'จตุพร' แพลม 'บิ๊กเบิ้ม' โค่นระบอบประยุทธ์!


เพิ่มเพื่อน    

29 เม.ย.64 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) เฟชบุ๊คไลฟ์ peace talk ว่า การจัดอภิปรายของคณะสามัคคีประชาชนในช่วงยก 3 วันที่ 1-2 พ.ค. จะมีนักวิชาการ ส.ส.หลายคนมาร่วมอภิปรายชำแหละระบอบประยุทธ์ ที่ปกครองประเทสไทยมากว่า 7 ปี แต่ไม่มีผลงานสำเร็จให้คนไทยได้ชื่นชม เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ รวบอำนาจจากกฎหมายทั้ง 31 ฉบับมาไว้ที่คนเดียว เท่ากับเป็นการยึดอำนาจจาก ครม.และไม่มีรัฐมนตรีคนใดคัดค้าน เปรียบเหมือนเป็นการรัฐประหารรูปแบบใหม่ การรวบอำนาจเช่นนี้ จึงแสดงถึงประยุทธ์ มีความคิดแยบยลในการยึดรวบอำนาจ จึงดูแคลนคนนี้ไม่ได้ หากไม่แน่จริงเขาคงจะไม่อยู่มาได้ถึง 7 ปี ทั้งที่การทำงานไม่ได้เรื่องสำเร็จสักเรื่องเลย

การรวบอำนาจล่าสุดของประยุทธ์ เท่ากับทำให้สถานการณ์ของประเทศในขณะนี้ไม่มีอะไรแตกต่างจากการรัฐประหารเมื่อ 22 พ.ค. 2557 แม้ไม่มีทหารออกมาบนถนนก็ตาม โดยสิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการปกครองของ ระบอบประยุทธ์ ได้ชัดเจน ว่า ต้องการให้อำนาจทั้งปวงอยู่ที่คนๆเดียว คือ ประยุทธ์ เปรียบเหมือนการเป็นองค์รัฎฐาธิปัตย์อีกแบบหนึ่งที่ได้อำนาจต่อเนื่องมาจากการรัฐประหาร

นายจตุพรกล่าวว่า มีผู้ใหญ่สงสัยว่า เมื่อประยุทธ์ ควบคุมสถานการณ์ไม่ได้แล้ว ทำไมจึงไม่เข้าเฝ้าในหลวงเพื่อถวายรายงานโควิด และขอคำปรึกษาจากพระเจ้าแผ่นดิน บริหารแผ่นดินมา 7 ปี ทำเอาประชาชนย่อยยับในทางเศรษฐกิจ แต่ผู้ใหญ่ฝากมาว่า ทำไมจึงไม่ขอเข้าเฝ้าอีก การบริหารที่ดีนั้น ไม่จำเป็นต้องรวบอำนาจมาอยู่ที่คนเดียว ต้องเฉลี่ยอำนาจไปอยู่ที่ ครม.รับผิดชอบ ดังนั้น จะเชื่อมั่นในระบบคนๆเดียวได้อย่างไร เพราะเมื่อรัฐประหารมีอำนาจคนเดียวแล้ว ยังไม่มีความสามารถในการบริหารและตระบัดสัตย์คำมั่นสัญญา โดยสิ่งที่รับปากจะปฏิรูปทั้งหลายมาเคยทำได้สักเรื่องเดียว สัญญาจะแก้ รธน.ก็ตระบัดสัตย์ แล้วสุดท้ายกลับไปลงที่ต้องการสืบทอดอำนาจให้ยาวนานอีกตามเดิม

"ผมขอบอกไปยังพรรคประชาธิปัตย์ว่า วันหนึ่งต้องถูกเขี่ยทิ้งแน่นอนอยู่แล้ว การยึดอำนาจในกฎหมาย 31 ฉบับบอกได้อย่างดีและชัดเจนแล้ว อีกทั้งพรรคภูมิใจไทยที่กลุ่มหมอไม่ทนออกมาไล่นั้น ไม่รู้หรือใครอยู่เบื้องหลัง ดังนั้น สองพรรคการเมืองนี้ต้องถูกถีบออกก่อนยุบสภาอยู่แล้ว”นายจตุพรกล่าว

