เปิดเส้นทางต่างด้าวเข้าไทย เร่งผนึกกำลังอุดรอยรั่ว


เพิ่มเพื่อน    

           หลังจาก “ผู้ว่าฯ ปู” วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ได้ลงนามคำสั่งที่ 1151/2564 สั่งปิดการดำเนินการของบริษัท รุ่งเจริญผล จำกัด (ห้องเย็น) เลขที่ 118/35 หมู่ 1 ต.ท่าจีน อ.เมืองสมุทรสาคร เป็นการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 8 พ.ค.64 ถึงวันที่ 16 พ.ค.64 เนื่องจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดรายงานพบพนักงานติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 39 ราย จากพนักงานทั้งหมด 69 ราย คิดเป็นอัตราร้อยละ 56.62

            ทางผู้ว่าฯ ก็ได้แถลงผ่านเพจเฟซบุ๊ก “โควิด-19 สมุทรสาคร” เมื่อวันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา ว่า จำเป็นต้องปิดบริษัทดังกล่าวเพราะไม่เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ว่าจะมีการปิดตัวเองและกักพนักงานอยู่ในพื้นที่ โดยไม่ให้พนักงานกลับที่พักไปพบครอบครัวเป็นเวลา 14 วัน แต่ปรากฏว่าบริษัทดังกล่าวปิดทำการแค่ 3 วัน ไม่เป็นไปตามมาตรการที่กำหนดไว้

                “และผมได้ประชุมร่วมกับบริษัทโบรกเกอร์ที่นำเข้าแรงงานถูกกฎหมายเข้ามาในพื้นที่สมุทรสาคร ได้รับการยืนยันว่าขณะนี้มีแรงงานผิดกฎหมายเข้ามาในพื้นที่เหมือนกัน ผมจึงขอให้โบรกเกอร์เหล่านั้นชี้เบาะแส และกำหนดขอบเขตให้กระทรวงแรงงาน ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ 4 ฝ่ายดำเนินการหาตัวแรงงานเถื่อนที่เข้ามาให้ได้ภายในวันศุกร์นี้ โดยเราจะทำงานแข่งกับเวลา ไม่ใช่ให้เกิดการระบาดของโรคอีกแล้วค่อยทำ เราสั่งการชัดเจนว่าเป้าหมายของแรงงานเถื่อนเหล่านั้นคือ กทม.และสมุทรสาคร ก็ต้องจับตัวมาให้ได้ โดยอาศัยความร่วมมือของโบรกเกอร์ และ 4 หน่วยงาน”  ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร ระบุ

            ส่งผลให้ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 หรือ ศบค. นำสถิติผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายผ่านชายแดนประเทศเพื่อนบ้านตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันมาแถลงว่า มีจำนวนมากถึง 1.5 หมื่นคน เฉพาะเดือน เม.ย. มีจำนวน 32 คน แต่ที่น่าสนใจคือ การจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายที่ผ่านช่องทางธรรมชาติ ชายแดนฝั่งตะวันตกด้านล่างเริ่มมีเป็นจำนวนมาก

            และ “กองทัพบก” ได้แจ้งผลการปฏิบัติงานของหน่วยในพื้นที่ในการเฝ้าตรวจ ลาดตระเวนตามแนวชายแดน 24 ชั่วโมง พร้อมแถลงข้อมูลจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองในช่วงที่ 1-2 วันที่ผ่านมาด้านชายแดนประจวบคีรีขันธ์ กาญจนบุรี และสระแก้ว รวม 73 คน โดย ฉก.ลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ (กองพลทหารราบที่ 9) ดูแลชายแดนด้าน จ.กาญจนบุรี ได้ร่วมกับ ร้อย.ตชด.134, สภ.สังขละบุรี และฝ่ายปกครอง อ.สังขละบุรี จับกุมชาวเมียนมา 33 ราย บริเวณเขาสิงโต บ.แก่งปรึก ม.4 ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี จากการสอบถามให้การว่า นั่งเรือมาจาก จ.มะละแหม่ง ประเทศเมียนมา เพื่อมาหางานทำในไทยโดยมีผู้นำพา เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจคัดกรองโรค และนำตัวส่งฝ่ายปกครอง ดำเนินการตามขั้นตอนและดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว

