ลิ่มเลือดอุดตัน..ไม่ใช่ผลข้างเคียงจากวัคซีนโควิด


เพิ่มเพื่อน    

   สถานการณ์โควิด-19 ที่กำลังระบาดระลอกใหม่อยู่ในขณะนี้ ยังคงแพร่กระจายและรุนแรงอย่างต่อเนื่อง คนที่มีโรคประจำตัวเรื้อรังยิ่งต้องระวัง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคหัวใจที่เสี่ยงต่อการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นหากได้รับเชื้อ เพราะกล้ามเนื้อหัวใจทำงานแย่ลงอาจเกิดอาการหัวใจล้มเหลวได้ การฉีดวัคซีนโควิด-19 จึงมีความสำคัญ เพื่อช่วยลดความรุนแรงของโรค และเพิ่มโอกาสรอดชีวิตในผู้ป่วย

            นพ.ชาติทนง ยอดวุฒิ อายุรแพทย์หัวใจ หัวหน้าศูนย์ตรวจสมรรถภาพหัวใจ โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ กล่าวว่า ปัจจุบันมีการพูดถึงอย่างมากถึงผลข้างเคียงของการฉีดวัคซีนโควิด-19 ซึ่งความจริงแล้วผลข้างเคียงมีน้อยมาก และส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรง หากชั่งน้ำหนักแล้วประโยชน์ที่ได้รับจากการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 นั้นมากมายกว่าหลายเท่า เพราะหากฉีดวัคซีนให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ได้เร็วเท่าไร ทุกคนก็จะได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติได้เร็วขึ้นเท่านั้น

            สำหรับผลข้างเคียงจากวัคซีนโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ ซึ่งหลายคนค่อนข้างเป็นกังวลคือ ภาวะลิ่มเลือดอุดตัน ซึ่งการเกิดภาวะลิ่มเลือดในหลอดเลือดไม่ว่าจะเป็นหลอดเลือดดำในสมอง หลอดเลือดดำที่ขา หรือเป็นสาเหตุให้ลิ่มเลือดเหล่านั้นหลุดแล้วไปอุดตันที่เส้นเลือดปอด ภาวะนี้เกิดขึ้นเพราะมีการสร้างภูมิคุ้มกันต่อเกล็ดเลือดในร่างกายของเราเอง ทำให้เกล็ดเลือดต่ำลงและกระตุ้นให้มีการสร้างระบบการแข็งตัวของเลือดขึ้นในร่างกาย แต่ภาวะนี้ไม่ได้เป็นภาวะที่เพิ่งเกิดขึ้นหลังจากฉีดวัคซีนโควิด-19 เท่านั้น ในทางการแพทย์ถือว่าภาวะนี้เป็นภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นได้จากการรักษาโรคในระบบหลอดเลือดและหัวใจอยู่แล้ว ในขณะนี้บางประเทศได้ยับยั้งการฉีดวัคซีนโควิด-19 ชนิดนี้แล้ว เพื่อทำการศึกษาเพิ่มเติมถึงผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น ส่วนภาวะที่คล้ายกับโรคของหลอดเลือดสมองซึ่งมีรายงานออกมาในผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิดb-19 ในประเทศไทย ยังเป็นอาการที่เกิดขึ้นชั่วคราวและไม่ได้รุนแรงที่ทำให้เกิดความพิการ และสามารถหายขาดจากภาวะเหล่านั้นได้ ก็ยังคงต้องติดตามผลกันต่อไป

            ทั้งนี้ การป้องกันการระบาดของโควิด-19 คือ ต้องให้ประชากรอย่างน้อย 60-70% ขึ้นไปได้รับวัคซีน เพื่อปิดวงจรการระบาดทำให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ การฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ควรฉีดให้กับทุกคนที่ไม่มีข้อห้ามในการฉีด โดยเฉพาะผู้ป่วยเรื้อรังที่มีความเสี่ยงสูงและมีอันตรายถึงชีวิตถ้าหากติดเชื้อโควิด-19 เช่น ผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคปอด และโรคทางเดินทางหายใจ โรคไตเรื้อรัง ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เป็นต้น

            สำหรับคนที่มีข้อห้ามในการฉีดวัคซีน ได้แก่ ผู้ที่มีอาการแพ้รุนแรงจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 ครั้งแรก หรือแพ้ส่วนประกอบของวัคซีนรุนแรง ผู้ที่เจ็บป่วยแบบเฉียบพลันและอาการยังไม่คงที่ ผู้ที่มีโรคเรื้อรังและยังปรากฏอาการในปัจจุบัน เช่น โรคหัวใจ โรคทางระบบประสาทบางชนิด ฯลฯ ผู้ที่อายุน้อยกว่า 18 ปี ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง เป็นต้น (เพิ่มเติม รอประกาศจากกระทรวงสาธารณสุข) นอกจากนี้วัคซีนแต่ละชนิดอาจไม่ได้เหมาะกับทุกคนจึงจำเป็นที่จะต้องเลือกชนิดของวัคซีนที่จะฉีดให้เหมาะสมเพื่อป้องกันผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้น

            การหยุดความรุนแรงของโรคที่สำคัญคือ การหยุดการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส เพราะการกลายพันธุ์อาจนำมาซึ่งการหลบภูมิคุ้มกันและวัคซีนจะไม่ได้ผล ดังนั้นการเตรียมตัวและเร่งฉีดวัคซีนให้ในคนที่ควรต้องฉีด หลีกเลี่ยงการฉีดวัคซีนในคนที่มีข้อห้ามในการฉีด ย่อมจะทำให้ประสบความสำเร็จในการป้องกันโรค และความหวังของประชากรที่จะกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติสุขก็จะอยู่ไม่ไกล.

 

 


อืมมมม... บางวันมันก็ฝืนจริงๆ นะ! คือเรื่องคุยน่ะ..มี อารมณ์จะคุยมันไม่มี แต่ต้องคุย เพราะอย่างนั้น จึงตกอยู่ในลักษณะ "ทุกข์เข็น"

"การสื่อสารกับการเมือง"
ยอมให้ด่า "เพื่ออนาคต"
๗ ปี"ไล่นายกฯ"อย่างเดียว
"วิจัย-พัฒนา"ถึง"หมากัด"
"รัฐบาลทำดีแต่มีคนเซ็ง"
เมื่อนายกฯ ชื่อ "พิธา"