จับตา!คลัสเตอร์ใหม่เชียงใหม่ผุดแถวอำเภอดอยสะเก็ด


เพิ่มเพื่อน    

9 พ.ค.64 - สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค Covid-19 จังหวัดเชียงใหม่ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 25 ราย โดยมีสาเหตุมาจากคลัสเตอร์เล็กๆ ใน 2 อำเภอ แต่ยังถือว่ายอดผู้ติดเชื้อมีจำนวนลดลงต่ำกว่า 50 คนมาเป็นเวลา 7 วันติดต่อกันแล้ว รวมยอดผู้ติดเชื้อสะสม 3,894 ราย รักษาหายแล้ว 3,132 ราย และยังคงมีผู้รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลทุกประเภท จำนวน 751 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม​ 2​ ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสม 11 ราย สำหรับผู้ป่วยที่พักรักษาตัว มีอาการหนัก (สีแดง)คงที่ 20 ราย 
วันเดียวกัน​ที่ศาลาอเนกประสงค์วัดโพธิ์ทองเจริญ ต.เชิงดอย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ชุดเจ้าหน้าที่ สสอ.ดอยสะเก็ด ศปก.อ.ดอยสะเก็ด ผู้บริหารท้องถิ่น ทั้งเทศบาลตำบลเชิงดอยและเทศบาลตำบลดอยสะเก็ด กำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯ และ อสม. ในพื้นที่ ประชุมร่วมกันเพื่อดำเนินการควบคุมการระบาดโควิด-19 กรณีพบผู้ติดเชื้อกลุ่มใหญ่ในหมู่บ้านโพธิ์ทองเจริญ​

 โดยนายยอด คุณยศยิ่ง สาธารณสุขอำเภอดอยสะเก็ด กล่าวว่า คลัสเตอร์ในพื้นที่อำเภอดอยสะเก็ด มีการพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ก็ยังไม่สามารถระบุข้อมูลได้ทั้งหมด ในวันนี้จึงได้เข้ามาเพื่อหาข้อมูลในพื้นที่จริง และหาสาเหตุว่าเกิดจากอะไรและมีกลุ่มเสี่ยงมากน้อยขนาดไหน​ ผลการดำเนินการพบว่า เป็นการกินอาหารร่วมกันของคนในครอบครัว แต่เป็นครอบครัวใหญ่ในพื้นที่เดียวกัน ที่มีอยู่ 3 หลังคาเรือน นั่งกินข้าวร่วมกัน 

นายยอด กล่าวว่า ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยรายหนึ่งก่อนหน้านี้ได้เดินทางไปในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงสูง เมื่อกลับมาก็กักตัว แต่อาจจะพาดไม่ได้เฝ้าระวังในบ้าน จึงได้นำกลุ่มผู้เสี่ยงทั้งหมดไปตรวจก็พบว่ามีผู้ติดเชื้อจำนวน 9 ราย ส่วนที่เหลือมีผลเป็นลบ แต่โชคดีในกรณีคลัสเตอร์นี้ที่สามารถควบคุมได้ง่าย เพราะอยู่ในครอบครัวเดียว แต่เป็นครอบครัวขนาดใหญ่ จึงได้พูดคุยในระดับคณะกรรมการเพื่อควบคุมโรค และเห็นว่าไม่ต้องปิดหมู่บ้านเหมือนที่ อ.หางดง แม้ว่าจะติดน้อยกว่าแต่มีการกระจายของผู้ติดเชื้อไปหลายหลังคาเรือน แล้วกระจายทั่วหมู่บ้าน แต่ในกรณีของคลัสเตอร์รายนี้ที่ดอยสะเก็ด อยู่ในพื้นที่เดียวกันทั้งหมด 3 ครัวเรือน

นายยอด กล่าวต่อว่า ในการควบคุมพื้นที่เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดและป้องกันอย่างเข้มงวด จึงได้มีมาตรการคือ 1.การควบคุม 3 ครัวเรือนในบ้านที่พบผู้ติดเชื้อ โดยพูดคุยกับทางผู้นำชุมชน เจ้าหน้าที่ อสม. เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอ ที่จะให้คำแนะนำในการกักตัวอย่างเข้มข้น  2.สำหรับบ้านตรงข้าม และชุมชนใกล้เคียงจะมีการสวมหน้ากากอนามัย และมีการเว้นระยะห่างทางสังคม 100% นับตั้งแต่นี้ไปต้นไปอย่างน้อย 14 วัน  3.งดกิจกรรมรวมกลุ่มทุกอย่างที่ไม่จำเป็นไม่น้อยกว่า 14 วัน 4.ทางหมู่บ้านจะตั้งด่านคัดกรองคนเข้า-ออก โดยจะดูเรื่องการสวมหน้ากากอนามัย 

เขาระบุว่า หากพบผู้ที่ไม่สวมหน้ากากอนามัยก็จะตักเตือน และนำหน้ากากอนามัยแจกให้สวมใส่ พร้อมให้คำแนะนำในการมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด หากจะเดินทางไปติดต่อในหมู่บ้านใกล้เคียง หรือในพื้นที่อื่นก็ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยเพื่อเป็นการป้องกัน​ สำหรับคลัสเตอร์นี้ต้องรอผลในวันนี้และวันที่ 10 พ.ค. 64 ถ้ากรณีนี้หากพบว่าผลเป็นลบทั้ง 2 วัน ก็แสดงว่าควบคุมได้ แต่หากพบผู้ป่วยเพิ่ม ที่นอกเหนือจากครอบครัว 3 หลังคาเรือนนี้ ก็อาจจะมีการยกระดับถึงขั้นปิดหมู่บ้าน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดเพิ่มมากขึ้น.
 


วันนี้ นึกว่าคงไม่ไหว.... เพราะหัวหมุนติ้วแต่เช้า กะนอนคุยกับเพดานซักวัน แต่ฟังโขมงโฉงเฉงข่าวจากโทรทัศน์ ที่ว่า.... การที่พลเอกประยุทธ์ "แยกคนละทาง" กับพลเอกประวิตร ในการลงพื้นที่ เมื่อวาน (๒๒ ก.ย.)

"ก็...ไม่ได้กู้มาโกงนี่ครับ"    
"ข่าวนิมิต" ๒ ป.แตกกัน
๑๙ กันยา."วันรำลึกโกง"
ลับแล"ยุติธรรมที่ล่าช้า"
กกต.เปิดยอดเงินบริจาคพรรคการเมืองเดือนก.ค.รวม 12 พรรค 'ภูมิใจไทย'รับสูงสุด 2 ล้าน
"หดหัวในกระดอง"?!