‘ลุงตู่’รับช่วงนี้เครียด! วอล์กอินฉีดวัคซีนมิ.ย.


เพิ่มเพื่อน    

  "บิ๊กตู่" ตรวจเยี่ยมศูนย์บริการวัคซีนจามจุรี-สามย่านมิตรทาวน์  ให้กำลังใจ จนท. รับช่วงนี้เครียด แจงแผนวอล์กอินฉีดวัคซีนเริ่มเดือนมิ.ย. ยันทุกคนได้ฉีดแน่ "อนุทิน" ลั่นแอสตร้าเซนเนก้ามาตามสัญญาไม่มีสะดุด "กทม." ยังใช้ลงทะเบียนหมอพร้อมเป็นหลัก ป้องกันไม่ให้พื้นที่แออัดเกินไป "แรมโบ้" นำทีมทนายนายกฯ แจ้งจับ "ฮาร์ท" นักร้องดังผิด ม.112-พ.ร.บ.คอมพ์ โพสต์พาดพิงสถาบัน "ก้าวไกล" โวย รบ.แอบอ้างสถาบันปิดปากคนวิจารณ์

    เมื่อวันที่ 13 พ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อมด้วยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และคณะ เดินทางไปตรวจเยี่ยมการให้บริการฉีดวัคซีนของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ชั้น 4 อาคารจัตุรัสจามจุรี มีนายบัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาฯ และ นพ.นรินทร์ หิรัญสุทธิกุล รองอธิการบดีจุฬาฯ และ คณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับ โดยนายกฯรับฟังบรรยายสรุป
    จากนั้นได้ตรวจเยี่ยมการให้บริการที่ใช้หลักการสำคัญคือ ปูพรม-ฉีดวัคซีนให้มากที่สุด โดยยึดหลัก 3 ป. คือ ปลอดภัย ปูพรม ประสิทธิภาพ โดยมีกลุ่มเป้าหมาย ผู้รับบริการเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อสูง ได้แก่ ครู อาจารย์ บุคลากรทางการศึกษา และกลุ่มผู้ให้บริการสาธารณะ เช่น พนักงาน ขสมก. ฯลฯ โดยทีมแพทย์ พยาบาล เภสัชกรที่เชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มีการเตรียมระบบให้วัคซีนที่ปลอดภัยและครบถ้วนในทุกขั้นตอนจนถึงการดูแลและสังเกตอาการ
    นพ.นรินทร์กล่าวว่า จุดบริการฉีดวัคซีนที่อาคารจัตุรัสจามจุรี จะสามารถให้บริการกลุ่มเป้าหมายได้วันละ 1,000-1,500 คน ส่วนกรณีวอล์กอินขอให้ติดตามข้อมูล ที่จะแจ้งผ่านช่องทางต่างๆ  ก่อน เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องเสียเวลา และเพื่อลดความแออัดในการเข้ารับบริการ เนื่องจากยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะให้บริการได้ในปริมาณเท่าไหร่และอย่างไร ต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์เดินทักทายเจ้าหน้าที่และประชาชนที่มาใช้บริการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา โดยนายกฯสอบถามถึงการให้บริการและถามว่ารอนานหรือไม่ และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ พร้อมระบุด้วยว่า ลูกสาวก็เป็นลูกศิษย์ที่นี่ ทั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่ทักว่าผอมลงหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์เอามือแตะที่หน้าอกข้างซ้ายพร้อมตอบว่า "เครียดๆ" ก่อนกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่และขอให้ช่วยกันประชาสัมพันธ์ให้คนมาฉีดวัคซีนกัน