แกนนำกลุ่มสามัคคีประชาชนกล่าวว่า ภายใต้ระบอบประยุทธ์นั้น พรรคการเมืองเข้ามาร่วมรัฐบาลทั้งหลายแทบไม่ได้อะไรเลย ทั้งที่พรรคเหล่านี้ตระบัดสัตย์ต่อประชาชนไปเข้าร่วม แล้วการยึดอำนาจด้วยกฎหมาย 31 ฉบับ ยังไม่รู้สึกอะไรอีกหรือ และยังต้องการอยู่เพื่ออำนาจรัฐบาลเท่านั้นหรืออย่างไร คณะสามัคคีประชาชนจึงต้องขับเคลื่อนไม่ให้ประยุทธ์ ทำงานอีก เพราะทำอะไรสำเร็จไม่ได้สักเรื่องตลอด 7 ปี แล้วการรวบอำนาจ 31 ฉบับจะอ้างว่า ไม่มีอำนาจอย่างนั้นหรือจึงแก้ปัญหาไม่ได้ แล้วเมื่อยึดอำนาจ 22 พ.ค. 2557 มีอำนาจเต็มยังทำอะไรไม่ได้เลย ดังนั้น จึงต้องไล่ประยุทธ์ ให้ออกไป เพราะไม่สมควรให้เป็นนายกฯ ในประเทศไทยอีกต่อไปแม้แต้เพียงวันเดียว

การไล่ประยุทธ์ ในวัน 1-2 พ.ค. แบ่งเป็น 2 ภาค โดยภาคเริ่มแรกบ่ายโมงถึงสี่โมงเย็น จะมีหมู่มิตรคณะสามัคคีประชาชน ไทยไม่ทน เปิดเวทีปราศรัย ส่วนภาคสองเป็นช่วงสี่โมงเย็นเป็นต้นไป จะเป็นเวทีแขกรับเชิญทั้งนักการเมืองและนักวิชาการการเข้ามาร่วมด้วย สัปดาห์นี้มี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ นักวิชาการ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยฝ่ายเศรษฐกิจ นายประพัฒน์ จงสงวน อดีตผู้สมัครส.ส.พรรคไทยรักษาชาติ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.พรรคก้าวไกล นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ และมีอีกหลายคนต้องติดตาม

"ผมเชื่อว่าวันนี้ในซีกการเมือง กับฝ่ายประชาชนต่างส่งเสียงเหมือนกันว่า ประยุทธ์ ออกไป การมาร่วมของทุกฝ่ายนั้นล้วนจำเป็นอย่างยิ่ง หากไม่สามัคคีกันก็ถูกแบ่งแยกแล้วปกครอง อยู่ในสภาพสังคมไร้อนาคตเหมือนเดิม จึงขอบอกว่า เจตนารมณ์ของคณะสามัคคีประชาชน คือ เปิดประตูทุกบาน ใช้หลักแสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง ต้อนรับทุกคนในฐานะปัจเจกมาร่วมกันมาไล่ประยุทธ์ ออกไป ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของคนไทยในชาติ”

ส่วนการประกันตัวเพนกวินและแกนนำราษฎรนั้น เป็นสิทธิของผู้ต้องหาและทุกคนต้องเคารพในสิทธินี้ด้วย หวังว่า ทุกคนจะต้องได้ประกันตัวกลับไปสู่อ้อมอก พ่อ แม่ พี่น้อง สิ่งนี้เป็นความรู้สึกของเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ขณะเดียวกันก็เคารพสิทธิของผู้พิพากษาเช่นกัน การแสดงความคิดแตกต่างทางการเมืองนั้น ไม่ควรต้องมีใครไปถูกขังคุกแม้แต่รายเดียว หวังว่า เมื่อประชาชนทุกฝ่ายส่งเสียงเหมือนกัน นั่นคือเสียงไล่ประยุทธ์ ออกไป วันนั้นความสามัคคีของประชาชนคือจุดเปลี่ยนที่แท้จริงของประเทศนี้ จึงชวนพี่น้องประชาชนมาร่วมส่งเสียงในวันเสาร์-อาทิตย์นี้