‘ทั่นโรม’โดดเสี้ยม ‘พรรคร่วมรัฐบาล’ เลิกพายเรือให้โจร


เพิ่มเพื่อน    

 

“จุรินทร์” โยนพลังประชารัฐต้องตอบกรณี ”ธรรมนัส” ย้ำไม่ถอนตัวจากรัฐบาล เมินคุย “แกะดำอันวาร์” ทั่นโรมโดดเสี้ยมไม่ควรพายเรือให้โจรนั่ง ซัด ป.ป.ช.อย่ารีบปัดสวะ

เมื่อวันอาทิตย์ยังคงมีความต่อเนื่องในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่ต้องพ้นจากตำแหน่ง ส.ส.และรัฐมนตรี แม้เคยต้องคำพิพากษาให้รับโทษในคดีผิดกฎหมายยาเสพติดจากประเทศออสเตรเลีย โดยนายสุพจน์  ไข่มุกด์ อดีตรองประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) คนที่ 1 กล่าวถึงกรณีสังคมเรียกร้องให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2560 เพราะเนื้อหาไม่สามารถปฏิบัติได้ว่า พูดได้ แ ต่ต้องระบุด้วยว่าตรงไหน มาตราใดที่ไม่ดี และต้องแก้ไขอย่างไรจึงจะดีขึ้น ไม่ใช่ตีรวนไปทั้งหมด
     “นักการเมือง ส.ส.และ ส.ว. คณะรัฐมนตรี (ครม.) บางคนมีแผลเต็มตัว บางคนก็ละเลยเพื่อให้ได้อำนาจ แม้ว่าการเมืองไม่สะอาดทั้งหมด ไม่สกปรกทั้งหมด แต่การเมืองไทยระยะหลังมุ่งประโยชน์ส่วนตัว ต่อให้รัฐธรรมนูญเขียนดีแค่ไหน หากคนใช้ไม่มีวุฒิภาวะ ไม่มีจริยธรรม คุณธรรม ก็ใช้ไม่ได้ผล หรือต่อให้รัฐธรรมนูญไม่ดี แต่คนใช้มีจริยธรรม มีคุณธรรม ทุกอย่างไปได้ ดังนั้นอย่าโทษรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญไม่ใช่ยาวิเศษ”  นายสุพจน์กล่าว
สำหรับกรณีนายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี และรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์  (ปชป.) ทำหนังสือให้กรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) และสมาชิกพรรคพิจารณาถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลในกรณีดังกล่าวนั้น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวว่า ร.อ.ธรรมนัสเป็นรัฐมนตรีจากโควตาพรรค พปชร. จึงเป็นหน้าที่พรรค พปชร.ต้องตอบคำถามนี้ ปชป.เป็นแค่พรรคร่วม จึงขอให้เป็นเรื่องที่ พปชร.เป็นผู้ตอบ
เมื่อถามว่า ที่ผ่านมานายอันวาร์มีการเคลื่อนไหวหลายครั้ง จึงถูกมองว่าเหมือนมีปัญหาภายในพรรค นายจุรินทร์กล่าวว่า เรื่องนี้จะสรุปเป็นปัญหาภายในพรรคไม่ได้  เพราะพรรคมีกระบวนการโดยยึดวิถีทางประชาธิปไตย ดังนั้นการดำเนินการทางการเมืองหรือการตัดสินใจอะไรต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ และเสียงส่วนน้อยก็ต้องเข้าใจและรับฟังเสียงส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้พรรคยืนหยัดมา โดยนายอันวาร์ทำลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง ครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้ง แต่พรรคก็ต้องทำตามหลักของพรรค ฟังเสียงส่วนใหญ่ และส่วนตัวไม่ได้คุยกับนายอันวาร์ และไม่คิดจะคุยเพราะเคยคุยด้วยหลายครั้งแล้ว
“ไม่ขอตอบเรื่องอนาคต แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันประเทศกำลังเผชิญปัญหาอยู่ ดังนั้นการตัดสินใจต่างๆ ต้องให้ดีบนความรับผิดชอบและมีวุฒิภาวะ ซึ่งตัดสินใจในขณะที่ประเทศกำลังมีปัญหา คิดว่าทุกคนคงรู้คำตอบอยู่แล้ว” นายจุรินทร์กล่าวตอบข้อถามที่ว่า ไม่มีแนวคิดถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่
