พาณิชย์เผยสหรัฐฯคงสถานะคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของไทย


เพิ่มเพื่อน    


7 พ.ค. 2564 นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ได้ประกาศผลการพิจารณาการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศต่างๆ ภายใต้กฎหมายการค้าสหรัฐฯ มาตรา 301 พิเศษ ประจำปี 2564 โดยยังคงประเทศไทยให้อยู่ในบัญชีประเทศที่ต้องจับตามอง (Watch List : WL) เหมือนเดิม ร่วมกับอีก 23 ประเทศ เช่น เวียดนาม ปากีสถาน จีเรีย โรมาเนีย ตุรกี บราซิล แคนาดา และเปรู เป็นต้น ซึ่งถือว่าน่าพอใจ และต้องขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ที่ร่วมแรงร่วมใจในการทำงานอย่างหนัก และหวังว่าทุกหน่วยงานจะร่วมมือกันต่อไป

“การที่ไทยมุ่งมั่นพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญาอย่างต่อเนื่อง นอกจากจะส่งผลให้ไทยสามารถรักษาสถานะในบัญชี WL ไว้ได้แล้ว ยังมีส่วนเสริมสร้างบรรยากาศทางการค้าการลงทุนในประเทศ และสร้างแรงจูงใจให้คนไทยคุ้มครองและใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญามากยิ่งขึ้น อันจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งเป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ”

ทั้งนี้ ในการประกาศผลครั้งนี้ มี 9 ประเทศที่อยู่ในบัญชีประเทศที่ต้องจับตามองพิเศษ (Priority Watch List : PWL) ได้แก่ จีน อินโดนีเซีย อินเดีย ซาอุดิอาระเบีย รัสเซีย ยูเครน อาร์เจนตินา ชิลี และเวเนซุเอลา

นายวุฒิไกรกล่าวว่า สหรัฐฯ ได้ชื่นชมรัฐบาลไทยที่ให้ความสำคัญด้านการคุ้มครองและป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และชื่นชมกระทรวงพาณิชย์ที่มีการพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญาอย่างต่อเนื่อง มีการปราบปรามการละเมิดทั้งในท้องตลาดและบนอินเทอร์เน็ต การพัฒนากฎหมายให้ทันสมัยตอบโจทย์กับสถานการณ์ปัจจุบัน การเตรียมการเข้าเป็นภาคีความตกลงระหว่างประเทศ เช่น ความตกลงกรุงเฮกว่าด้วยการจดทะเบียนสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ระหว่างประเทศ และสนธิสัญญาว่าด้วยลิขสิทธิ์แห่งองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก รวมถึงการจัดกิจกรรมสร้างความตระหนักรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญาในหลากหลายรูปแบบ

ขณะเดียวกัน ยังชื่นชมกระทรวงพาณิชย์ ที่เป็นหน่วยงานแกนกลางระหว่างภาครัฐของไทยกับภาคเอกชนต่างประเทศ ทำให้สหรัฐฯ ทราบการดำเนินการของไทยที่ชัดเจน ซึ่งกรมฯ จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสหรัฐฯ จัดทำแผนงานด้านทรัพย์สินทางปัญญา (IP Work Plan) เพื่อผลักดันให้ไทยหลุดจากทุกบัญชีในอนาคต ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญ

อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ยังมีข้อห่วงกังวลในบางประเด็น เช่น การคุ้มครองและการบังคับใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา และการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในช่องทางต่างๆ เป็นต้น
 


อืมมมม... บางวันมันก็ฝืนจริงๆ นะ! คือเรื่องคุยน่ะ..มี อารมณ์จะคุยมันไม่มี แต่ต้องคุย เพราะอย่างนั้น จึงตกอยู่ในลักษณะ "ทุกข์เข็น"

"การสื่อสารกับการเมือง"
ยอมให้ด่า "เพื่ออนาคต"
๗ ปี"ไล่นายกฯ"อย่างเดียว
"วิจัย-พัฒนา"ถึง"หมากัด"
"รัฐบาลทำดีแต่มีคนเซ็ง"
เมื่อนายกฯ ชื่อ "พิธา"