อนาคตเราไม่รู้...ถึงไม่รู้ก็ต้องเดินไป!!!


เพิ่มเพื่อน    

 

         ฮื่ออ์อ์อ์...ทำท่าว่าจะลดๆ ลงมามั่งแล้ว สำหรับจำนวนผู้ติดเชื้อในแต่ละวัน จาก 2,800 วันวาน ลดลงมาเหลือ 1,800 กว่าๆ ส่วนจะต่อเนื่อง สม่ำเสมอ หรือไม่ อย่างไร ก็ต้องคอยติดตามกันไปเป็นระยะ แต่ในฐานะผู้ที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ คงได้แต่สวดมนต์ ภาวนา ขอให้ลดลงเหลือระดับเลข 0 โดยไว หรือภายในระยะอันใกล้ด้วยเทอญญ์ญ์ญ์...

                           ---------------------------------------------

            อย่างไรก็ตาม...ไม่ว่าโดยตัวเลข หรือโดยความเป็นไปของบ้านเมือง จะเป็นไปในระดับไหน รูปไหน ก็แล้วแต่ ถึงขั้นนี้...คงหนีไม่พ้นต้อง เดินหน้าประเทศไทย ไปตามแบบฉบับ ทหารเรือไทย ทั้งหลาย ทั้งปวง นั่นแล คือ “อนาคตเราไม่รู้-ถึงไม่รู้ก็ต้องเดินไป-จะกลัวไปไย-เพราะมันก็ล่วงไปตามเวลา-ไม่ตายวันนี้-ก็คงไปซี้เอาวันข้างหน้า-วันนี้ยอ-พรุ่งนี้ด่า-ไม่ใช่ขี้ข้าปากของใคร” อะไรประมาณนั้น อย่ามัวไปเสียเวลาคิดมาก หรือคิดเล็ก-คิดน้อย จนไม่คิดจะไปไหน เอาแต่วนมา-วนไป อยู่ภายในอ่าง รอเวลาจ่อมจมกันไปตามสภาพ...

                              --------------------------------------------

            เพราะไอ้ที่ หนัก กว่านี้...ก็น่าจะยังมีอยู่อีกเยอะแยะมากมาย โดยเฉพาะเมื่อมองถึงฉากสถานการณ์ความเป็นไปของโลก หรือแนวโน้มความเป็นไปของโลกในอีกไม่ใกล้-ไม่ไกล อันอาจส่งผลกระทบต่อภาวะการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม อย่างชนิดมิอาจปฏิเสธได้ ด้วยเหตุเพราะบรรยากาศ การเผชิญหน้าทางทหาร ของบรรดาประเทศใหญ่ ประเทศน้อย ในช่วงนี้ มันออกจะ เอาเรื่อง ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าแถบยุโรปตะวันออก ระหว่าง รัสเซีย กับ นาโต ในแถบตะวันออกกลางระหว่าง อิหร่าน กับ อิสราเอล ที่แอบจมเรือ ก่อเหตุ ก่อการ ล้างแค้น-เอาคืน ชนิดหนักหนา-สาหัสยิ่งกว่าหนังจีนกำลังภายในไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า...

                            ------------------------------------------

            ไปจนถึงระหว่าง จีนแผ่นดินใหญ่ กับ จีนไต้หวัน ที่สามารถฉุดกระชากลากถูให้บรรดา เรือรบ ของอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส ไปจนถึงเนเธอร์แลนด์ ฯลฯ โน่นเลย แห่กันเข้ามาแล่นป้วนๆ เปี้ยนๆ อยู่ในน่านน้ำทะเลจีนใต้ ทะเลจีนตะวันออก โดยมี ซามูไรญี่ปุ่น ออกอาการกระเหี้ยนกระหือรือยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการ เผชิญหน้า กันในลักษณะเช่นนี้นี่เอง ที่ทำให้อดีตนายกรัฐมนตรีรัสเซีย หรือรองประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติรัสเซียคนปัจจุบัน นาย ดมิตรี เมดเวเดฟ ถึงกับต้องออกมาวิเคราะห์ เจาะลึก แบบ คม-ชัด-ลึก ประมาณว่า จะนำมาซึ่ง ความไร้เสถียรภาพของโลก แบบต่อเนื่อง ยาวนาน...

                            ---------------------------------------------

            หรือกลับไปย้อนยุค ย้อนอดีต ไม่ต่างอะไรไปจาก ยุคสงครามเย็น เมื่อหลายสิบปีที่แล้วนั่นเอง และเผลอๆ...อาจหนักหนาสาหัส ยิ่งกว่าหลายต่อหลายเท่า เพราะในยุคนั้นมันยังพอมีทางออก ทางไป มีช่องทางการทูต มีโต๊ะเจรจา ที่พอเอาไว้เจ๊าะๆ แจ๊ะๆ กันได้มั่ง แต่หลังๆ มานี้...บรรดาช่องทางต่างๆ มันได้ถูกปิด ถูกเลิกใช้ หรือไม่สนใจที่จะใช้กันอีกต่อไป ต่างฝ่ายต่างหันไป พัฒนาอาวุธ เพื่อชิงความได้เปรียบ-เสียเปรียบระหว่างกันและกัน จนทำให้ตัวเลข ค่าใช้จ่ายทหาร ของบรรดาประเทศมหาอำนาจทั้งหลาย พุ่งทะลุระดับปรอทแตก สูงซะยิ่งไปกว่ายุคสงครามเย็น ระดับไม่รู้จะกี่ล้านล้านดอลลาร์เข้าไปแล้ว อันนี้...ถ้าว่ากันตามรายงานล่าสุดของสถาบันวิจัยเพื่อสันติภาพ หรือ The Stockholm International Peace Research เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้...

