กลัวโควิดอย่ากลัววัคซีน


เพิ่มเพื่อน    

      โควิดดุจริงๆ

            เห็นมะรุมมะตุ้มแถวๆ ตลาดคลองเตย เผลอแป๊บเดียว แตกแถวมาเคาะก๊อกๆๆ ถึงประตูสำนักงานไทยโพสต์แล้ว

            ก็ต้องระวังตัวกันเยอะๆ ครับ

            สถิติการติดเชื้อหลังๆ มานี้ อยู่ในที่ทำงาน ในครอบครัว เสียมาก

            คนไทยจำนวนไม่น้อยยังอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ จึงประมาทไม่ได้เลย การ์ดตกนิดเดียว วุ่นวายขายปลาช่อนแน่นอน

            ครับ...ควรจะกลัวโควิด-๑๙

            แต่ไม่ควรกลัวที่จะฉีดวัคซีน

            ตั้งแต่ต้นปีที่แล้วมาถึงวันนี้ พวกปากเสีย วิวัฒนาการปากตัวเอง เรื่อยมา และคงจะใช้ปากสร้างความเสียหายไปเรื่อยๆ

            ช่วงแรกด่ารัฐบาลบริหารวัคซีนผิดพลาด

            วัคซีนมาช้าแทงม้าตัวเดียว

            คนไทยได้ฉีดวัคซีนช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้าน

            พอวัคซีนมา พากันก่นด่าวัคซีนเซินเจิ้น ไม่มีประสิทธิภาพ

            เริ่มจะปูพรมฉีดวัคซีน มันมาอีกแล้ว ฉีดแล้วแพ้ ฉีดแล้วตาย อย่าฉีด

            จี้ให้รัฐบาลบอกให้หมดว่า ฉีดแล้วแพ้-ตายไปกี่คนแล้ว ทั้งที่เขาชี้แจงมาตลอด

            คนพวกนี้ก็หาข้อโต้แย้งไปเรื่อย

            ส.ส.บางคนฉีดวัคซีนซิโนแวคไปหยกๆ เพิ่งจะถอนเข็มออก ก็ย้อนมาด่าวัคซีนจีนซะงั้น                  

            ไทยมีวัคซีน AstraZeneca อยู่ในมือแน่ๆ แล้ว ๖๓  ล้านโดส

            สยามไบโอไซเอนซ์ มีกำลังผลิตปีละ ๒๐๐ ล้านโดส

            แต่ก็ยังมีเสียงค่อนแคะ ทำไมไม่เอา Pfizer มาฉีดให้ประชาชน

            สรุปคือ ไปทางไหนมันก็หาเรื่องด่าได้หมด

            สนใจมากก็ใช่เรื่อง ปล่อยให้เห่าไป เอาไว้อีก ๓-๔  เดือน ดูซิยังจะเห่าอยู่อีกหรือเปล่า

            ฉะนั้นมาเตรียมตัวสู่โหมดฉีดวัคชีนกันดีกว่า

            เดือนมิถุนายน เป็นต้นไป วัคซีนล็อตแรกลง ๑๖ ล้านโดส เพื่อ ๑๖ ล้านคน

            ผู้สูงอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป ๑๑.๗ ล้านโดส

            ผู้ป่วย ๗ กลุ่มโรคเรื้อรัง ๔.๓ ล้านโดส

            ๗ โรค มี ผู้ป่วยทางเดินหายใจเรื้อรังรุนแรง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตวายเรื้อรัง (ระยะสุดท้าย ระยะที่ ๕)  โรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคอ้วน  (น้ำหนัก ๑๐๐ กิโลกรัมขึ้นไป)

            เริ่มฉีดวัคซีน ๗ มิถุนายน ถึง ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๔

            เพจหมอพร้อมแจ้งตัวเลขวานนี้จองคิวไปแล้วกว่า  ๑.๗ ล้านคน

            ถามว่ามากหรือน้อย ก็แล้วแต่จะมอง

            ล็อตแรกสำหรับคนแก่ คนป่วย ก็อาจมีปัญหาเรื่องการใช้เครื่องไม้เครื่องมือ ทำเองไม่เป็น รอลูกหลานทำให้  ยังกล้าๆ กลัวๆ

            หรือเป็นนิสัยคนไทยชอบลุ้นเอาท้ายๆ

            เหมือนลงทะเบียนแอปคนละครึ่ง แรกๆ ไม่มีใครสนใจ หลังๆ บ่นกันอุบแอปเฮงซวยเข้าไม่ได้ ก็จะเข้าไงล่ะครับ เล่นกระหน่ำไปพร้อมๆ กันเป็นแสนเป็นล้านคน