    ส่วนนายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค ปชป.โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้นายวิวรรธนไชย ณ กาฬสินธุ์ อดีต ส.ส.กาฬสินธุ์ในเรื่องนี้ว่า การแสดงความคิดเห็นทางการเมืองของนายอันวาร์เป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่การตัดสินใจใดๆ ย่อมขึ้นอยู่ที่มติของ กก.บห.และ ส.ส.พรรค ซึ่งพรรคไม่ได้เล่นการเมืองใดๆ ทั้งสิ้นในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงขอเรียกร้องให้อดีตนักการเมืองบางคนที่หันไปทำอาชีพธุรกิจ แต่อยากเอาใจรัฐบาล อย่าออกมาแสดงความเห็นทางการเมืองให้พรรคเสียหาย ถ้าพูดเพื่อต้องการเอาใจรัฐบาลก็ควรเชียร์รัฐบาลแบบตรงๆ โดยไม่จำเป็นต้องพาดพิงถึงพรรคการเมืองอื่น
    ส่วนนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวว่า อยากเห็นพรรคการเมืองต่างๆ ที่ร่วมรัฐบาลกลับใจใหม่ และมาเริ่มสร้างรัฐบาลที่เป็นของประชาชน  ซึ่งการจะไปสู่จุดนั้นได้ก็จำเป็นที่พรรค ปชป.และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ต้องลาออก ซึ่งแม้ผิดหวังที่ ปชป.ยืนยันไม่ลาออก แต่ถือว่าเป็นนิมิตหมายอันดีที่คนของ ปชป.บางส่วนเห็นถึงความสำคัญตรงนี้และพยายามกดดันพรรคตัวเอง  
“การได้สติของคนไม่กี่คนก็ยังไม่พอ มีความจำเป็นที่จะต้องช่วยกันส่งเสียง ส่งสัญญาณส่งแรงกดดันไปยังพรรคการเมืองอย่าง ภท., ปชป.ไปว่าหยุดพายเรือให้โจรนั่งได้แล้ว มิฉะนั้นท้ายที่สุดไม่ใช่แค่เรือลำนั้นจม แต่เรือทั่วประเทศไทยจะจมด้วย” นายรังสิมันต์กล่าว
นายรังสิมันต์ยังกล่าวถึงกรณีนายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ระบุว่าการยื่นร้องเรียน  ร.อ.ธรรมนัสอาจไม่เข้าข่ายผิดจริยธรรมว่า นายนิวัติไชยออกมาพูดเร็วไปหรือไม่ เพราะเรื่องนี้พรรคยังไม่ได้ส่งเรื่องไปยัง ป.ป.ช. ซึ่งพรรคมั่นใจและมีหลักฐานที่ชัดเจนว่าเอา  ร.อ.ธรรมนัสออกจากตำแหน่งได้แน่นอน ถ้าพิจารณาบนพื้นฐานของกฎหมายจริงๆ  เพราะฉะนั้นอยากให้ ป.ป.ช.ทำหน้าที่ตัวเองให้ดี เปิดรับฟังและรอดูพยานหลักฐานที่จะยื่นก่อน
วันเดียวกัน นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า สัปดาห์หน้าจะนัดฝ่ายที่เกี่ยวข้องหารือถึงมาตรการป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่รัฐสภา เพื่อเตรียมการเปิดประชุมสภา สมัยสามัญ วันที่ 22 พ.ค.นี้ โดยขอให้ฝ่ายการเมืองและเจ้าหน้าที่รีบฉีดวัคซีนให้ทันก่อนการเปิดประชุม เพราะสภาต้องทำงานร่วมกับโควิด-19 จะปฏิเสธไม่ได้ ไม่ว่ายอดผู้ติดเชื้อจะเพิ่มขึ้นหรือลดลง งานที่ต้องทำก็ยังต้องเดินหน้าต่อไป เพราะมีกฎหมายสำคัญที่รอการพิจารณาอยู่ เช่น ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 เพราะหากช้าจะเป็นปัญหาและส่งผลกระทบต่อคนทั้งประเทศ.

 


อืมมมม... บางวันมันก็ฝืนจริงๆ นะ! คือเรื่องคุยน่ะ..มี อารมณ์จะคุยมันไม่มี แต่ต้องคุย เพราะอย่างนั้น จึงตกอยู่ในลักษณะ "ทุกข์เข็น"

"การสื่อสารกับการเมือง"
ยอมให้ด่า "เพื่ออนาคต"
๗ ปี"ไล่นายกฯ"อย่างเดียว
"วิจัย-พัฒนา"ถึง"หมากัด"
"รัฐบาลทำดีแต่มีคนเซ็ง"
เมื่อนายกฯ ชื่อ "พิธา"