                               ---------------------------------------------

            คือแค่เฉพาะ โควิด อันเดียว...ก็ตายแล้ว!!! สำหรับบรรดาประเทศเล็ก ประเทศน้อย ที่ไม่ได้มีเงินถุง เงินถัง ที่ต้องพึ่งพารายได้จากการส่งออก การท่องเที่ยว อย่างเช่นประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮาทั้งหลาย ไม่ว่าจะ เราชนะ กันซักกี่ครั้ง กี่หน แต่ถ้าถึงจุดที่ไม่เหลือ เฮิน (เงิน) ติดกระเป๋ากุงเกงขึ้นมาเมื่อไหร่ ยังไงๆ...มันย่อมหนีไม่พ้น ตาย...กับ...ตาย ลูกเดียวเท่านั้นเอง แล้วถ้าหากต้องไปเจอกับ สงคราม ระดับโลกทั้งโลกไม่อาจมองหาพื้นที่ เป็นกลาง อีกต่อไปได้ ต้องเลือกข้าง แบ่งข้าง แบบเดียวกับ สงครามโลกครั้งที่ 1-ครั้งที่ 2 อะไรทำนองนั้น อันนี้...ก็ยิ่งน่าสยดสยอง น่าขนลุก-ขนพองยิ่งขึ้นไปใหญ่...

                                -------------------------------------------

            ด้วยเหตุนี้นี่เอง...ที่ทำให้ สูตรสำเร็จ ในการหาทางออก ทางไป และ ทางรอด ของประเทศเล็กๆ ไม่ถึงกับรวย-แม้ไม่ถึงกับจน อย่างไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮาทั้งหลาย มันจึงเหลืออยู่ รูเดียว เท่านั้นเอง คือ ความรัก-สามัคคี หรือ ความสมานฉันท์ ของคนในชาติ อันเป็นสิ่งที่ต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้เลยว่า ออกจะเป็นอะไรที่ ยากส์ส์ส์ เอามากๆ พอๆ กับการตามหา หนวดเต่า-เขากระต่าย อะไรประมาณนั้น เพราะนับจาก ทศวรรษแห่งความมืดมน เป็นต้นมา อะไรต่อมิอะไรเหล่านี้ มันออกจะ หายเกลี้ยง แทบไม่เหลือติดบ้าน ติดเมือง เอาไว้เลย...

                                     ---------------------------------------------

            ภายใต้บรรยากาศเช่นนี้นี่เอง...มันจึงเป็นอะไรที่ค่อนข้าง ท้าทาย กับ ดวงเมือง หรือ ดวงประเทศ เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในแง่ของความ รอด-ไม่รอด อันเนื่องมาจากทางออก ทางไป ในบางช่วง บางระยะ มันดูจะออกไปในทาง เข้ารก-เข้าพง หรือ ออกอ่าว-ออกทะเล สามารถนำไปสู่การ ไปไม่กลับ-หลับไม่ตื่น-ฟื้นไม่มี เอาเลยก็ไม่แน่ แต่ครั้นจะมองหาทางใหม่มันก็อาจขัดแย้ง แปลกแยก กับกระแสโลก ที่ยังไงๆ คงต้อง ประชาธิปไตย เอาไว้ก่อนอย่างมิอาจปฏิเสธ อะไรต่อมิอะไรเหล่านี้นี่เอง ที่มันทำให้เกิดการถอยหน้า-ถอยหลัง หันรี-หันขวาง จนแม้กระทั่งตราบเท่าทุกวันนี้ หรือจนกว่าที่ ใคร? หรือ อะไร? จะสามารถค้นพบ คำตอบ อันจะเป็นตัวนำมาซึ่ง ความรัก-ความสามัคคี หรือ ความสมานฉันท์ ของผู้คนในชาติ ได้อีกครั้งนั่นเอง!!!

                                      --------------------------------------------------

            ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้จาก Rudyard Kipling (อีกครั้ง)... Nations have pass away and left no traces, And history gives the naked cause of it---One single, simple reason in all case; They fall because their peoples were not fit.- หลายชาติได้สูญสิ้นไปอย่างไร้ร่องรอย โดยประวัติศาสตร์ได้แสดงถึงเหตุผลอันแจ้งชัดแบบง่ายๆ และเพียงประการเดียวเท่านั้น ในทุกๆ กรณี นั่นคือ...ชาติเหล่านั้นสูญสลาย เพราะประชาชนไม่เข้มแข็ง...”.

                          --------------------------------------------------