    ต่อมา นายกฯ เดินทางไปที่ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ เขตปทุมวัน เพื่อตรวจเยี่ยมหน่วยความร่วมมือบริการวัคซีนโควิด-19 กรุงเทพมหานคร-สภาหอการค้าไทย-โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์- สามย่านมิตรทาวน์
    พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันว่า รัฐบาลทำเต็มที่ และขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนพร้อมเป็นกำลังใจให้ทุกคน รวมทั้งขอบคุณประชาชนที่มารอฉีดวัคซีนด้วย
    "มาให้กำลังใจทุกคน เราต้องร่วมกันทำงานที่เป็นวาระแห่งชาติเรื่องการจัดหาวัคซีน กระจายวัคซีน และฉีดวัคซีน เพื่อให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าไปได้ทุกภาคส่วน ก็เป็นห่วงตรงนี้ เราต้องมองสองขาสองข้างไปด้วยกันเสมอ และเห็นใจผู้มีรายได้น้อย ผู้บริการสาธารณะด้วยก็มีความเสี่ยง รวมถึงภาคอุตสาหกรรม" นายกฯ กล่าว
    พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์หลังการตรวจเยี่ยมศูนย์บริการฉีดวัคซีนว่า นี่เป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ที่ต้องร่วมกันทั้งหมด ร่วมกันทำในสิ่งที่ดีๆ และต้องมีกติกาที่เป็นมาตรการกลางที่ต้องปฏิบัติ วันนี้เป็นที่น่ายินดีที่เราเพิ่มมา 14  จุด และจะขยายได้ถึง 25 จุดในระยะต่อไป โดยขึ้นอยู่กับวัคซีนที่มา เพราะต่อให้มี 100 จุด ถ้าวัคซีนไม่พอก็เปิดไม่ได้
วอล์กอินฉีดวัคซีนเริ่ม มิ.ย.
    "วันนี้เรื่องวอล์กอินก็ได้ให้กรุงเทพฯและกระทรวงสาธารณสุขชี้แจงให้ชัดเจนแล้ว ไม่เช่นนั้นจะไม่เข้าใจกัน ซึ่งเป็นการเตรียมการไว้สำหรับเดือน มิ.ย. ถ้าวัคซีนเพียงพอก็ได้เตรียมการส่วนนี้ไว้ แต่เมื่อเข้ามาก็ต้องรวมในระบบหมอพร้อม เดี๋ยวจะไม่เข้าใจมากันเต็มไปหมดแล้วไม่ได้ฉีด ซึ่งก็มีหลายคนก็เอารูปนายกฯ ไปใส่โน่นนี่ นายกฯ ก็โดนเละไปหมดเหมือนกัน คือจริงๆ แล้วบางทีต้องฟังทางหมอ และดูให้ละเอียด บางทีไปย่อในโซเชียลก็คือปัญหาไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ยืนยันรัฐบาลมีแผนงานในการเปิดให้เดินเข้ามา แล้วฉีดถ้าวัคซีนเพียงพอ ซึ่งในแต่ละวันเราก็มีสำรองไว้บ้าง อาจจะเหลือบางคนที่ไม่มาแต่ขอให้ทุกคนมั่นใจว่าทุกคนได้ฉีดแน่ จะช้าจะเร็วก็อาจมีบ้าง" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    ถามว่าในส่วนของจังหวัดมอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการจัดฉีดวัคซีนใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ผู้ว่าฯ เป็นประธานคณะกรรมการร่วมกับ สสจ.จังหวัด และมีคณะแพทย์ของสาธารณสุขอยู่แล้ว ซึ่งต้องเข้าใจคำว่าแผนและมาตรการ ถ้ามีอะไรต้องปรับเปลี่ยนแปลงก็สามารถทำได้ อย่าให้สับสนอลหม่านไปกว่านี้เลย เพราะนายกฯ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลและ ประกาศวาระแห่งชาติ ได้กำหนดนโยบายและให้นำไปสู่การปฏิบัติให้ได้ วันนี้เป็นกังวลกับเฟกนิวส์ที่มีอยู่เยอะแยะไปหมด ขอร้องอย่าแพร่กันต่อเลย ทุกคนต้องถือว่าวันนี้เป็นวาระแห่งชาติ เป็นวาระที่เราต้องรักสามัคคีและร่วมมือกันให้มากที่สุด