            มาดูว่าก่อนฉีดวัคซีนต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

            มีข้อมูลจากกรมอนามัยมาฝากครับ

            ข้อแนะนำเตรียมตัวก่อนไปฉีดวัคซีนป้องกัน  COVID-๑๙ ง่ายๆ ดังนี้

            -ตรวจสอบร่างกาย

            -ไม่อดนอน หลับให้เพียงพอ

            -เลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และชา-กาแฟ

            -ต้องไม่มีอาการไข้หรืออาการเจ็บป่วยสองวันก่อนฉีด และหลัง

            -งดออกกำลังกายหนัก

            สิ่้งที่ต้องแจ้งแพทย์ก่อนฉีด

            -โรคประจำตัว

            -ประวัติการแพ้ยา หรือวัคซีน

            -การตั้งครรภ์

            -ข้อมูลอื่นๆ ที่แพทย์ควรทราบ

            สิ่งสำคัญเพิ่มเติม

            -ก่อนออกจากบ้านอย่าลืมบัตรประชาชน วันเวลานัดการฉีด

            -รักษามาตรการป้องกันพื้นฐานอย่างเคร่งครัด คือ สวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง พกเจลแอลกอฮอล์

            -วันที่ฉีดควรกินน้ำอย่างน้อย ๕๐๐-๑,๐๐๐ ซีซี

            -ฉีดแขนข้างที่ไม่ค่อยถนัด และหลังฉีดสองวันอย่าใช้แขนนั้น อย่าเกร็งยกของหนัก

            -หลังฉีดแล้วเจ้าหน้าที่จะให้รอดูอาการในบริเวณที่ฉีด ๓๐ นาที

            -ถ้ามีไข้ หรือปวดเมื่อยมาก ทนไม่ไหว สามารถกินยาพาราเซตามอลขนาด ๕๐๐ มก. ครั้งละหนึ่งเม็ด ซ้ำได้ถ้าจำเป็น แต่ให้ห่าง ๖ ชั่วโมง

            -ห้ามกินยาพวก Ibuprofen, Arcoxia, Celebrex เด็ดขาด

            ภาพรวมก็ประมาณนี้

            ฉีดแล้วตายหรือเปล่า? เป็นคำถามยอดฮิต

            ประเด็นนี้คุณหมอยง ภู่วรวรรณ เขียนในเฟซบุ๊ก แต่ถูกนำไปตีความแบบ ศรีธนญชัย

            คุณหมอบอกว่า "การเสียชีวิตหลังฉีดวัคซีนจะเป็นข่าวใหญ่โตมาก ทั้งที่การฉีดวัคซีนเป็นล้านคนและทั่วโลกเป็นพันล้านคน เป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่มีเสียชีวิตหลังฉีดวัคซีน ทั้งที่เมื่อพิสูจน์แล้วการเสียชีวิตนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับวัคซีน เป็นการเสียชีวิตจากเหตุใดก็ได้ที่เกิดขึ้นหลังการฉีดวัคซีน"

            ถูกตีความว่า "ฉีดแล้วไม่ตายเป็นไปไม่ได้"

            มันคนละความหมายกันเลยครับ 

            เพราะ "ฉีดแล้วไม่ตายเป็นไปไม่ได้"  หมายถึง "ฉีดแล้วตายทุกคน"  ก็ได้

            แต่ที่คุณหมอยงสื่อออกมา ฉีดแล้วมีตายบ้าง น้อยกว่าจุดทศนิยม และการตายอาจมาจากสาเหตุอื่นประกอบ ไม่ใช่เพราะวัคซีน

            ตัวเลขงานวิจัยของฝั่งยุโรป ฉีดวัคซีนแล้วแพ้รุนแรง Pfizer บ่อยกว่า AstraZeneca

            ในอเมริกาแพ้ Pfizer ๑๑ คน ใน ๑ ล้านโดส อังกฤษพบ ๑๒ คน ใน ๑ ล้านโดส

            ขณะที่ AstraZeneca พบ ๘ คน ใน ๑ ล้านโดส

            ส่วนวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทั่วไป เจอ ๑ คน ใน ๑ ล้านโดส

            ตัวเลขพวกนี้เป็นของจริง ไม่ใช่ตัวเลขที่ได้จากการผายลมของฝ่ายแค้น

            ฉะนั้นควรจะถือเป็นหน้าที่สำหรับคนไทยทุกคน ต้องไปฉีดวัคซีน เพื่อตัวเอง เพื่อคนรอบข้าง

            ที่สำคัญ เพื่อประเทศไทย.