‘ศบค.’ผงะตัวเลขต่างด้าว


เพิ่มเพื่อน    

 ศบค.ผงะ! ตั้งแต่ต้นปีจับแรงงานต่างด้าว 15,278 ราย ปลัด สธ.ชี้เริ่มพบคลัสเตอร์แรงงานต่างชาติ กำชับห้ามเคลื่อนย้ายข้ามพื้นที่ ทบ.แจงยิบผลงานจับกุม อึ้งสัปดาห์เดียวจับได้ 50 ครั้ง ผู้ลักลอบหลายร้อยราย

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงตอนหนึ่งถึงผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 15 ราย ว่ามี 5 รายที่ลักลอบเข้าประเทศผ่านทางช่องทางธรรมชาติ ซึ่งทั้งหมดเป็นคนสัญชาติไทยมาจากเมียนมา 1 ราย มาเลเซีย 2 ราย และกัมพูชา 2 ราย โดยข้อมูลของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง พบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.เป็นต้นมา สามารถจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองได้ถึง 15,378 ราย ในจำนวนนี้เป็นเมียนมา 6,072 ราย ลาว 882 ราย, กัมพูชา 5,114 ราย, มาเลเซีย 31 ราย, ไทย 1,691 ราย และอื่นๆ 492 ราย เฉพาะเดือน เม.ย. มีผู้ลักลอบเข้าเมือง 32 ราย ซึ่งนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. และเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะ ผอ.ศปก.ศบค. ได้เน้นย้ำให้ฝ่ายความมั่นคงทำหน้าที่อย่างแข็งขัน และขอความร่วมมือประชาชนที่อยู่บริเวณชายแดนช่วยแจ้งเบาะแสเพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำงานง่ายขึ้น
        นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ขณะนี้เริ่มพบการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนในสถานประกอบการที่รับแรงงานต่างชาติเข้ามาใหม่ เช่น จังหวัดสมุทรสาคร, เลย และนครราชสีมา จึงได้กำชับให้ทุกจังหวัดเร่งรัดการค้นหาคัดกรองแรงงานกลับบ้าน รวมทั้งผู้ที่เดินทางที่มาจากพื้นที่เสี่ยง พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการงดการเคลื่อนย้ายแรงงานเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด
พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก (ทบ.) ระบุถึงการเฝ้าระวังป้องกันไม่ให้มีการลักลอบเข้าไทยโดยไม่ผ่านการคัดกรองโรค ว่ายังคงเป็นภารกิจสำคัญที่กองทัพมอบให้กองกำลังชายแดนดำรงความเข้มงวดด้วยมาตรการเฝ้าตรวจพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง โดยบูรณาการการปฏิบัติกับหน่วยงานมั่นคงในพื้นที่ ทำให้สามารถจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย รวมถึงผู้นำพาทั้งชาวไทยและต่างด้าวได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในสัปดาห์ที่ผ่านมา 30 เมษายน - 6 พฤษภาคม 64 กกล.ป้องกันชายแดนได้ตรวจพบและจับกุมผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย 50 ครั้ง รวม 306 คน แยกเป็นสัญชาติเมียนมา 248  คน, จีน 4 คน, ไทย 43 คน, ผู้นําพาชาวไทย 8 คน และผู้นําพาสัญชาติเมียนมา 3 คน
    พ.อ.หญิงศิริจันทร์กล่าวอีกว่า ในช่วงวันที่ 8-9 พ.ค.2564 ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 ยังจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองได้ติดกันใน 3 จังหวัดภาคกลางที่ติดกับชายแดนไทย-เมียนมา คือ ประจวบคีรีขันธ์, กาญจนบุรี และสระแก้ว ได้ผู้หลบหนีเข้าเมืองถึง 73 คน และเมื่อวันที่ 8 พ.ค. หน่วยเฉพาะกิจตาพระยา ร่วมกับ ตชด.12 ได้จับบุคคลต้องสงสัยชาวกัมพูชา 6 คน ขณะกำลังเดินเท้าตามเส้นทางธรรมชาติจากกัมพูชาเข้ามาไทยบริเวณบ้านโคกสูง ต.โคกสูง อ.โคกสูง จ.สระเเก้ว โดย 1 ใน 6 เป็นนายหน้า ซึ่งก็ได้ดำเนินคดีกับผู้นำพา ส่วนที่เหลือก็ได้ผลักดันกลับไป และเมื่อ 9 พ.ค.64 หน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศตรวจพบชาวอินโดนีเซีย 1 คน และภรรยาชาวไทย ซึ่งทำงานกาสิโนออนไลน์ฝั่งกัมพูชาลักลอบเข้าไทยที่ ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สะแก้ว เจ้าหน้าที่ได้ทำการคัดกรองโรคและส่งดำเนินคดีตามกฎหมายเช่นกัน
