอดูวันที่ 27 พ.ค. ถึงวิธีการทำงานของเรา ระดมทุนบนโต๊ะ 350 ล้าน อย่างน้อยใช้ในการเลือกตั้ง declare ทุกบาททุกสตางค์ว่ามีที่มาจากไหน ใช้จ่ายกันอย่างไร ทุกบาทเปิดให้คนเห็น ไม่มีพรรคไหนทำมาก่อน เราจะทำที่นี่ พรรคที่ไม่ซื้อ ส.ส. ไม่ซื้อหัวคะแนน แต่คะแนนจะมาจากการรณรงค์เรื่องนโยบาย อุดมการณ์ของพรรคอย่างแข็งขัน เราเชื่อว่าคะแนนและอุดมการณ์เป็นเรื่องเดียวกัน 

      -ถึงตอนนี้แปลกใจหรือไม่ทำไมกระแสตอบรับพรรคค่อนข้างดี?

ไม่แปลกใจ เรารู้อยู่แล้ว นี่คือจุดมืดมิดของสังคม เรายอมให้อันธพาลกลุ่มหนึ่งมาครอบงำประเทศได้นานเกินไปแล้ว คุณรู้ไหม เวลาผมลงพื้นที่ ประโยคที่ประชาชนมาบอกเยอะที่สุดคือ บางคนน้ำตาซึม ร้องไห้ ขอจับมือบอกว่า ขอบคุณมาก ผมเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์อีกครั้ง ทำให้ความหวังกลับมาอีกครั้ง เป็นประโยคที่ผมได้ยินบ่อยที่สุดในการลงพื้นที่ต่างจังหวัดเพื่อฟังปัญหาประชาชน

      -แนวทางพรรคจะไม่ทำการเมืองแบบเก่าๆ เช่นพวกระบบหัวคะแนน ก็ไม่มีไม่เอา?

ไม่ทำ ไม่จำเป็นแล้ว เราจะทำการเมืองใหม่ จะไปเล่นเกมของคนอื่นได้อย่างไร เกมที่คุณไม่รู้จัก ไปเล่นในสนามที่เขารู้กลเม็ดทุกประตู รู้ทุกอย่างในสนามนี้ คุณไปเล่นในสนามนั้นก็มีแต่แพ้ ต้องสร้างรูปแบบใหม่ ที่เรามีโอกาสชนะขึ้นมา หากไปเล่นในเกมหัวคะแนน ผมจะรู้หรือว่าหัวคะแนนคนนี้มีคะแนนจริงหรือไม่ ไม่มีทาง ผมจะไปรู้ได้อย่างไร พรรคการเมืองที่ตั้งอยู่มาก่อน ที่เคยทำการเมืองแบบนี้ เขารู้อยู่แล้ว ว่าใครหัวคะแนน คนนี้ของจริงหรือไม่ หรือของปลอม พรรคการเมืองเขาเช็กได้หมด ว่าซื้อเสียงไป คะแนนไม่ออก หลังเลือกตั้ง เอาปืนไปยิง

      ถามว่าผมมีมาเฟียอยู่ข้างหลังไหม ไม่มี หลังเลือกตั้งหัวคะแนนคนไหนไม่มีคะแนนให้ โดนข่มขู่คุกคาม บางกรณีโดนเรียกเงินคืน ให้เงินไปแล้ว ไหนสัญญาว่าจะได้คะแนนกี่คะแนน ทำไมทำไม่ได้ โดนยิง โดนคุกคาม แต่ผมไม่มีมาเฟียอยู่ข้างหลัง ผมไม่รู้หัวคะแนนคนไหนของจริงของปลอม ไม่รู้หรอกว่าหัวคะแนนคนไหนรับเงิน หนึ่งพรรค สองพรรค สามพรรค

      หากไปเล่นเกมนี้ก็มีแต่แพ้ ต้องไม่เล่น ไม่ทำ หัวคะแนนของผม คือคนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน คนที่จะไปพูดถึงพรรคเรา เพราะเชื่อในอุดมการณ์ว่าการเมืองแบบใหม่เป็นไปได้ การเมืองไทยที่ไม่มีรัฐประหารเป็นไปได้ นี่คือหัวคะแนนในความหมายของเรา คนที่มีศรัทธากับพรรค คนที่เชื่อในอุดมการณ์ของพรรค คือสมาชิกที่เชื่อว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของพรรค มีส่วนในการกำหนดนโยบายของพรรคได้

      สำหรับกระบวนการคัดเลือกผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ โดยเฉพาะระบบเขต ธนาธร บอกหลักเกณฑ์ไว้ว่า ขึ้นอยู่กับคนในพื้นที่ ผ่านระบบไพรมารีโหวต โดยช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา หลังเปิดตัวตั้งพรรค มีคนติดต่อผมมาประมาณ 40-50 คนแล้วที่เป็นอดีต ส.ส.เก่า หรือพวกนักการเมืองท้องถิ่น ผมก็บอกให้ไปถามคนในพื้นที่ ผมจะไม่กำหนดว่า ขอนแก่น เขต 1 ให้นายคนนี้ไปลงสมัคร ถ้าแบบนี้สมาชิกพรรคจะมีความหมายอะไร แม้แต่ผมก็กำหนดไม่ได้ ผมไม่กำหนด เพราะแบบนี้คือระบบอุปถัมภ์ในพรรค การเมืองรูปแบบเก่า เราไม่เอา คนที่มาติดต่อผม ผมบอกเหมือนกันหมด หากต้องการลงสมัครเขตเลือกตั้งไหน คนที่จะกำหนดว่าจะลงแข่งขันได้หรือไม่ คือสมาชิกพรรคในเขตเลือกตั้งนั้นๆ ที่จะคิดกันเองว่า คนไหนเหมาะสมที่จะส่งไปชิงกับคนของพรรคเพื่อไทย ประชาธิปัตย์ เป็นเรื่องของสมาชิกพรรค 

      ธนาธร กล่าวถึงแนวทางการเมืองของพรรคอนาคตใหม่ในประเด็นต่างๆ เช่น เรื่อง การปฏิรูป ว่า ต้องเอาทหารออกจากการเมืองไทยให้ได้ เพราะเป็นอุปสรรคต่อการบริหารประเทศ

      ...ผมผ่านการรัฐประหาร 5 ครั้ง 3 ครั้งสำเร็จ 2 ครั้งไม่สำเร็จ คำถามง่ายๆ ประเทศเราเดินไปตามครรลองสากล พัฒนาประเทศโดยไม่มีการรัฐประหารไม่ได้เลยหรือ เราจะส่งผ่านสังคมที่รัฐประหารทุกๆ 8 ปี ให้ลูกหลานเราได้ไหม เชิญชวนประชาชนมาร่วมกัน รัฐประหารต้องหยุดได้แล้ว เป็นประวัติศาสตร์ได้แล้ว จะเป็นปัจจุบัน อนาคตไม่ได้อีก เชิญชวนทุกคนมาร่วมกับพรรคผม ทำให้เรื่องนี้เป็นจริง

