บรรทัดฐานใหม่ การใช้ ม.112 “ราษฎร” รับเงื่อนไข-ให้ปล่อยตัว


เพิ่มเพื่อน    

 

       นับตั้งแต่กรณีการยื่นประกันตัวคดีหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ตาม ป.อาญา มาตรา 112 ของ “หมอลำแบงค์-ปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม” ตามมาด้วย “สมยศ พฤกษาเกษมสุข” และ “ไผ่ ดาวดิน-จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา” แนวร่วมกลุ่มราษฎร จำเลยคดีชุมนุม 19 กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร เป็นผลสำเร็จ ได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำ ด้วยเงื่อนไขแรกคือ ห้ามกระทำการเสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ประกอบเงื่อนไขอื่นๆ ที่กำกับไม่ให้หลบหนีคดี กลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ของการใช้มาตรา 112 ในยุคสมัยนี้ ที่จำเลยและผู้ต้องหาคดีมาตรา 112 คนอื่นนำไปปฏิบัติตาม เพื่อให้ได้อิสรภาพพ้นจากเรือนจำไปก่อน

            ซึ่งต่อมาในวันที่ 6 พ.ค.2564 เป็นวันแรกที่ศาลไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราว เพื่อพิจารณาให้ประกันตัวแกนนำกลุ่มราษฎรคนสำคัญ เริ่มจาก “รุ้ง-ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล” ที่ศาลทำการไต่สวน “รุ้ง” พร้อมบิดา-มารดา กับ “ผศ.ดร.อดิศร จันทรสุข” รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ ในฐานะพยานกำกับดูแลจำเลย หลังไต่สวนเสร็จแล้ว ศาลใช้เวลาพิจารณาเป็นการภายในอย่างยาวนาน จนในช่วงเย็นจึงขึ้นบัลลังก์อ่านคำสั่งที่อนุญาตให้ประกันตัว “รุ้ง” พร้อมเงื่อนไขลักษณะเดียวกับ 3 คนก่อนหน้า ที่ได้ประกันตัวในคดีเดียวกันไปแล้ว คือ ห้ามกระทำการเสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ประกอบเงื่อนไขอื่น

            อย่างไรก็ตาม ในวันเดียวกันแนวร่วมกลุ่มราษฎรอีกรายที่ถูกฟ้องมาตรา 112 อย่าง “ขนุน-สิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ” แกนนำกลุ่ม มศว คนรุ่นเปลี่ยน ไม่ได้รับการประกันตัวหลังการถูกฟ้องวันดังกล่าว จนกระทั่งวันถัดมา 7 พ.ค.2564 หนึ่งในแนวร่วมกลุ่มราษฎรที่โดนมาตรา 112 และไม่ได้รับการประกันตัวในวันถูกฟ้องก่อนหน้านี้อีกคน “ตี้ พะเยา-วรรณวลี ธรรมสัตยา” แกนนำกลุ่มราษฎรเอ้ย ก็ใช้วิธียื่นขอศาลไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราว และได้รับการประกันตัวพร้อมเงื่อนไขในที่สุด จากนั้นไม่นาน 9 พ.ค.2564 “ขนุน” ใช้วิธีเดียวกัน ก็ได้รับการประกันตัวพร้อมเงื่อนไขในเวลาต่อมา

