ฝ่ายแค้น 'ขยะการเมือง'


เพิ่มเพื่อน    

        พูดไว้ตรงนี้เลยนะ

            คนอัปรีย์มันเยอะ!

            เฟกนิวส์วัคซีน เกิดขึ้นรายวัน แก้ข่าวตามไม่ทันหรอกครับ

            หากจะแก้ปัญหาจริงๆ พวกนักการเมืองฝ่ายแค้นควรจะเพลาๆ ลงหน่อย ถ้าเล่นผีเจาะปากวันละ ๒๔ ชั่วโมง ก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากกาหัวไว้ "ไอ้พวกทำลายชาติ"

            มันเกิดขึ้นแล้วและเกิดขึ้นทุกวัน เปิดประเด็นเอามัน สุดท้ายเปิดตูดหนีทั้งนั้น ไม่เคยตรวจสอบเพิ่มเติมว่าที่ตัวเองโพสต์เอาไว้ในโซเชียล ความจริงคืออะไร

            ข่าววัคซีนจากฝ่ายแค้นกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นข่าวด้านลบ

            และข่าวด้านลบเกือบทั้งหมดเป็นเฟกนิวส์

            จู่ๆ มีหน้ามาบอก รัฐบาลล้มเหลวทำให้คนลงชื่อฉีดวัคซีนน้อย

            เปลี่ยนเรื่องด่าได้ทุกวัน เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาลิ้นพัน  ประชาชนสับสนเรื่องวัคซีน และกลัวการฉีดวัคซีน ก็เพราะ นักการเมืองฝ่ายแค้นนี่แหละครับ

            ว่ากันเรียงตัว ถ้าเป็นไปได้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DES) ช่วยตรวจสอบอีกที จะดีมาก

            พล.ท.พงศกร รอดชมภู อดีต ส.ส.อนาคตใหม่ ปัจจุบันก็ยังอยู่ในแวดวงไทยซัมมิท คอมปะนี โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันอาทิตย์

                "...ผมรู้สึกว่าผลประโยชน์มันแรงถึงขนาดละทิ้งความเป็นมนุษย์กันไปแล้ว

                ในสังคมฝรั่งอะไรที่ทำให้มนุษย์ด้วยกันมีความเสี่ยงเขาจะปกป้อง

                ในสังคมป่าเถื่อน ขอเพียงให้ผู้นำกอบโกยได้ ลิ่วล้อกลับทำทุกอย่างเพื่อนายตัวเอง จะเป็นบุคคลหรือเป็นกลุ่ม เป็นสังกัดมูลนายเดียวกันก็ตาม โดยใช้การชี้นำเหมือนชนเผ่า เสกคาถาด้วยหมอผี

                วัคซีนปกติที่อ้างมาเขาจะให้ได้ผลเกือบเต็มหรือเต็ม  ๑๐๐% ด้วยการวิจัยประมาณ ๑๐ ปี จึงไม่มีอันตรายค่อนข้างแน่นอน

                ต่างจากวัคซีนฉุกเฉินที่ผู้ผลิตบอกเสมอว่าอาจมีอันตราย

                คนไร้จรรยาบรรณต่างๆ ยังตะบี้ ตะบันบอกว่าไม่อันตรายอยู่ได้

                ต่ำกว่าความเป็นมนุษย์กันแท้จริงครับ..."

            ที่โพสต์คงหมายถึงวัคซีน ซิโนแวค จากจีน เพราะ  พล.ท.พงศกร แชร์โพสต์คนอื่นประกอบ ซึ่งมีข้อความว่า....

                "...น้อนเป็นคนดี ที่ออกมาแนะนำให้รับซิโนแวคโดยที่ไม่ต้องคิดอะไรมาก สมัยเด็กๆ ฉีดคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก  ไทฟอยด์ไม่เห็นต้องคิด

                ก็เพราะน้อนไม่คิดไม่แยกแยะว่าอันไหน WHO รับรองให้ฉีดแล้วผ่านการทดสอบแล้ว อันไหนมันยังไม่ได้มาตรฐาน ถ้าน้อนหัดคิดสักนิดน้องก็จะไม่เคยมีข่าวแบบนี้ออกมาไงคะ..."

            อยากจะถาม พล.ท.พงศกร เล่นโซเชียลมานานหรือยัง  เสิร์ชกูเกิลเป็นหรือเปล่า

            มันยากมากนักรึไงกับการหาข้อมูลก่อนที่จะแชร์หรือแสดงความเห็นอะไรในโซเชียล

            อายุก็ไม่น้อยแล้ว

            แค่เสิร์ชคำว่า "ไฟเซอร์ เข็มแรกของโลก" ก็ได้ข้อมูลออกมาแล้วว่า

            "สหราชอาณาจักรเป็นประเทศแรกของโลกที่เริ่มฉีดวัคซีนที่พัฒนาโดย Pfizer และ BioNTech ให้แก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยงอย่างเป็นทางการ โดย มาร์กาเรต คีแนน คุณยายวัย ๙๐ ปี เป็นชาวอังกฤษคนแรกที่ได้รับวัคซีนโดสแรกจากทั้งหมด ๒ โดสที่มหาวิทยาลัยฮอสปิตัลในเมืองโคเวนทรี เมื่อเวลา ๐๖.๓๑ น. วันนี้ (๘ ธันวาคม ๒๕๖๓) ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นโมเมนต์แห่งประวัติศาสตร์ในสงครามต่อสู้กับโควิด-๑๙"