      ...ความหลากหลายทางความคิด ความขัดแย้ง เป็นเรื่องปกติสังคมประชาธิปไตย ประเทศไหนก็มีความขัดแย้ง ไม่ได้มีเรื่องอะไรซับซ้อน แต่ความขัดแย้ง ความเห็นต่างไปหาข้อสรุปในสภาฯ เชิญชวนทุกคนกลับมาทำให้เป็นประชาธิปไตย ระบบรัฐสภาให้เข้มแข็ง จะทำอย่างนี้ได้ ต้องหยุดการสืบทอดอำนาจของระบอบ คสช. ไม่ใช่แค่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเป็นนายกฯ ต่อหลังการเลือกตั้งเท่านั้น แต่หมายถึงต้องล้มรัฐธรรมนูญ 2560 ด้วย เพราะ รธน.ดังกล่าวคือความพยายามสืบทอดอำนาจ ที่มาเนื้อหากระบวนการไม่เป็นประชาธิปไตย ถ้าเราอยากหยุดระบอบ คสช. ต่อให้มีการเลือกตั้ง ระบอบนี้ยังอยู่กับเรา ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 ข้อเสนอของเราจึงต้องร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เป็นประชาธิปไตยโดยประชาชน แล้วก็หยุดการทำรัฐประหารไม่ให้เกิดขึ้นอีก

      ผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่-ธนาธร ยืนยันว่า แนวทางข้างต้น เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญ, การนำทหารออกจากการเมืองไทย ทางพรรคจะชูเป็นแคมเปญหลัก เพราะเป็นเรื่องง่ายๆ เพราะไม่ว่าจะใส่เสื้อสีอะไร ความเชื่อแบบไหน ควรมีความเห็นตรงกันว่า ประชาธิปไตยคือพื้นฐานการอยู่ร่วมกันของคนในสังคม

      ต่อข้อถามว่า บริบททางสังคมไทยค่อนข้างซับซ้อน การรัฐประหาร หนึ่งในข้ออ้างที่ทหารอ้างมาตลอดคือ ฝ่ายค้าน-รัฐบาลตกลงไม่ได้ ธนาธร ให้คำตอบว่า ก็เป็นเรื่องปกติ เขาก็ต้องหาข้ออ้างตลอด คอร์รัปชัน เพราะคุณอ้างอย่างนี้ ไม่ปล่อยให้ประชาชนเติบโต ต้องปล่อยให้ดอกไม้มันบาน เมื่อ 50 ปีที่แล้ว เกาหลีใต้ ไต้หวัน กับไทย การพัฒนากับรายได้ประเทศอยู่ระดับเดียวกัน แต่ประเทศเป็นประชาธิปไตย แล้วปล่อยให้กลไกประชาธิปไตยทำงาน ให้ประชาชนกำหนดอนาคตตัวเอง ประเทศเหล่านี้ไปถึงไหน แต่ไทยยังอยู่ที่เดิม

      ...วันก่อนขึ้นรถไฟ 20 ปีที่แล้วเป็นอย่างไร วันนี้ขึ้นรถไฟก็เหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยน แล้วอะไรที่มันต่างกัน คำตอบเดียวที่เห็น คือการแทรกแซงของอำนาจที่ไม่เป็นประชาธิปไตยของสังคมไทย ประชาชนไม่มีสิทธิ์กำหนดอนาคตตัวเอง อย่าไปเชื่อคำลวงว่า รัฐบาลแก้ปัญหาไม่ได้ วิกฤติเป็นวิกฤติถูกสร้าง ไม่ใช่วิกฤติที่เกิดจากการเมืองด้วยตัวมันเอง คอร์รัปชันเป็นวาทกรรมที่ถูกสร้างเพื่อให้คนกลัวประชาธิปไตย ซึ่งมันกลับหัวกลับหาง วิธีกำจัดคอร์รัปชัน ไม่ใช่การดึงประชาธิปไตยออกมา มันไร้สาระ ไม่มีที่ไหนทำ วิธีกำจัดคอร์รัปชัน คือการฉีดประชาธิปไตยลงไปมากกว่านี้อีก ประเทศในโลกที่เป็นประชาธิปไตย ญี่ปุ่น เยอรมัน อังกฤษ จะอ้างประเทศไหนก็ได้ที่เป็นประชาธิปไตย ไม่มีประเทศไหนไม่มีทุจริต มีทุกประเทศ เรารู้ว่าประชาธิปไตยไม่ได้แก้ไขปัญหาคอร์รัปชันได้เด็ดขาด แต่เราก็รู้อีกหนึ่งอย่าง ยิ่งเป็นประชาธิปไตยเท่าไหร่ เรายิ่งมีคอร์รัปชันน้อยลงเท่านั้น

ผมขอพูดอีกครั้ง ยิ่งเป็นประชาธิปไตยมากเท่าไหร่ ยิ่งมีคอร์รัปชันน้อยลงเท่านั้น ประวัติศาสตร์มนุษยชาติมันพิสูจน์มาแล้ว

        -จะชูแคมเปญหาเสียงเรื่องแก้ไข รธน. แต่ในความเป็นจริงก็ทำได้ยาก เพราะต้องอาศัยเสียง ส.ว.ที่มาจากการเลือกเฟ้นของ คสช. 250 คน จะทำได้อย่างไร?