            ส่วนที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ฉก.จงอางศึก ดูแลชายแดนด้าน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ลาดตระเวนตามช่องทางธรรมชาติร่วมกับผู้นำชุมชนและฝ่ายปกครอง ตรวจพบจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายสัญชาติเมียนมา 32 คน ใกล้กับช่องทางชุมนุมมะละกอ จากการสอบถามทราบว่าเดินทางมาจากประเทศเมียนมา จ.มะละแหม่ง 27 คน, ย่างกุ้ง 4 คน และปะกู 1 คน โดยเตรียมจะลักลอบไปทำงานที่ จ.สงขลา 17 คน, จ.ปัตตานี 8 คน, จ.ประจวบฯ 3 คน จ.สมุทรสาคร 4 คน จึงได้นำผู้ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองทั้งหมดไปดำเนินการส่งกลับบริเวณช่องทางธรรมชาติ รวมถึงช่วงกลางดึกยังมีการจับกุมต่างด้าวสัญชาติเมียนมาเพิ่มเติมอีก 24 คน บริเวณเส้นทางธรรมชาติช่องทางพุน้ำหยด ต.คลองวาฬ

            ขณะที่ ฉก.ตาพระยา ดูแลชายแดนด้านสระแก้ว ได้ร่วมกับ ตชด.12 จับกุมชาวกัมพูชา 6 คน ขณะกำลังเดินเท้าตามเส้นทางธรรมชาติจากฝั่งประเทศกัมพูชาเข้ามาประเทศไทยบริเวณบ้านโคกสูง ต.โคกสูง อ.โคกสูง โดย 1 ใน 6 เป็นนายหน้านำพาเพื่อมาหางานทำ เจ้าหน้าที่ได้สอบสวนและบันทึกจับกุม จากนั้นได้ผลักดันออกนอกประเทศทางช่องทางโอปาเจือน สำหรับผู้นำพา ได้ดำเนินการส่งฟ้องศาลเพื่อดำเนินคดีต่อไป และที่ จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 9 พ.ค.64 หน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ ตรวจพบชาวอินโดนีเซีย 1 คน และภรรยาชาวไทย ซึ่งทำงานกาสิโนออนไลน์ฝั่งกัมพูชา ลักลอบเข้าไทยที่ ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ เจ้าหน้าที่ได้ทำการคัดกรองโรคและส่งดำเนินคดีตามกฎหมายเช่นกัน

            แหล่งข่าวฝ่ายความมั่นคงระบุว่า หลังจากทางการกวาดล้างขบวนการค้าแรงงานเถื่อน ต้นตอในการระบาดระลอกที่ 2 ก็ยังพบว่า “ขบวนการ” เหล่านั้นยังไม่ถูกขุดรากถอนโคน และยังส่ง “นายหน้า” รับออเดอร์จากส่วนกลางเพื่อนำพาหาแรงงานเถื่อนเข้ามาพื้นที่ชั้นในอย่างต่อเนื่อง แต่เปลี่ยนจุดเข้าประเทศจากชายแดน อ.แม่สอด เบี่ยงลงชายแดนตะวันตกด้านล่างลงไป

                “จะเห็นได้ว่าผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายที่เจ้าหน้าที่จับกุมได้ มาทั้งจากย่างกุ้งและมะละแม่ง ที่มาตามถนนเส้นทางหมายเลข 8 ที่ผ่านมาลงด้านล่าง โดยมะละแม่งมีพื้นที่ติดกับตากและกาญจนบุรี หลังจากล่าสุดที่เริ่มลงมาเข้าทาง อ.พบพระ จ.ตาก ก็จะขยับลงไปที่ชายแดนด้านล่างอีก” แหล่งข่าวระบุ

            จากการตรวจสอบยังพบว่า “แรงงานเถื่อน” ที่ลักลอบเข้ามาช่วงนี้มีนายหน้าในฝั่งเมียนมามาส่งที่ชายแดน แล้วปล่อยให้คนเหล่านั้นเดินข้ามมาเอง บางคนเป็นวัยรุ่น คาดว่าเป็นนักศึกษาที่ไม่ได้คุ้นเคยกับสภาพพื้นที่ป่าเขา อย่างไรก็ตามส่วนใหญ่ยังเป็นแรงงานที่ต้องการเข้ามาทำงานในประเทศไทยตามออเดอร์