พ.อ.หญิงศิริจันทร์ชี้แจงอีกว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 9 พ.ค. หน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้าร่วมกับร้อย ตชด.134, สภ.สังขละบุรี และฝ่ายปกครอง อ.สังขละบุรี จับกุมลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักรไทย โดยไม่ได้รับอนุญาต สัญชาติเมียนมา 33 ราย (ชาย 26 หญิง 7) บริเวณเขาสิงโต บ.แก่งปรึก ม.4 ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ส่วนที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ฉก.จงอางศึก ลาดตระเวนตามช่องทางธรรมชาติ ร่วมกับผู้นำชุมชน และฝ่ายปกครอง ตรวจพบผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายสัญชาติเมียนมา 32 คน ใกล้กับช่องทางชุมนุมมะละกอ โดยเตรียมจะลักลอบไปทำงานที่ จ.สงขลา 17 คน, ปัตตานี 8 คน, ประจวบฯ 3 คน และสมุทรสาคร 4 คน
ส่วนที่ จ.สมุทรสาคร ฝ่ายปกครองพร้อมด้วยหน่วยงานต่างๆ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานผลิตผลไม้กระป๋อง ใน ต.บางกระเจ้า อ.เมืองสมุทรสาคร ซึ่งพบแรงงานต่างด้าวที่มีความผิด 5 คน พฤติการณ์แตกต่างกัน โดยแอบเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และฝ่าฝืนคำสั่งของทางจังหวัดในการห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าว
ขณะที่ จ.สงขลา พ.อ.อายุพันธ์ กรรณสูต ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 5 พร้อมกำลังทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 5 ร่วมกับทหารร้อย ร.5021 เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสะเดา ตำรวจ สภ.สะเดา และฝ่ายปกครอง สกัดจับรถแท็กซี่มิเตอร์สายสนามบินหาดใหญ่ 2 คัน ขณะลักลอบขนแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา จำนวน 10 คน ซึ่งเป็นแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายที่ลักลอบเข้าเมืองมาตามเส้นทางในหมู่บ้าน พื้นที่บ้านพรุเตียว หมู่ 5 ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา โดยนั่งมาในรถคันละ 5 คน โดยเตรียมนำไปส่งที่หน้าหอนาฬิกาหาดใหญ่และจะมีคนมารับช่วงต่ออีกทอด โดยจ่ายค่าหัวให้นายหน้าชาวมาเลเซียที่พาเข้ามาคนละ 3,000 ริงกิต หรือเกือบ 30,000 บาท     
นายกนก ศรีวิชัยนันท์ ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ได้เน้นย้ำอำเภอที่ติดชายแดน 5 อำเภอ ได้แก่ แม่อาย, ฝาง, เชียงดาว, ไชยปราการ และเวียงแหง รวมทั้งอำเภอที่ติดต่อกับจังหวัดชายแดน คือ จังหวัดแม่ฮ่องสอนและตาก เข้มงวดในการจับกุมกลุ่มแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง เช่นเดียวกับที่ จ.เชียงราย โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 3 กองกำลังผาเมือง ได้เข้มงวดตามแนวชายแดน ตั้งแต่พื้นที่ อ.แม่ฟ้าหลวง, แม่จัน, แม่สาย, เชียงแสน, เชียงของ และเวียงแก่น เพื่อป้องกันการหลบหนีเข้าเมืองและสิ่งผิดกฎหมายตลอด 24 ชม.