      ไม่ใช่แค่ ส.ว. 250 คน คณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็แต่งตั้งโดย คสช. ศาลรัฐธรรมนูญก็เห็นแล้วว่า การตัดสินใจที่ผ่านมา เป็นอคติกับระบอบประชาธิปไตย

      ถามว่าจะแก้อย่างไร ง่ายๆ ดึงฉันทามติของสังคมมา เราต้องชนะในสงครามความคิด (ทำท่ากำหมัด) เราต้องยึดกุมความคิดของสังคมให้ได้ว่า รัฐธรรมนูญ 2560 มีปัญหา เราพอแล้วกับการทำรัฐประหาร ทำให้สังคมเชื่อเรื่องนี้ให้ได้ แล้วสังคมทั้งสังคมเดินไปกับเรา ดึงจิตวิญญาณสมัยปี 2540 กลับมาอีกครั้ง ดึงความเห็นชอบของคนทั้งสังคมแบบสมัยธงเขียวกลับมาอีกครั้ง หมายความว่า ถ้าสังคมทั้งสังคมเห็นร่วมกัน รัฐธรรมนูญ 2560 และรัฐประหารคือปัญหา ส.ว. 250 คน จะไม่กล้ายกมือสวน ศาลรัฐธรรมนูญ, กรรมการ ป.ป.ช., กรรมการการเลือกตั้ง จะไม่กล้าหยุดยั้ง ต้องทำการต่อสู้ทางความคิด ปักหมุด (ทำท่าปักหมุด) ให้ไกล นั่นจึงมีความจำเป็น

      ...ต้องมีพรรคแบบเราอยู่ในสังคม พรรคที่กล้าปักหมุด พูดในเรื่องก้าวหน้า พูดในวาระที่นักการเมืองคนอื่นไม่กล้าพูด แล้วเราบอกว่า เป็นจุดมุ่งหมายเดียวที่สังคมจะไป ไม่ใช่จุดมุ่งหมายอื่น ประเทศไทยที่มีรัฐประหารทุก 8 ปี คือ อนาคตเก่า เราต้องเชื่อว่า นี่คือรูปแบบเดียว อย่าไปคิดว่า จะเป็นอย่างนี้ อย่างนี้ เดี๋ยวจะมีอุปสรรค วิกฤติ เพราะนั่นเป็นสิ่งที่เขาอยากให้คุณเชื่อ เพื่อเขาจะมาแทรกแซงอำนาจได้

      เราต้องเชื่อว่า สังคมที่อยู่ในครรลองประชาธิปไตยเป็นไปได้ เป็นที่ที่ควรจะไป ถ้าเชื่อแบบนั้น อะไรก็ตามที่ขวางทาง ต้องต่อสู้เพื่อปกป้องเมล็ดพันธุ์ของประชาธิปไตยให้มันงอกงาม ถ้าคิดว่ามันเป็นไปได้ ก็จะเป็นไปไม่ได้ ถ้าคิดว่าเป็นไปได้ เริ่มทำตั้งแต่วันนี้ ปลูกเมล็ดพันธุ์นี้ ปลูกให้มันเติบโต อย่ายอมให้ใครมาตัดเมล็ดพันธุ์ อย่ายอมให้ใครมาเหยียบย่ำเมล็ดพันธุ์นี้ได้ง่ายๆ อีก

      -มีเสียงวิจารณ์ว่าพรรคอนาคตใหม่ดูเหมือนต้องการสื่อสารกับแค่คนรุ่นใหม่ คนใช้โซเชียลมีเดีย คนในเมือง โดยกลุ่มอื่นๆ ไม่ค่อยสื่อสาร?

ก็คนไม่เห็นสิ่งที่เราทำ อย่างเวลาที่เราเดิน On Ground ไม่มีพรรคการเมืองตั้งใหม่พรรคไหน บ้าบอที่จะไปคอยเดินหาคนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน จาก 77 จังหวัด 350 เขตเลือกตั้ง มาร่วมประชุมพรรคครั้งที่ 1 คุณไปดูพรรคการเมืองอื่นที่เขาทำกัน เขาโกยๆ กันมา แล้วมายกมือ แต่พรรคผม จะมีคนมาจาก 77 จังหวัดจริงๆ มาเลือกกรรมการบริหารพรรค พรรคอื่นเขาเตี๊ยมกันมาหมดแล้ว มาจัดประชุมพรรคเพื่อพิธีกรรม แต่การประชุมพรรคอนาคตใหม่ 27 พ.ค. ไม่ใช่พิธีกรรม แต่มาเพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรคกันจริงๆ ผมยังไม่รู้เลย กรรมการบริหารพรรคจะมีใครบ้าง ทั้งหมดขึ้นอยู่กับสมาชิก ไม่มีพรรคการเมืองไหนที่เปิดพื้นที่ขนาดนี้

      กับการเป็นพรรคใหม่บนถนนการเมือง ธนาธร ยืนยันว่า เรื่องจำนวนที่นั่ง ส.ส.ในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น ไม่ได้คาดหวังอะไร เป็นเรื่องการต่อสู้ทางความคิด การได้มาซึ่งจำนวนที่นั่ง ส.ส.เป็นเรื่องเดียวกันกับการเอาชนะทางความคิด ถ้าได้ ส.ส.โดยไม่ได้ชนะทางความคิด ก็ไม่มีประโยชน์

...ต้องปักวาระทางความคิดให้สังคมก้าวหน้า ให้สังคมเดินตามเรา ให้สังคมเดินตามวาระเรา ย้อนหลังกลับไปดูก่อนหน้านี้เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว มีใครกล้าพูดบ้างว่าไม่เอารัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ไม่เอารัฐประหาร วันนี้ทุกคนพูดจนเป็นเรื่องปกติ วันนี้ใครไม่พูดตกขบวนเลย เพราะเรากล้าปักวาระที่ก้าวหน้าให้สังคมเดินตาม ส่วนเรื่อง ส.ส.อีกเรื่องหนึ่ง แต่สำคัญเท่ากัน อย่าไปมองเรื่อง ส.ส.อย่างเดียว ถ้าได้ ส.ส. แต่ไม่มีอุดมการณ์ ไม่มีประโยชน์ ไม่รู้จะทำพรรคการเมืองทำไม ถ้าเป็นพรรคการเมืองแล้วไม่มีอุดมการณ์ ผมก็หาคำตอบไม่ได้ว่าจะทำพรรคการเมืองทำไม เป็นพรรคการเมืองอุดมการณ์ต้องแข็ง อัตลักษณ์พรรคต้องชัดเจน อัตลักษณ์–อุดมการณ์–คะแนนเสียงคือที่มาของจำนวน ส.ส.  

      -หากผลการเลือกตั้งออกมาต้องผิดหวัง?