            จนกระทั่งวันที่ 11 พ.ค.2564 ศาลไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราว เพื่อพิจารณาให้ประกันตัวแกนนำกลุ่มราษฎรคนสำคัญอีกราย “เพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์” มิตรสหายของ “รุ้ง” ผู้ร่วมกันเปิดฉากวิพากษ์วิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์บนเวทีปราศรัยที่ ม.ธรรมศาสตร์ พร้อมกับหนึ่งแนวร่วมกลุ่มราษฎร “แอมมี่-ไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์” ศิลปินวงเดอะ บอททอมบลูส์ ที่ถูกดำเนินคดีเผาพระบรมฉายาลักษณ์หน้าเรือนจำอีกคดี ด้วยการยอมรับเงื่อนไขทำนองเดียวกัน ท่ามกลางการลุ้นว่าทั้งสองจะได้รับการประกันตัวหรือไม่ จากพฤติการณ์ของ “เพนกวิน” ที่เป็นนักรบหัวแข็งมาตลอด และอดอาหารประท้วงศาลในเรือนจำอย่างยาวนาน กับ “แอมมี่” ที่ถูกกล่าวหาว่าหลบหนีคดี ซึ่งเจ้าตัวปฏิเสธไม่ได้หลบหนี โดยในวันดังกล่าวหลังไต่สวนทั้งสองเสร็จ ศาลใช้เวลาพิจารณาภายในอย่างยาวนานมากจนช่วงเย็น จึงอ่านคำสั่งให้ประกันตัวทั้งสองประกอบเงื่อนไขในที่สุด

            ถึงแม้ว่า “เพนกวิน” จะยอมรับเงื่อนไขต่อศาลที่ห้ามกระทำการเสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่ก็ยังไว้ลายหัวแข็ง ด้วยการโพสต์เฟซบุ๊กยืนยันการพูดถึงการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ต่อไป โดยยืนยันการเรียกร้องเรื่องดังกล่าวไม่ใช่การทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์เสื่อมเสีย ประเด็นนี้เป็นสิ่งที่ต้องติดตามกันอีกในอนาคต ที่เจ้าตัวปฏิเสธอย่างหัวแข็งเช่นนี้อาจเป็นประเด็นสำคัญในการต่อสู้คดีว่า สิ่งที่ตัวเองทำมาทั้งหมดคือ “การวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริต” ไม่ใช่ “หมิ่นประมาท” ทำนองนั้น

            กลับมาที่เรื่องการให้ประกันตัวคดีมาตรา 112 ที่ทั้งศาลและผู้ต้องหา/จำเลย ใช้วิธีการเสนอและยอมรับเงื่อนไขก่อนให้ประกันตัวนั้น เป็นแนวปฏิบัติบรรทัดฐานใหม่ในยุคนี้ ต่างจากในยุคอดีตที่คดีมาตรา 112 แทบไม่เคยได้รับการประกันตัว เว้นแต่กรณีบางคดีที่ไม่ชัดเจนจริงๆ เท่านั้นจึงได้ประกันตัว ไม่เคยมีการกำหนดเงื่อนไขห้ามกระทำการเสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ จนกระทั่งมามีในยุคนี้ จึงกลายเป็นหนึ่งทางออกที่พบกัน “คนละครึ่ง” คือ ศาลสามารถผ่อนคลายสถานการณ์ทางการเมืองลงไปตามข้อเรียกร้องจากฝ่ายการเมือง ด้วยการไต่สวนและให้ประกันตัวได้ ส่วนผู้ต้องหา/จำเลย ก็ได้รับอิสรภาพระหว่างพิจารณาคดีไปก่อนมีคำพิพากษา โดยขออย่าพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ซ้ำเพื่อความปลอดภัยไว้ก่อน

            นอกจากปัจจัยทางการเมืองที่กระทบศาลแล้ว คาดว่าสถานการณ์ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั้งในประเทศซึ่งลุกลามไปถึงในเรือนจำ ก็อาจเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่กระทบต่อทุกคน ผู้ต้องขังคดีทางการเมืองส่วนหนึ่งก็ติดไวรัสโควิด-19 จากเรือนจำอีกด้วย ในภาวะที่เรือนจำประเทศไทยมีความแออัด ทั้งนักโทษเด็ดขาด ทั้งผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดี การปล่อยตัวผู้ต้องขังที่ไม่จำเป็นให้พ้นโควิด-19 หรือเป็นแล้วออกมารักษาตัวในโรงพยาบาลภายนอกคงจำเป็นต่อสถานการณ์ในเวลานี้.

นายชาติสังคม