ความร่วมมือ-ร่วมใจแบบไทยๆ


เพิ่มเพื่อน    

 

               เห็นภาพบรรดา กุมารจีน ที่แห่ออกมาเดินทาง ท่องเที่ยว ขึ้นเขา ลงห้วย รื่นระเริงซะยิ่งกว่าปลากระดี่ได้น้ำ ที่อาเฮียคุณพี่ สนธิ ลิ้มฯ ท่านนำมาเผยแพร่ให้เห็นกันจะจะ เมื่อช่วงวันศุกร์สัปดาห์ที่แล้ว อดไม่ได้ต้องเกิดอาการขอบตาร้อนผะผ่าวขึ้นมามั่งเล็กน้อย คือออกจะอิจฉา ตาร้อน อยู่พอสมควรทีเดียว...

                                   ---------------------------------------------

                ส่วนระดับผู้นำประเทศ อย่าง สี ทนได้ หรือประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ก็สามารถร่อนไป-ร่อนมาไหนต่อไหน โดยไม่คิดจะ สวมหน้ากาก เอาเลยแม้แต่น้อย ไม่เหมือนท่านนายกฯ บิ๊กตู่ ของบ้านเรา ที่ต้องโดนผู้ว่าฯ อัศวิน ตามไปปรับถึงทำเนียบฯ เสียเงินไป 6,000 สดๆ หรือแม้กระทั่งทหารจีนทั้งกองทัพ ออกสวนสนาม ออกฝึก โดยไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากอีกเหมือนกัน สามารถสูดหายใจเข้าปอด ได้อย่างแช่มชื่น รื่นรมย์ สมอุรา อันเนื่องมาจากไม่ว่าจะได้รับการฉีดวัคซีนชนิดใดๆ ก็แล้วแต่ เซินเจิ้น-ไม่เซินเจิ้น แต่คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้ว่า ประเทศคุณพี่จีนทุกวันนี้ ได้สร้าง ภูมิคุ้มกันหมู่ ชนิดสามารถอยู่รอด ปลอดภัย จากการแพร่ระบาดของท่านเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้อย่างเบ็ดเสร็จเรียบโร้ยย์ย์ย์โรงเรียนจีน...

                                     ----------------------------------------------

                ดังนั้น...จึงแทบไม่ต้องแปลกใจ งุนงง สงสัย ใดๆ อีกต่อไป ที่การวิเคราะห์ การคาดการณ์ถึงอัตราการเติบโตของตัวเลขทางเศรษฐกิจประเทศจีน มันจึงมาแรง แซงโค้ง พุ่งพรวดๆ พราดๆ โตไปถึง 18 เปอร์เซ็นต์เอาเลยก็ยังมี หรือสามารถพลิกฟื้นเศรษฐกิจ อันเป็นภาวะที่หนักหนา สาหัส ไม่แพ้ภาวการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสตัวนี้ ในชนิดเด้งเป็นรูปตัว V เอาเลยถึงขั้นนั้น เรียกว่า...นอกจากไม่ ป่วยตาย แล้ว ยังแถมไม่น่าจะ อดตาย อีกด้วยต่างหาก ต่างไปจากอีกหลายต่อหลายประเทศ รวมทั้งประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮาทั้งหลาย ที่ต้องเสียเวลาเถียงกันไป-เถียงกันมา กับบรรดาพวก ผีเจาะปาก ในโซเชียล มีเดีย ทั้งหลาย ประมาณว่า...ฉีดดี-ไม่ฉีดดี อะไรทำนองนั้น...