ก็ทำงานต่อไป อาจารย์ปิยบุตรก็ลาออกจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แล้ว ผมก็ลาออกจากการทำธุรกิจแล้ว นี่คือเกมการเมืองระยะยาว คุณคิดว่าจะเอาทหารออกจากการเมืองได้ เป็นไปได้แค่การเลือกตั้งครั้งเดียวหรือ ไม่ใช่ อันนี้สู้กันมาตั้งแต่ ปี 2475 ผ่านมา 80 กว่าปียังไม่จบเลย คุณหวังจะให้ผมทำภายในปีเดียวหรือ ไม่ได้ นี่คือการต่อสู้ระยะยาว ใช้เวลาอีกหลายปี

      -ยืนยันจะอยู่บนถนนการเมืองยาวนาน จนกว่าจะชนะ

ใช่ๆ (ย้ำหลายครั้ง) หรือจนกว่าสมาชิกพรรคจะไม่เลือกผม ไปเลือกคนอื่น ก็จนกว่าจะชนะ

ต่อข้อถามว่า ที่ผ่านมาการเมืองไทยมีลักษณะทำลายล้าง ธนาธร ตอบทันทีว่า เราก็จะทำลายล้างกลับด้วยความคิดสร้างสรรค์ ด้วยรูปแบบการทำเมืองใหม่ๆ เราจะทำลายวาทกรรมประเภทที่ว่า การเมืองเป็นการเมืองแบบสกปรก ทำลายล้าง จะทำอะไรก็ทำไม่ได้ เพราะคิดแบบนี้ ถึงทำไม่ได้ แต่เราต้องคิดว่าทำได้ และต้องทำ

      ...เพราะหากไม่ทำ ลูกหลานของเราจะเติบโตมาในสังคมที่เฮงซวยแบบนี้ คุณอยากให้ลูกหลานคุณอยู่ในสังคมแบบนี้หรือไม่ แต่ผมไม่อยาก ผมอาจโชคดีกว่าคุณ เพราะผมพาลูกผมไปอยู่เมืองนอกได้ แต่ถ้าคุณคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ พูดอะไรก็เป็นไปไม่ได้ พูดอะไรก็ติดกับ ก็อยู่กันอย่างนี้ จะเอาแบบนี้กันต่อไปหรือ ต้องไม่เอา พอได้แล้ว กับการให้คนไม่กี่คนที่อยู่ในจุดที่ได้ประโยชน์ในสังคมมาเหยียบหัวคุณตลอดเวลา พอพวกคุณอยากมาแบ่งอำนาจ อยากได้อำนาจ อยากได้ประชาธิปไตย ก็เอาทหารมารัฐประหาร จะเอาแบบนี้ไหม

      พร้อมกันนี้ ธนาธร ยังกล่าวถึงอนาคตทางการเมืองหากพรรคอนาคตใหม่จะต้องจับมือกับพรรคการเมืองอื่นหลังเลือกตั้งว่า พรรคอนาคตใหม่พร้อมทำงานกับทุกพรรคที่เชิดชูประชาธิปไตยและหลักสิทธิมนุษยชนสากล รวมถึงเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เราพร้อมทำงานกับทุกพรรคที่นับถือเรื่องเหล่านี้ แต่ถ้าพรรคไหนไม่นับถือประชาธิปไตย ไม่เชิดชูสิทธิมนุษยชน ก็ป่วยการที่จะทำงานด้วย เราเห็นไม่ตรงกันในเรื่องพื้นฐานเรื่องปรัชญา เรื่องการดำรงอยู่ในสังคมแล้วจะทำงานร่วมกันได้อย่างไร

 

โมเดลรัฐสวัสดิการ

วิพากษ์รัฐไทย ในระบบการศึกษา

        ธนาธร-ผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ พรรคการเมืองจัดตั้งใหม่แต่ถูกพูดถึงมากที่สุดพรรคหนึ่งในช่วงที่ผ่านมา กล่าวถึงกรณีที่เคยบอกไว้ก่อนหน้านี้ว่าหากได้เป็นนายกฯ-เป็นรัฐบาล จะมีนโยบายการแก้ปัญหาประเทศด้วยหลัก 3 ป. คือ ปลดล็อก-ปรับโครงสร้าง-เปิดโอกาส ว่าเรื่องนี้หากคุยรายละเอียดสามารถคุยได้เป็นวัน แต่แนวทางหลักก็คือ ปลดล็อก จะเป็นเรื่องการต้องปลดล็อกการผูกขาดทางเศรษฐกิจ ปลดล็อกทางการเมือง เอาทหารออกจากการเมือง ขณะที่ ปรับโครงสร้าง ก็คือการกระจายอำนาจ ปฏิรูปการศึกษา ปฏิรูประบบสวัสดิการ และ เปิดโอกาส จะเป็นเรื่องการให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งทุน นโยบายรัฐสวัสดิการ เป็นต้น

      ...ขณะที่เรื่องแนวทางการแก้ปัญหาความขัดแย้ง ก็คือต้องนำทุกคนกลับมาให้เชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย ยกเลิก รธน.2560 ตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญแล้วให้มีการเลือกตั้ง ให้มีรัฐบาลภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ วิธีนี้จะทำให้คนกลับมาเยอะที่สุด ไม่เห็นยากตรงไหน สามัญสำนึกพื้นฐานล้วนๆ  เอาประชาชนทุกคนมาอยู่ฝั่งเดียวกัน เอาคนที่ไม่เอาประชาธิปไตยไปอยู่อีกฝั่งหนึ่ง ไม่มีอะไรซับซ้อน  ส่วนเรื่องความเห็นที่แตกต่างกันก็ไม่มีปัญหา เมื่อเข้าไปอยู่ในรัฐสภาก็มีความเห็นที่แตกต่างได้ เราต้องการความหลากหลายเพราะความหลากหลายเป็นที่มาของความคิดสร้างสรรค์ โดยใช้รัฐสภาเป็นที่สร้างจุดสมดุล จะใส่เสื้อสีอะไรก็ได้แต่ให้ทุกคนกลับมาเชื่อมั่นในระบบรัฐสภาอีกครั้ง

      ทั้งนี้หลังมีการเปิดตัวพรรคอนาคตใหม่ แกนนำของพรรคทั้งธนาธร-ปิยบุตร และคณะทำงานด้านต่างๆ ของพรรคก็มีการจัดกิจกรรมลงพื้นที่รับฟังปัญหาของประชาชนในหลายภาคส่วนในภาคต่างๆ  เช่น เชียงใหม่ ขอนแก่น พระนครศรีอยุธยา พังงา ภูเก็ต โดย ธนาธร กล่าวว่าสิ่งที่ได้จากการพบประชาชนดังกล่าวเป็นเรื่องที่ดีมาก เราเห็นความคิดสร้างสรรค์เห็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงเต็มไปหมด ใครอยากพัฒนาเศรษฐกิจ ไม่มีนโยบาย ต้องไปฟังคนพูด นโยบายดีๆ อยู่ตรงนั้นเต็มไปหมด เป็นการเหลาดินสอทางความคิดของเรา เมื่อฟังเขาพูดทำให้เราเข้าใจปัญหาของประชาชน มองเห็นทางออกมากขึ้นว่าจะจัดการอย่างไร ทางออกมีอยู่แล้วอยู่ที่ตัวเขาเอง ปัญหาคือ เขาไม่มีอำนาจตัดสินใจ ไม่มีอำนาจกำหนดอนาคตตัวเอง รัฐไทยไม่ต้องการให้ใครมีอำนาจ รัฐไทยไม่ต้องการให้คนมีประชาธิปไตย  ไม่ต้องการให้ใครความคิดสร้างสรรค์ นี่คือโครงสร้างรัฐไทยในปัจจุบัน