            เสิร์ชต่อคำว่า "ไฟเซอร์ อนามัยโลก รับรอง" ผลที่ออกมาคือ

            "องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้รับรองการใช้งานฉุกเฉิน ให้กับวัคซีนป้องกันโควิด-๑๙ ของบริษัทไฟเซอร์ และไบออนเทค อย่างเป็นทางการ ทำให้วัคซีนนี้เป็นวัคซีนป้องกันโควิด-๑๙ ตัวแรกของโลกที่ได้รับการรับรองจาก  WHO โดยให้เหตุผลว่ามีประสิทธิผล ตามมาตรฐานที่ WHO  กำหนดไว้ คือวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๓"

            ทีนี้แค่แหกตาดู ก็รู้ว่า WHO รับรองทีหลัง

            ไม่ใช่แค่ไฟเซอร์

            แอสตร้าเซนเนก้า ผ่านการอนุมัติวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์  ๒๕๖๔

            จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ผ่านการอนุมัติวันที่ ๑๒  มีนาคม ๒๕๖๔

            โมเดอร์นา ผ่านการอนุมัติวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๔

            วัคซีนทั้งหมดนี้ ฉีดก่อน WHO รับรองทั้งสิ้น

            เพราะเป็นวัคซีนฉุกเฉิน

            สังคมฝรั่ง ปกป้องมนุษย์มากงั้นหรือ ตายกันเป็นแสนเป็นล้าน มันสังคมอะไร

            สังคมไทยมันป่าเถื่อนมากใช่มั้ย

            คนไร้จรรยาบรรณมันคนประเภทไหนกันแน่

            ช่างต่ำกว่าความเป็นมนุษย์จริงๆ!

            อีกคนคือ "อรุณี กาสยานนท์" นักการเมืองรุ่นใหม่ แต่บทบาทโฆษกสากกะเบือชัดๆ

            หาเรื่องด่าได้ทุกวัน พลาดมากี่ที เพื่อไทยก็ยังให้เป็นโฆษกอยู่....มันก็แปลก

            วานนี้ โจมตีรัฐบาลว่า 

                "...จนถึงปัจจุบันพบว่ามีผู้ลงทะเบียน เพียง ๑.๕๕ ล้านคน ซึ่งถือว่าน้อยมากจากที่ตั้งเป้าหมายไว้ที่ ๑๖ ล้านคน  สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลสอบตกในการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในการฉีดวัคซีน บกพร่องต่อการสื่อสารและทำความเข้าใจถึงประสิทธิภาพและผลข้างเคียงที่แท้จริงให้กับประชาชนอย่างเพียงพอ..."

            ครับ...เมื่อ ๑๗ เมษายน "อรุณี กาสยานนท์" ให้สัมภาษณ์สะท้อนให้เห็นถึงทัศนคติที่แท้จริง

                “ความผิดพลาดของรัฐบาลในตอนนี้ คือเชื่อว่าตัวเองทำเต็มที่และทำดีที่สุดแล้ว ทั้งที่ได้วัคซีนน้อยและช้า แถมยังได้ของไม่ดีอีกด้วย ประเทศอื่นเตรียมทิ้งแอสตราเซเนกา แต่เรายังมั่นใจในประสิทธิภาพเต็มร้อย อยากถามว่าวัคซีนที่กำลังจะเข้ามาคือของเหลือจากประเทศอื่นหรือไม่ หรือท่านยึดถือนโยบายขยะของเขาคือสมบัติของเรา”

            และยังมีอีกหลายครั้งที่ "อรุณี กาสยานนท์" โจมตีวัคซีน แอสตร้าเซนเนก้า-ซิโนแวค ในด้านลบ

            บางกรณีฟ้องร้องขึ้นโรงขึ้นศาลกันไปแล้ว 

            นี่คือตัวอย่างฝ่ายแค้น

            ถามหน่อยเถอะใครกันแน่ป่วนเสียจนประชาชนไม่แน่ใจว่าจะฉีดวัดซีนหรือไม่ฉีดดี

            ฝ่ายค้านรู้หรือเปล่าสถานการณ์วัคซีนของโลกตอนนี้เป็นเช่นไร

            ข่าวสดๆ ร้อนๆ "เอมมานูเอล มาครง" ผู้นำฝรั่งเศส กดดันให้สหรัฐอเมริกา ยกเลิกหรือลดกำแพงข้อห้ามในการส่งออกวัตถุดิบสำหรับผลิตวัคซีน เพราะหลายประเทศที่ผลิตวัคซีนได้ กำลังประสบปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบอย่างหนัก

            ในขณะที่ประเทศร่ำรวยอย่างสหรัฐหรือแคนาดากลับมีวัคซีนตุนไว้ ๓-๔ เท่าของประชากร   

            ส่วนประเทศยากจนตอนนี้ได้รับวัคซีนแค่ ๑% ของวัคซีนที่ผลิตทั่วโลก

            ฉะนั้นดูให้เข้าใจว่าประเทศไทยต้องสู้กับอะไร

            มือไม่พาย ตีนอย่าราน้ำ

            น่ารำคาญครับ.