    ซักว่าวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าที่จะเข้ามาเดือน มิ.ย. ยังไม่มีอะไรสะดุดใช่หรือไม่ ซึ่งนายอนุทินที่ยืนข้างๆ ได้กล่าวตอบแทนทันทีว่า "ไม่มีสะดุดครับ" ก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า จะสะดุดอะไร  นายอนุทินยืนยันไม่มีสะดุด เราพูดคุยเจรจาได้ และขอให้ส่งตามที่สัญญาเอาไว้ วันนี้ยังไม่หยุดหาวัคซีนอื่นและไม่ปิดกั้นใคร แต่ก็มีการไปพูดกันให้เสียหาย ซึ่งใครมีผลประโยชน์เรื่องนี้ตนยืนยันจะต้องลงโทษเต็มที่อยู่แล้ว ต้องไม่มีใครได้รับผลประโยชน์อะไรทั้งสิ้น แต่คนได้รับประโยชน์คือประชาชน
    ส่วนนายอนุทินกล่าวว่า ขณะนี้เกิดความเข้าใจสับสนในการเข้าถึงวัคซีนของประชาชนด้วยการวอล์กอินเข้าไปฉีด จึงขอชี้แจงว่าการประชุมคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติเมื่อวันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา มีมติให้เพิ่มการบริการให้กับประชาชนเพื่อให้การรับการฉีดวัคซีนเข้าถึงได้มากขึ้นด้วยการเพิ่มช่องทางให้ประชาชนวอล์กอินเข้ามาได้ เพิ่มเติมจากมาตรการเดิมคือการลงทะเบียน ซึ่งการฉีดวัคซีนทั้งช่องทางการลงทะเบียนผ่านระบบหมอพร้อม และการวอล์กอินจะเริ่มในเดือน มิ.ย.เป็นต้นไป ไม่ใช่เริ่มวันนี้หรือพรุ่งนี้
    "เดือน มิ.ย.มีวัคซีนเข้ามาเป็นจำนวนมาก ทางรัฐบาลจึงเปิดช่องทางอำนวยความสะดวกกับประชาชนให้มากที่สุด โดยจะแบ่งเป็นการให้บริการกับผู้ลงทะเบียนหมอพร้อม กลุ่มที่จองมาแบบหมู่คณะ องค์กร บริษัท กลุ่มที่ อสม.พามาและวอล์กอินจากประชาชนทั่วไป อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมพื้นที่ที่จะสามารถรวบรวมคนได้ปริมาณมากแบบไม่แออัด เบื้องต้นกระทรวงคมนาคมเสนอให้ใช้สถานีกลางบางซื่อที่เป็นสถานีรถไฟแห่งใหม่เปิดฉีดให้ประชาชนทั่วไป" นายอนุทินกล่าว
กทม.ยึดลงทะเบียนหมอพร้อม
    ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ร.ต.อ. พงศกร ขวัญเมือง โฆษกของกรุงเทพมหานคร แถลงถึงแนวทางการให้วัคซีนในพื้นที่ กทม.ว่า มี 3 รูปแบบ คือ 1.การลงทะเบียนผ่านระบบหมอพร้อม 2.การลงทะเบียนผ่านระบบที่แต่ละจังหวัด/โรงพยาบาลได้จัดทำขึ้น 3.การอนุมัติอนุญาตให้แต่ละจังหวัดพิจารณาให้วอล์กอิน
    "ในส่วนของการวอล์กอินให้ฉีดวัคซีน ทาง กทม.ยังคงใช้การลงทะเบียนผ่านระบบหมอพร้อมเป็นหลัก เพื่อไม่ให้พื้นที่แออัดเกินไป รวมไปถึงจัดการบริหารวัคซีนได้ แต่ปัจจุบันเนื่องจากปริมาณวัคซีนในกรุงเทพฯ มีอย่างจำกัด จึงมีการจัดลำดับในการวัคซีนแก่ผู้มีความเสี่ยง เบื้องต้นจะมีการฉีดให้กลุ่มตามที่ทางรัฐกำหนด ส่วนของการฉีดวัคซีนนอก รพ.ระหว่างวันที่12-14 พ.ค. เป็นระยะทดลองระบบร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยให้บริการวัคซีนกลุ่มเป้าหมาย คือ  บุคลากรทางการแพทย์ที่ยังตกค้างบาง ส่วน ครูและบุคลากรทางการศึกษา เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด่านหน้า ประชาชนกลุ่มอาชีพเสี่ยง หากได้รับวัคซีนเพิ่มก็จะทำการขยายกลุ่มเป้าหมาย รวมไปถึงในกลุ่มชาวต่างชาติหรือต่างด้าว ทั้งนี้ จุดบริการวัคซีนนอก รพ.ยังไม่เปิดรับประชาชนทั่วไปวอล์กอิน เพราะขึ้นอยู่กับปริมาณวัคซีนที่ได้รับจัดสรรด้วย" โฆษก กทม.กล่าว