      ...ปัญหาที่คนพูดเยอะคือเรื่องอำนาจกับการศึกษา เรื่องอำนาจเช่นในภาคใต้ พังงาซึ่งเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพมาก เขาก็อยากดึงดูดนักท่องเที่ยว เพราะนักท่องเที่ยวที่มามีกำลังซื้อเขาอยากได้ท่าเรือที่เป็นมาตรฐานระดับโลกเพื่อโปรโมตการท่องเที่ยว เป็นท่าเรือที่มีทางลาดเอียง ราวจับ เรือใหญ่เข้าจอดท่าได้ มีห้องน้ำสะอาด นี่คือสิ่งที่คนท้องถิ่นต้องการ แต่ปัญหาเกี่ยวกับการมีท่าเรือต้องเกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง เช่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ กระทรวงเกษตรฯ คมนาคม มหาดไทย แค่ท่าเรืออันเดียวต้องไปดีลกับหลายหน่วยงาน โดยที่ท้องถิ่นไม่มีอำนาจในการตัดสินใจ หน่วยงานก็ต้องรายงานเรื่องมายังกระทรวงต้นสังกัดซึ่งอยู่ที่ส่วนกลาง แล้วคนในส่วนกลางถามจริงๆ ว่ารู้หรือไม่ว่าปัญหาของท้องถิ่นคืออะไร รู้หรือไม่ว่าท้องถิ่นมองว่าปัญหาไหนที่ต้องการการแก้ไขที่เร็ว ก็ไม่มีทางเพราะอยู่ในกรุงเทพฯ แต่คนที่อยู่หน้างานเขาอยากให้การท่องเที่ยวเขาดีขึ้น

      ...ในการลงพื้นที่ก็พบว่าแต่ละภาคก็จะมีปัญหาแตกต่างกัน อย่างภาคอีสานก็อาจเป็นเรื่องชลประทาน ภาคเหนืออาจเป็นเรื่องป่าไม้ ภาคใต้เรื่องประมง

      เราได้ฟังปัญหามากมาย แต่ต้นตอปัญหามีอย่างเดียวเหมือนกันทุกที่คือ อำนาจในการกำหนดทิศทางอนาคต นโยบายท้องถิ่นกันที่กรุงเทพฯ โดยไม่เคยปล่อยให้ท้องถิ่นมีอำนาจในการจัดการตัวเอง นี่คือปัญหาหลักที่เห็นอันดับหนึ่ง

      ธนาธร กล่าวต่อไปว่าเรื่องที่สองคือเรื่อง การศึกษา ซึ่งทุกคนบ่นหมด เช่นนมโรงเรียน รถโรงเรียน โดยที่การศึกษาของประเทศไทยในปัจจุบัน เยาวชนของเราถูกสอนให้สมยอมกับอำนาจ ยอมจำนนกับโครงสร้างอำนาจ สอนให้อยู่ในจารีต เด็กๆ ทุกคนถูกคาดหวังให้เติบโตมาจากแบบไหนแบบไทยๆ บางอย่างเช่น อยู่ในโอวาทผู้ใหญ่ รักนวลสงวนตัว อดออม มัธยัสถ์ คือบอกง่ายๆ ว่าอย่าทะเยอทะยาน คุณอย่าได้ริอ่านคิด ริอ่านฝัน คุณจนก็จงจนต่อไป

      การศึกษาไทยไม่เคยพูดเรื่องประชาธิปไตย สิทธิพลเมือง ไม่เคยพูดเรื่องความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการเลย ไม่เคยพูดเรื่องคุณค่าหรือศักยภาพความเป็นมนุษย์ แม้แต่คำเดียวในการศึกษาไทยทั้งหมด ลองย้อนกลับไปนึกในสิ่งที่เรียน อย่างเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปี พ.ศ.2475 เหตุการณ์ที่ใหญ่ขนาดนั้น สมัยผมหนึ่งย่อหน้ากับเหตุการณ์ 2475 พูดถึงนายปรีดี พนมยงค์ครั้งเดียว ในแบบการเรียนการศึกษาไม่เคยพูดเลยว่าประชาชนมีศักยภาพอย่างไรในตัวเอง สอนแต่ให้ทุกคนยอมจำนน สอนแต่ให้ทุกคนสยบยอม แม้แต่ความไม่เป็นธรรม ความไม่ยุติธรรมก็ต้องสยบยอม นี่คือการศึกษาไทย

      -แล้วพรรคมีนโยบายเรื่องการศึกษาอย่างไร?

ทำลาย disrupt มัน เขย่ามัน ดึงรัฐออกไป ให้ประชาชน กรรมการโรงเรียนตัดสินเอง

      ยกตัวอย่างง่ายๆ พิธีไหว้ครู เป็นพิธีกรรมที่ล้าหลังมาก เอาพิธีกรรมที่เจ้ายศเจ้าอย่างออกไปทั้งหมด จากระบบการศึกษา ยกตัวอย่าง โรงเรียนไหนอยากจะมีการไหว้ครู ก็เป็นเรื่องของโรงเรียน ไม่ต้องไปบังคับเขา โรงเรียนไหนไม่อยากมีก็ไม่ต้องมี โรงเรียนไหนอยากให้นักเรียนไว้ผมยาวได้หรือจะให้ไว้ผมทรงนักเรียน หรือโรงเรียนไหนอยากให้นักเรียน นักศึกษาใส่ชุดนักศึกษาหรืออยากจะให้ใส่ชุดอะไรก็ได้มาเรียน ก็ให้เป็นเรื่องของโรงเรียน ต้องเอารัฐออกจากรูปแบบ เนื้อหาของการเรียนอยากสอนอะไรก็สอน ไม่ต้องไปออกแบบวิธีการประเมินจากส่วนกลาง ให้ท้องถิ่นออกแบบตัวเอง

      ถามต่อว่านโยบายให้คนเข้าถึงการศึกษาได้อย่างเท่าเทียม มีแนวคิดนโยบายอย่างไร ธนาธร บอกว่าต้องทำให้เด็กเรียนฟรีจริง ที่ผ่านมาที่บอกว่าให้เรียนฟรี 12 ปี แต่ก็ไม่ฟรีจริง มีการไปเก็บเงินจากส่วนอื่นๆ เต็มไปหมด เรื่องที่สองต้องผลักดันเรื่องการให้อินเทอร์เน็ตที่ฟรีและเร็วต้องเกิดขึ้นในโรงเรียนให้ได้ เพราะความรู้ทั้งหมดอยู่ในอินเทอร์เน็ต คนเมืองที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่เร็วกว่าก็มีโอกาสมากกว่าในสังคม ถ้าเราปล่อยให้การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตมีความเหลื่อมล้ำ พวกความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำทางสังคมก็จะมากขึ้นเรื่อยๆ ต้องลดช่องว่างตรงนี้ ด้วยการให้มีไวไฟ อินเทอร์เน็ตที่ฟรีและเร็ว ต้องเป็นจริง สำคัญมาก

      -เรื่องปฏิรูปการศึกษาที่หลายรัฐบาลพยายามจะทำมาตลอด?