            จากสถานการณ์การแพร่ระบาดในระลอกที่แล้ว ฝ่ายความมั่นคงถูกตั้งคำถามเรื่องความบกพร่องในการเฝ้าตรวจชายแดนจนทำให้แรงงานเถื่อนเข้ามาได้ จนนำไปสู่การระบาดในคลัสเตอร์สมุทรสาคร แต่หลังจากนั้นการปรับมาตรการ การเพิ่มเติมกำลังเสริมเข้าไป ทำให้การข้ามชายแดนและเข้ามายังพื้นที่ด้านในไม่ง่ายเหมือนเมื่อก่อน เนื่องจากกำลังทุกฝ่ายได้ประสานความร่วมมือในการปฏิบัติอย่างเต็มที่

            นอกจากกำลังทหารที่ตั้งฐานปฏิบัติรักษาอธิปไตยคู่ขนานกับฐานทหารเมียนมาตลอดแนว รวมถึงการตั้งด่านใน ปมคมนาคม หรือตามสี่แยกต่างๆ ป้องกันการใช้พาหนะในการขนส่งผู้ลักลอบเข้าพื้นที่ชั้นใน การจัดชุดเคลื่อนที่เร็วเมื่อได้รับแจ้งข่าวสาร ก็จะเข้าสกัดกั้นทันที แล้วก็ยังมีหน่วยงานฝ่ายปกครอง โดยนายอำเภอ ดูแลหมู่บ้านชายแดนกว่า 10 แห่งตลอดแนวชายแดน 846 กิโลเมตร โดยในจำนวนนี้มีหมู่บ้านชายแดนคู่ขนาน 4 หมู่บ้านที่ทหารเข้าไปร่วมสนับสนุน รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการดูแลร่วมกันเกือบทุกจุด

            แต่การปฏิบัตินั้นก็ใช่ว่าจะ “ซีล” ชายแดนได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะชาวเมียนมาที่ต้องเจอสถานการณ์การเมืองในประเทศ ตกงานจากสภาพเศรษฐกิจ ต่างทะลักหนีตายออกจากประเทศ โดยมีขบวนการค้ามนุษย์ทั้งฝั่งเมียนมาและไทยที่เห็นแก่ผลประโยชน์ หลอกให้แรงงานต่างด้าวจ่ายเงินแล้วนำมาปล่อยที่ชายแดนเพื่อให้เดินข้ามมาเองจนถูกเจ้าหน้าที่ไทยจับกุม รวมไปถึงเอเยนต์ในประเทศเคลื่อนย้ายแรงงานจากจังหวัดหนึ่งไปอีกจังหวัดหนึ่ง โดยเฉพาะในกลุ่มคนงานก่อสร้าง

            ซึ่งหากเล็ดลอดเข้าไปยังพื้นที่ชั้นในได้ ทางจังหวัดและผู้ประกอบการก็คงต้องตั้งรับให้ดี และวางมาตรการเร่งด่วนในคัดแยกผู้ติดเชื้อไม่ให้กระจายในพื้นที่ เพื่อไม่ให้ซ้ำเติมสถานการณ์ติดเชื้อหลายคลัสเตอร์ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลที่กระจายเป็นดอกเห็ด อย่างที่ผู้ว่าฯ สมุทรสาครกำลังเร่งดำเนินการก่อนที่จะรอให้เหตุเกิดก่อน

            ความกังวลในเรื่องของการป้องกัน “ด่านหน้า” หรือ “ประตูด่านแรก” ระหว่างที่รัฐกำลังทำศึกกับ “โควิดเมืองกรุง” อย่างเร่งรีบ โดยสะกิดเตือนให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง “ตั้งการ์ด” และ “ตื่นตัว” อีกรอบจึงไม่ได้เป็นเรื่องโยนให้เป็นความรับผิดชอบใคร

                แต่น่าจะเป็นการแจ้งเตือนข้อมูลเพื่อให้ทุกฝ่ายกลับมาผนึกกำลังอีกครั้ง ปกป้องไม่ให้เชื้อกลายพันธุ์เข้ามาซ้ำเติมสถานการณ์อีกระลอก!!!.

 


อืมมมม... บางวันมันก็ฝืนจริงๆ นะ! คือเรื่องคุยน่ะ..มี อารมณ์จะคุยมันไม่มี แต่ต้องคุย เพราะอย่างนั้น จึงตกอยู่ในลักษณะ "ทุกข์เข็น"

"การสื่อสารกับการเมือง"
ยอมให้ด่า "เพื่ออนาคต"
๗ ปี"ไล่นายกฯ"อย่างเดียว
"วิจัย-พัฒนา"ถึง"หมากัด"
"รัฐบาลทำดีแต่มีคนเซ็ง"
เมื่อนายกฯ ชื่อ "พิธา"