ฉีด 'วัคซีน' วาระเร่งด่วนสูงสุด ควบแก้ปากท้อง ปชช.พ้นโควิด


เพิ่มเพื่อน    

     หลังสถานการณ์โควิด-19 ระลอก 3 ยังเป็นที่น่ากังวล ซึ่งรัฐบาลกำลังเร่งทำให้ยอดผู้ติดเชื้อลดลงโดยเร็วที่สุด ขณะเดียวกันการกระจายวัคซีนเป็นเรื่องเร่งด่วน ที่ล่าสุด “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประกาศยกระดับการกระจายวัคซีนเป็นวาระสำคัญเร่งด่วนสูงสุด ผลักดันให้มีการจัดหาวัคซีนทุกวิถีทาง

            โดยตั้งเป้าฉีด 3 แสนโดสต่อวัน ให้ประชาชน 50 ล้านคนภายในสิ้นปีนี้หรือเร็วกว่า ให้มีการจัดกลุ่มแบ่งงานผสมผสานการทำงานระหว่างภาครัฐและเอกชนให้ชัดเจน ผลักดันการฉีดวัคซีนเชิงรุก เพื่อแบ่งเบาภาระสาธารณสุข จัดให้มีวัคซีนทางเลือกโดยใช้สถานที่ที่เหมาะสม

            พร้อมเล็งตั้งซิงเกิลคอมมานด์ เพื่อบริหารจัดการวัคซีนร่วมกับภาคเอกชน ให้การกระจายวัคซีนเป็นไปอย่างทันท่วงทีตามเป้าที่กำหนดไว้ พร้อมดึงกรุงไทยประสานการทำงานกับ “หมอพร้อม” ให้การเข้าถึงวัคซีนของประชาชนรวดเร็วขึ้น

            โดยจะมีการหารือกับภาคเอกชนให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนในวันที่ 28 เมษายนนี้

            ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าแผนการกระจายวัคซีนถือเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ที่ขณะนี้มาตรการฟื้นฟูด้านเศรษฐกิจของภาครัฐยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง โดยล่าสุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังได้เห็นชอบผลการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ที่ได้พิจารณากลั่นกรองข้อเสนอแผนงานหรือโครงการ เพื่อขอใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด

            ทั้งอนุมัติให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ปรับปรุงรายละเอียดโครงการเราชนะและรับทราบแนวทางจัดการเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับผลการทบทวนสิทธิ์ที่อาจคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง และการกำหนดกรอบระยะเวลารับเรื่องร้องเรียนกรณีดังกล่าว โดยให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ได้รับแจ้งจากประชาชนภายในวันที่ 13 พฤษภาคมนี้ พร้อมทั้งให้รับข้อเสนอแนะของคณะกรรมการฯ ไปประกอบการดำเนินโครงการโดยเคร่งครัด

            นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งโครงการสำคัญที่อนุมัติเพื่อช่วยเหลือคนว่างงานในขณะนี้ อย่าง “โครงการสร้างรายได้ด้วยแฟรนไชส์ฝ่าโควิด-19” ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า วงเงิน 68 ล้านบาท โดยใช้จ่ายจากเงินกู้ ระยะเวลาดำเนินงาน 8 เดือน ระหว่างพฤษภาคม-ธันวาคม 2564 และมอบหมายให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นหน่วยงานรับผิดชอบโครงการและดำเนินการตามความเห็นของคณะกรรมการฯ

            โดยโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือและสร้างอาชีพแก่คนว่างงานและคนตกงาน กระตุ้นและฟื้นฟูธุรกิจแฟรนไชส์ และธุรกิจ SMEs ขนาดเล็กให้กลับมาดำเนินธุรกิจในตลาดเป็นปกติ สร้างโอกาสทางการตลาดให้กับผลิตภัณฑ์และขยายการลงทุนในธุรกิจมากขึ้น และเพิ่มช่องทางการหารายได้และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไทย

            มีเป้าหมายกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การสร้างรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ และเพิ่มการขยายธุรกิจด้วยระบบแฟรนไชส์ สร้างอาชีพให้แก่ประชาชนและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 รวมทั้งการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ ส่งผลให้ธุรกิจมีความมั่นคงเข้มแข็ง เกิดผู้ประกอบการรายใหม่ เกิดการสร้างอาชีพ ทำให้เกิดการจ้างงาน และกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น ลดอัตราการว่างงาน และธุรกิจในระบบแฟรนไชส์ขยายตัวและสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศเพิ่มขึ้นในห้วงเวลานี้

            โดยกิจกรรมประกอบด้วย จัดงานแฟรนไชส์สร้างอาชีพ Road Show 2021 ในภูมิภาค รวม 15 ครั้ง 15 จังหวัด ประมาณเดือนละ 2 จังหวัด เป้าหมาย 100 ธุรกิจ และประสานงานการเข้าถึงแหล่งเงินทุนระหว่างเจ้าของแฟรนไชส์และสถาบันการเงินของรัฐ และธนาคารพาณิชย์ที่มีสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ให้แก่ผู้ที่ต้องการทำธุรกิจแฟรนไชส์ได้มีเงินลงทุนเพื่อประกอบอาชีพได้ง่ายขึ้น และกิจกรรมจัดงาน DBD Franchise & SME Expo 2021 ส่วนกลาง 1 ครั้ง เป้าหมาย 400 ธุรกิจ ทั้งนี้คาดว่าธุรกิจแฟรนไชส์ 500 ราย จะได้นำเสนอธุรกิจเป็นทางเลือกในการสร้างรายได้แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 และผู้ว่างงานที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิดได้ร่วมกิจกรรมสร้างอาชีพ 10,000 ราย

            อย่างไรก็ตาม จากหลากหลายมาตรการที่รัฐบาลทุ่มเพื่อฟื้นฟูประเทศอย่างรอบด้านในขณะนี้ บวกกับการกระจายวัคซีนที่หากเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ คาดว่าการขับเคลื่อนในทุกภาคส่วนจะสามารถเดินหน้าต่อไปได้.