ผมไม่คิดจะปฏิรูปเลย ผมคิดจะเอารัฐไทยออกมา เพื่อจะได้เห็นประชาชน โรงเรียนทุกโรงเรียนมีความคิดสร้างสรรค์ ถ้าคุณเป็นครูแล้วต้องการสอนในรูปแบบอื่นที่ไม่ต้องใช้หนังสือของกระทรวงศึกษาธิการ คุณโดนด่า ซึ่งเมื่อครูไม่สามารถใช้ความคิดสร้างสรรค์ ไม่สามารถใช้พลังของตัวเองสอนได้ ก็หมดกำลังใจ ก็เลยสอนตามหนังสือไป เราจะเอาแบบนี้หรือไม่-ต้องไม่ ผมไม่ออกแบบการศึกษาให้ใครเห็น ผมเชื่อว่าทุกคนมีอำนาจมีพลังความคิดสร้างสรรค์เพียงพอ

      สิ่งที่ทุกคนต้องการคืออำนาจที่ตัดสินใจเองได้ โดยดึงรัฐส่วนกลางออกมาแล้วลดอิทธิพลของกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งในเนื้อหาและรูปแบบ โดยรูปแบบก็คือเข้าเรียนกี่โมงเป็นเรื่องของท้องถิ่น  เด็กจะไว้ผมยาวได้หรือไม่ จะให้มีชุดนักเรียนหรือไม่ จะใช้หนังสือเรียนหรือไม่ต้องใช้

      ...ตัวผมเองโชคดีเกิดในสังคมที่พอมีอันจะกิน ผมให้ลูกผมไปอยู่โรงเรียนนานาชาติ ลูกผมอายุ 8  ขวบ อยู่ ป.3 ยังไม่มีหนังสือเรียนสักเล่มเลย การเรียนการสอนที่ไม่ต้องมีหนังสือเรียน อย่างลูกผมไปเรียนเรื่องชุมชน ก็เรียนว่าชุมชนมีอะไรบ้าง ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง ครูก็ให้ไปสัมภาษณ์คนในชุมชน  ร้านขายของชำหน้าปากซอย คนขับวินมอเตอร์ไซค์ นี่คือการเรียนรู้เรื่องชุมชน

      ธนาธร ยืนยันว่าแนวทางเรื่องการศึกษาข้างต้นสามารถนำไปใช้กับโรงเรียนที่ไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนวัด โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร โดยให้กรรมการโรงเรียน ครูออกแบบเนื้อหา หลักสูตร  คิดรูปแบบที่จะสอนด้วยตัวเอง

ไม่ต้องปฏิรูป ปฏิรูปอย่างเดียวคือเอารัฐไทยออกมา เอากระทรวงศึกษาธิการออกมา

      ...สำหรับครู พวกครูที่จบใหม่มาเขามีความฝันทุกคน อยากเป็นครูที่ดี ครูที่มีคุณภาพ เหมือนกับคนที่จบการศึกษามวลชนมา แล้วมาทำงานสื่อมวลชน ก็เพราะเชื่อว่าสื่อสารมวลชนทำให้สังคมดีขึ้นได้  แต่ของครูต่างกัน เพราะสื่อมวลชนอาจเป็นบริษัทเอกชน แต่ครูเป็นรัฐแล้วก็ถูกอำนาจรัฐกดไว้ แทบจะไม่มีพื้นที่ให้ครูมีความคิดสร้างสรรค์ หลักสูตรและเนื้อหาเดียวที่สอนได้ คือเนื้อหาที่มาจากกระทรวงศึกษาธิการ แบบเรียนที่เลือกได้มีอยู่ 5 เล่ม คือ 5 เล่มของบริษัทพิมพ์หนังสือเรียนที่ได้รับการประทับตรารองรับจากกระทรวงศึกษาธิการ จะใช้เล่มที่ 6 ไม่ได้ เราเชื่อในความคิดสร้างสรรค์ศักยภาพของมนุษย์ และเพื่อต้องการปลดตรงนี้ ไม่ได้ต้องการเรื่องการปฏิรูปการศึกษาอะไรเลย แต่ทำลายอำนาจของกระทรวงศึกษาธิการไปจากโรงเรียน ทำลายระบบอำนาจนิยม

      -ปัญหาเรื่องการศึกษา ส่วนหนึ่งก็มาจากความเหลื่อมล้ำในสังคม?

ไม่ใช่ ปัญหาการศึกษาไม่ใช่ปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำ ผมย้ำอีกครั้ง ปัญหาของการศึกษาคือปัญหาที่เกิดจากคนที่มีอำนาจในโครงสร้างสังคมไทยในปัจจุบันไม่ต้องการให้ประชาชนฉลาด เพราะถ้าประชาชนฉลาด ประชาชนรู้ เขาจะปกครองอยู่ในโครงสร้างแบบนี้ไม่ได้ โครงสร้างที่มีรัฐประหารทุก 8 ปี ไม่ได้ ประชาชนจะฉลาดไม่ได้เลย ถึงให้ลองกลับไปดู...