    ที่ สน.นางเลิ้ง นายอภิวัฒน์ ขันทอง กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, ดร.เสกสกล อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี และทนายความนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.อธิชย์ ดอนนันชัย รอง ผกก. (สอบสวน) สน.นางเลิ้ง เพื่อแจ้งความดำเนินคดีนายสุทธิพงศ์ ทัดพิทักษ์กุล หรือฮาร์ท นักร้องชื่อดัง กรณีโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในทำนอง “ยาเจ้านายขายไม่ออก สต๊อกไม่เคลื่อนที่ ลิ่วล้อต้องออกมาช่วย เรื่องการตลาด (ผมไปก๊อปคนอื่นเขามาอีกที) พร้อมติดแฮชแท็กว่า #ผูกขาดวัคซีนนี่ถ้าไม่เหี้ยมจริงทำไม่ได้นะ” ในความผิด กม.อาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
    นายอภิวัฒน์กล่าวว่า เมื่อตรวจสอบจากโพสต์ของนายสุทธิพงศ์ แม้มีการเขียนว่า คัดลอกข้อความจากบุคคลอื่นมาอีกต่อหนึ่งนั้น แต่เมื่อตรวจสอบแล้วก็พบว่า หลายโพสต์หลายข้อความทั้งของต้นทางและของนายสุทธิพงศ์เอง ที่ระบุว่า “เจ้านาย” นั้น เข้าข่ายมีเจตนาทำให้คนเข้าใจผิด พาดพิงไปถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา ต้องดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อไม่ให้ประชาชนเข้าใจข้อมูลบิดเบือนและเข้าใจสถาบันในทางที่ผิด
    ต่อมาภายหลังจากมีการแจ้งความดำเนินคดีแล้ว ทางนายสุทธิพงศ์ หรือฮาร์ท ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า... “เจ้าข้าเอ๊ย.. นายกฯ ฟ้องประชาชน”
    ด้านนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า เรื่องนี้ยิ่งตอกย้ำปัญหาที่พรรคก้าวไกลเคยอภิปรายไม่ไว้วางใจมาแล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์มักแอบอ้างสถาบันฯ มาเป็นเกราะปิดบังความผิดพลาดล้มเหลวในการบริหารของตนเอง ในขณะนี้สิ่งที่รัฐบาลควรทำคือเร่งจัดหาวัคซีนที่หลากหลายพอ มากพอ และเร็วพอ ไม่ใช่ส่งคนไปดำเนินคดีกับผู้ที่ออกมาวิจารณ์ยุทธศาสตร์และการจัดการวัคซีนที่ผิดพลาดของรัฐบาล ซึ่งคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้เคยออกมาเตือนไว้ตั้งแต่ก่อนเกิดการระบาดระยะที่ 3 แต่กลับถูกแจ้งข้อหา ม.112 แทน รัฐบาลต้องสำนึกในความผิดพลาดของตนเองและรับผิดชอบต่อประชาชนให้ดีกว่านี้ ไม่ใช่ไปไล่ฟ้องปิดปากประชาชนและสื่อมวลชน ถ้ารัฐบาลทำสิ่งที่ถูกต้องไม่ได้ก็ควรลาออกไป.


อืมมมม... บางวันมันก็ฝืนจริงๆ นะ! คือเรื่องคุยน่ะ..มี อารมณ์จะคุยมันไม่มี แต่ต้องคุย เพราะอย่างนั้น จึงตกอยู่ในลักษณะ "ทุกข์เข็น"

"การสื่อสารกับการเมือง"
ยอมให้ด่า "เพื่ออนาคต"
๗ ปี"ไล่นายกฯ"อย่างเดียว
"วิจัย-พัฒนา"ถึง"หมากัด"
"รัฐบาลทำดีแต่มีคนเซ็ง"
เมื่อนายกฯ ชื่อ "พิธา"