                                ------------------------------------------------

                แต่ก็อย่างว่า...จะไปอิจฉา ตาร้อน ไปหมั่นเขี้ยว หมั่นไส้ อะไรต่อบรรดา กุมารจีน คงไม่น่าจะถูกเรื่องกันซักเท่าไหร่นัก เพราะก่อนหน้านั้น หรือช่วงระหว่างที่เริ่มๆ เกิดการแพร่ระบาดแถวๆ เมือง อู่ฮั่น บรรดากุมารจีนเหล่านี้ เขาแทบไม่มีโอกาสไม่มีช่วงจังหวะใดๆ เอาเลยแม้แต่นิด ที่จะมาขึ้นเสียง ขึ้นมึง ขึ้นกู เถียงแม้แต่ หมอ แม้แต่ ผู้เชี่ยวชาญ แบบชนิดคอเป็นเอ็น ยกระดับตัวเองจาก ศรีธนญชัย กลายเป็น ผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยา กันไปโน่นเลย ตามถล่มผู้เชี่ยวชาญระดับของจริง-ของแม้ จนต้อง ปิดเพจหนี เอาเลยถึงขั้นนั้น เพราะถ้าหากเป็นเมืองจีนแล้ว แทบไม่มีสิทธิ์หือรือ ไม่มีแม้กระทั่งโอกาสอ้าปาก เผยอปาก แค่นั่งสุมหัวรวมตัวโขกหมากรุกแค่ไม่กี่คนเท่านั้นเอง ยังถูก ตำรวจจีน ไล่ถีบ ไล่ทุบ ไล่กระทืบ สั่งให้กลับปอกกล้วยเปลี่ยวในบ้านร้างอยู่ตามลำพัง จะออกมาแพร่เชื้อ ติดเชื้อใดๆ ไม่ได้โดยเด็ดขาด...

                                  ---------------------------------------------------

                คือพูดง่ายๆ ก็คือ...เผด็จการ กันแบบสุดเดช สุดด้าม สุดลิ่มทิ่มริดสีดวงทวาร อย่างชนิดมิมีข้อยกเว้นใดๆ โดยเด็ดขาด ทุกสิ่งทุกอย่างมันจึง เอาอยู่ นับแต่นั้นเป็นต้นมา หรือด้วยการ ล่วงละเมิดสิทธิมนุษยชน ของบรรดากุมารจีนทั้งหลาย อย่างตรงไป-ตรงมานี่เอง มันเลยถึงได้ทำให้บรรดากุมารจีนในแต่ละราย นอกจากจะยังคง มีชีวิตอยู่ ยังแถมได้ ลั้นลา อย่างชนิดน่าอิจฉา ตาร้อน เป็นอันมาก ต่างไปจากอีกหลายๆ บ้าน อีกหลายๆ ประเทศ รวมทั้งประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮา ที่ใครก็ตาม...จะมาแตะสิทธิ-เสรีภาพ ได้ยากเอามากๆ อาจถึงขั้น แตะเธอเมื่อไหร่...โลกแตกแน่ เอาเลยก็ยังมี...

                                 -------------------------------------------------

                ด้วยเหตุนี้...ทุกสิ่งทุกอย่างมันจึงหนีไม่พ้นต้อง เป็นเช่นนั้นเอง ต้อง เป็นพรรค์นั้นแหละ อย่างมิอาจปฏิเสธได้ คือขณะที่ยังพอรักษาสิทธิ รักษาเสรีภาพ ในการเจ๊าะๆ แจ๊ะๆ สามารถ เถียง ใครต่อใครอย่างชนิดไม่หยุดปาก ปล่อยข่าว สร้างข่าว สามารถทำให้เรื่องที่มันไม่น่าจะเป็นเรื่อง ต้องกลายเป็นเรื่อง-เป็นราวขึ้นมาจนได้ แต่โอกาสที่จะดลบันดาลให้เกิดภาวะการป้องกัน เครือข่ายการป้องกัน แบบ ภูมิคุ้มกันหมู่ ขึ้นมาอย่างเป็นจริง-เป็นจัง ภายในประเทศตัวเอง สังคมตัวเองมันก็อาจต้องใช้เวลาอีกยืดเยื้อ-ยาวนาน พอสมควร และในช่วงระหว่างนั้น...โอกาสที่จะ ป่วยตาย หรือ อดตาย ย่อมเป็นไปได้ด้วยกันทั้งสิ้น หรือพูดง่ายๆ ว่า...มันอาจจะ ดีอย่าง แต่ เสียอย่าง อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้เลย...