      การศึกษาคุณอยู่ในประเทศที่เหตุการณ์เมื่อปี 2475 ที่เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แต่ไม่มีใครพูดเรื่องเหตุการณ์ 2475 ถามว่าทำไม เหตุผลง่ายๆ ก็เพราะคนที่ออกแบบไม่ต้องการให้คุณรู้เรื่อง 2475 เขาไม่ต้องการให้คุณรู้ถึงสิทธิพลเมือง-สิทธิมนุษยชนสากล เพราะถ้าคุณรู้ คุณจะแข็งขืนและต่อต้านกับรูปแบบรัฐปัจจุบัน

       ...เป็นความจงใจของคนที่ได้รับผลประโยชน์ในโครงสร้างสังคมปัจจุบันที่จะทำให้คนโง่ เป็นเรื่องความจงใจไม่ใช่เรื่องความเหลื่อมล้ำ ไม่ใช่ว่าประเทศไทยไม่มีเงินที่จะสร้างโรงเรียนดี ไม่ใช่ประเทศไทยไม่มีเงินที่จะให้อาหารกลางวันที่มีคุณภาพกับนักเรียน ไม่ใช่เรื่องงบประมาณ เรามีงบประมาณที่เพียงพอและจะพัฒนาให้ไกลกว่านี้อีกก็ยังได้ ปัญหาไม่ใช่เรื่องงบประมาณ ไม่ใช่เรื่องความเหลื่อมล้ำ แต่ปัญหาคือเรื่องความต้องการให้คนไทยสยบยอมกับสังคมแบบนี้ จึงต้องออกแบบหลักสูตร ออกแบบวัฒนธรรมมาเพื่อไม่ต้องการให้คนไทยมีจินตนาการ คนไทยถึงไม่มีซานตาคลอส ไม่มีโดเรมอน เพราะไม่มีจินตนาการ

      เมื่อถามถึงแนวคิดนโยบายการแก้ปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำในสังคม ธนาธร กล่าวว่ามีเยอะแยะไปหมดเลย แต่รอความชัดเจนในวันที่ให้พรรคการเมืองประกาศนโยบายได้จะดีกว่า อย่างเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำก็จะมีทั้งนโยบายด้านการเกษตร นโยบายด้านเศรษฐกิจ แยกเป็นนโยบายแต่ละชุด

      -แต่จะไม่ทำแบบประชานิยมที่นำงบประมาณไป subsidize ให้ประชาชนเรื่อยๆ

แล้วที่พลเอกประยุทธ์ทำตอนนี้ถือว่าประชานิยมหรือไม่ งบในโครงการไทยนิยม งบประชารัฐ เป็นประชานิยมหรือไม่ สิ่งที่เราจะทำชัดเจนและทำแน่นอนคือ รัฐสวัสดิการ

      ...เราต้องการให้ประเทศไทยมีสวัสดิการสำหรับคนที่พ่ายแพ้ในสังคม สำหรับคนที่พ่ายแพ้ต่อระบบทุนนิยม แต่ยังมีที่ยืนอยู่

      ...ผมยกตัวอย่าง ผมไปคุยกับคนที่ทำแรงงานมา คนที่เกษียณจากระบบแรงงานในอุตสาหกรรม  คนพวกนี้ส่วนใหญ่ต้องกลับไปอยู่ต่างจังหวัด เพราะไม่มีเงินซื้อบ้าน ทำงานได้ค่าแรงขั้นต่ำ คำถามง่าย ๆ ก็คือ ค่าแรงขั้นต่ำเป็นนโยบายรัฐ แล้วเราก็ออกแบบขั้นตอนการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศมาตลอดว่า ค่าแรงขั้นต่ำต้องต่ำเพื่อที่บริษัทไทยจะส่งออกได้ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นตลอด 40 ปีของการพัฒนาเศรษฐกิจไทย กดค่าแรงให้ต่ำเพื่อบริษัทเอกชนจะแข่งขันได้ ดังนั้นค่าแรงขั้นต่ำจึงต่ำตลอดมา แล้วเมื่อเกษียณความฝันที่จะมีบ้านสักหลัง ส่งลูกเรียนโรงเรียนดีๆ ไปเที่ยวต่างประเทศหรือต่างจังหวัดได้ปีละครั้งบ้าง มีบ้านมีที่ดิน มีความมั่งคั่งของตัวเอง มีเงินไว้ใช้ระดับหนึ่งที่ไม่ต้องรวยอะไร แต่ว่าอยู่ได้จนถึงตาย

      ความฝันง่ายๆ แบบนี้คนส่วนใหญ่ของประเทศมีไม่ได้ คนที่เป็นกรรมกรมีความฝันง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้ แล้วคนพวกนี้ส่วนใหญ่เกษียณโดยไม่มีความมั่นคงในชีวิตอะไรเลย

      คุณรู้ไหมเวลาคุณไปคุยกับคนพวกนี้ คำถามที่ผมได้ยินมาเยอะที่สุดคืออะไรรู้ไหม คำถามง่ายๆ  คำตอบง่ายๆ แต่มีพลังมาก คุณฟังแล้วคุณจะเหลือเชื่อ คำตอบก็คือ เขาไม่อยากเป็นภาระของลูก นี่คือคำตอบที่ผมได้ยินมาเยอะที่สุดจากการพูดคุยจากผู้เฒ่าผู้แก่ ถามว่าทำไม ก็เพราะลูกของพวกเขาก็มีลูก พ่อแม่ผู้เฒ่าผู้แก่ ไม่อยากเป็นภาระ เขารู้สึกศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเขาลดลง เขาอยากให้ลูกๆ ของเขานำเงินที่จะต้องมาให้เขาไปให้หลาน ให้ลูกของเขามีความฝันที่ดีกว่าเขาได้ ให้ลูกของเขานำเงินที่จะต้องนำมาให้เขาเดือนละ 2,000-4,000 บาท ให้นำเงินส่วนนี้ไปผ่อนบ้านของตัวเอง จะได้มีบ้าน  หลานจะได้เข้าโรงเรียนที่ดี สิ่งนี้คือความรู้สึกของผู้เฒ่าผู้แก่ส่วนใหญ่ ที่ไม่อยากเป็นภาระ อยากให้ลูกหลานมีโอกาสที่จะไขว่คว้าอนาคตที่ดีกว่าตัวเอง

      สิ่งที่ผมคิดก็คือนโยบายเรื่องสวัสดิการของคนชราต้องสูงขึ้น ตอนนี้ได้ 600 บาทต่อเดือน หากอยู่ถึง 70 ปีได้ 700 บาทต่อเดือน ถ้าอยู่ถึง 90 ปีได้ 1 พันบาท ถ้าอยู่กันสองคนรวมกันก็ 1,200 บาท

      ...คำถามว่าอยู่ได้หรือไม่ ก็ไม่ได้ ก็จะมีการถามว่าแล้วก่อนหน้านั้นทำไมไม่ออมเงิน ก็แล้วจะออมเงินได้อย่างไร ในเมื่อเขาอยู่ในค่าแรงขั้นต่ำมาทั้งชีวิต คุณลองไปใช้ชีวิตโดยมีรายได้ 300 กว่าบาทต่อวัน แล้วออมเงินให้ผมดู คนที่มีชีวิตด้วยค่าแรง 300 กว่าบาทต่อวันจะออมเงิน จะมีบ้านได้อย่างไร ทำให้ดูก่อน สำหรับคนที่พูดว่าทำไมไม่ออมเงินไว้ เขาออมไม่ได้กับเงินค่าแรงแบบนี้

      ทำไมคนไทยที่กำลังจะเข้าสู่สังคมคนชราภาพ เพราะคนพวกนี้ไม่มีปัญญาแม้แต่จะมีลูก คนพวกนี้ไม่มีปัญญาแม้แต่จะสร้างครอบครัว หากไปที่โรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ชลบุรี ระยอง แล้วลองคุยกับคนงานสามีภรรยาสักหนึ่งคู่ ถามดูว่ามีใครที่มีลูกแล้วพักอยู่ด้วยกันทั้งหมดบ้าง-ไม่มี เขามีลูกอยู่ต่างจังหวัดหมดเพื่อสร้างครอบครัว คนที่ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมต้องทำงานกันวันละ 12 ชั่วโมง  เพราะหากทำแค่ 8 ชั่วโมงอยู่ไม่ได้ ต้องทำโอทีถึงจะอยู่ได้ ขนาดทำงานกันวันละ 12 ชั่วโมง อยู่กันสามคนพ่อแม่ลูกยังอยู่ด้วยกันไม่ได้ ต้องทำโอที ทำงานวันละ 12 ชั่วโมงทั้งชีวิต แต่กับไม่มีบ้านของตัวเอง  อยู่กับลูกตัวเองไม่ได้ สร้างสถาบันครอบครัวที่เข้มแข็งก็ไม่ได้ แล้วจะไปให้เขาออมเงินไว้ใช้สำหรับหลังเกษียณได้อย่างไร

      คนที่บอกให้ออมเงินไว้ไม่เข้าใจชีวิตของกรรมกร ดังนั้นคนที่เกษียณต้องได้รับสวัสดิการจากรัฐมากกว่านี้ เพื่อให้ยืนอยู่ในสังคมได้ แบบนี้ประชานิยมหรือไม่ แต่เป็นรัฐสวัสดิการ

      เมื่อถาม ธนาธร ที่เป็นอดีตผู้บริหารบริษัทธุรกิจขนาดใหญ่ ถึงการผลักดันนโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลหลายเรื่องผ่านนโยบาย Thailand 4.0 เช่นโครงการ EEC มีทัศนะเรื่องนี้อย่างไร เขาตอบว่า นี้มันรัฐประหาร 4.0 ชัดๆ คือเป็น 4 ปี รัฐประหารได้ศูนย์แต้ม

       ...อย่างเรื่องอีอีซีก็ไม่มีความคืบหน้า คุณเห็นความคืบหน้าอะไรหรือไม่ ผมไม่เห็นความคืบหน้าอะไรเลย ความคืบหน้าอันเดียวที่เห็นก็คือการเข้ามาของกลุ่มอาลีบาบา แต่อย่างอื่นไม่เห็น ไม่เห็นมีอะไรเป็นรูปธรรม ไม่มี

      ...ภาคเอกชนของไทยไม่ได้ต้องการความช่วยเหลืออะไรมากมายจากภาครัฐ เอกชนต้องการให้ระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศมีประสิทธิภาพ เราไม่เห็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีการพัฒนามาเลยในช่วงสี่ปีที่ผ่านมา หากดูสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่จะทำโครงการใช้เงิน 2 ล้านล้านบาทผ่าน พ.ร.บ.ไทยเข้มแข็งเพื่อก่อสร้างโครงการ infrastructure แต่เราอยู่ในยุค คสช.มา 4 ปี ประเทศไทยขาดดุลงบประมาณในช่วง 4 ปีที่ผ่านมารวมกันคือ 1.7 ล้านล้านบาท แต่กลับไม่มีอะไรเลย ไม่มีท่าเรือน้ำลึก ไม่มีการก่อสร้างสนามบินใหม่ ไม่มีรถไฟความเร็วกลางหรือความเร็วสูง ไม่มีอะไรเลยในเชิงการเพิ่มขีดความสามารถให้กับประเทศไทย

      ...เรื่องนี้ผมยกตัวอย่าง ถ้ามีวินมอเตอร์ไซค์อยู่สองกลุ่มแล้วอยู่ฝ่ายตรงข้ามกัน คุณคิดอยู่อย่างเดียวว่าจะตีวินมอเตอร์ไซค์ฝั่งตรงข้ามให้พังให้ได้ เพื่อจะได้คุมตลาดในซอยให้ได้ แล้ววันๆ ก็เอาแต่เวลาไปคิดว่าจะทำให้ประชาชนเกลียดมอเตอร์ไซค์กลุ่มนี้ หรือคิดแต่จะตีหัวจะทำลายกลุ่มนั้นได้  แล้วจะมีเวลามาคิดสร้างบ้านให้แข็งแกร่งได้หรือ ทรัพยากรของประเทศทั้งประเทศเวลานี้ถูกนำไปทำลายล้างกัน

      ...ดูตอนนี้พลเอกประยุทธ์เอาเวลาไปทำอะไรบ้างแต่ละวัน เอาเวลาไปบุรีรัมย์ เอาเวลาไปพูดอยู่แต่ที่โพเดียม ไปพูดในงานต่างๆ แล้วบทพูดที่ออกมาก็ไม่มีอะไร ถ้าคุณคือผู้บริหารประเทศแล้วเป้าหมายคุณคือการทำลายฝ่ายตรงข้าม การต้องการอยู่ในอำนาจ คุณจะเอาเวลาเอาพลังที่ไหนไปบริหารประเทศ  ทรัพยากรของประเทศถูกนำไปทำลายศัตรูทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นศรัทธาหรือต้นทุนขององค์กรอิสระ  ต้นทุนขององค์กรในกระบวนการยุติธรรม เวลาของผู้บริหาร กลไกรัฐทั้งหมดถูกนำไปทำลายฝ่ายตรงข้าม ไม่มีใครในรัฐบาล ในรัฐไทย ไม่มีใครคิดในเรื่องที่ก้าวหน้าเลย ทั้งหมดเป็นต้นทุนที่แพงมหาศาล

      -4 ปี คสช.ไม่มีด้านดีเลยหรือ?

ผมมองไม่เห็นด้านดีเลย คนโดนคดีไปเป็นพันกว่าคนแล้ว ที่ส่วนใหญ่เป็นเด็กและเยาวชนที่อยู่ในช่วงเวลาที่สุกสกาวที่สุดในชีวิต รังสิมันต์ โรม ตอนนี้ควรจะเป็นทนายความ กำลังว่าความอยู่ เขาจบนิติศาสตร์ จบทนายความมา ควรได้เริ่มชีวิตทนายความ ไม่ใช่มาต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยให้กับพวกเรา.