                                      ------------------------------------------------

                อันนี้นี่แหละ...ที่มันอาจทำให้ ความเป็นไทย กับ ความเป็นจีน ออกจะมีความผิดแผก แตกต่าง อยู่พอประมาณ ส่วนอะไรจะดีกว่า เสียกว่า คงต้องไปนั่งคิด นอนคิด กันเอาเองก็แล้วกัน แต่ที่แน่ๆ ก็คือ...ไม่ว่าสังคมใด ประเทศใดก็เถอะ ถ้ายังต้องล่าช้า ยังคงต้องยืดเยื้อ คาราคาซัง อยู่กับการสร้างระบบป้องกัน หรือเครือข่ายป้องกัน การแพร่ระบาดของท่านเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง ยาวนาน ออกไปเรื่อยๆ โอกาสที่จะพังกันไปทั้งชาติ ทั้งประเทศ ทั้งสังคม ย่อมมีความเป็นไปได้สูงยิ่งขึ้นไปเท่านั้น ชนิดแม้แต่พวก ผีเจาะปาก เอาเลยด้วยซ้ำ ย่อมมีสิทธิ์ฉิบหาย-วายวอด ไม่ต่างไปจากผู้อื่น อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธ...

                               ----------------------------------------------------

                ด้วยเหตุนี้...ก็เอาเถอะ!!! ในเมื่อ พระเจ้าเกิดข้าฯ...มาเสรี ใครใคร่เจ๊าะๆ แจ๊ะๆ ย่อมสามารถเจ๊าะๆ แจ๊ะๆ ต่อไปได้เรื่อยๆ ใครใคร่ฉีด-ฉีด ใครใคร่ไม่ฉีด-ก็ไม่ต้องฉีด ใครใคร่ย้ายประเทศ-ย้าย ใครยังอยากอยู่ในประเทศ-อยู่ ฯลฯ หรือคงต้องว่ากันไปตามอิสระและเสรีแบบไทยๆ นั่นแล จะไปไล่ทุบ ไล่ถีบ ไล่กระทืบ แบบเมืองจีน ยังไงๆ...น่าจะยากเอามากๆ สำหรับความเป็นไปในบ้านเมืองช่วงนี้ อย่างมาก...อาจได้แค่ระดับ อินโดนีเซีย คงพอได้ คือเอาไปกักตัวไว้ใน บ้านผีสิง ซัก 2 วัน-2 คืน หรือต้องอาศัย กรรมวิธี ที่ประณีตและแยบยล อยู่พอสมควร ถึงพอจะ เอาอยู่ ได้มั่ง!!!

                                  ------------------------------------------------------

                ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Malcolm Hein... “There is little room left for wisdom when one is full of judgment. – จะมีพื้นที่เหลือให้...ปัญญา...น้อยมาก เมื่อคนเรามีแต่...คำตัดสิน...”

                                --------------------------------------------------------

 

 

 


อืมมมม... บางวันมันก็ฝืนจริงๆ นะ! คือเรื่องคุยน่ะ..มี อารมณ์จะคุยมันไม่มี แต่ต้องคุย เพราะอย่างนั้น จึงตกอยู่ในลักษณะ "ทุกข์เข็น"

"การสื่อสารกับการเมือง"
ยอมให้ด่า "เพื่ออนาคต"
๗ ปี"ไล่นายกฯ"อย่างเดียว
"วิจัย-พัฒนา"ถึง"หมากัด"
"รัฐบาลทำดีแต่มีคนเซ็ง"
เมื่อนายกฯ ชื่อ "พิธา"