'ศรี' แนะนายกฯ ปลดรมว.ยุติธรรม-อธิบดีราชทัณฑ์ หละหลวมปล่อยโควิดระบาดในคุก


เพิ่มเพื่อน    

แฟ้มภาพ

15 พ.ค.64 -  นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า ตามที่เกิดปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างหนักในทัณฑสถานต่างๆทั่วประเทศ ทั้งๆที่ รมว.ยุติธรรมและอธิบดีกรมราชทัณฑ์ให้ข่าวต่อสื่อมวลชนมาโดยตลอดว่ามีมาตรการที่เคร่งครัดในการป้องกัน ซึ่งชี้ให้เห็นว่าเป็นเพียงการโฆษณาชวนเชื่อ ไม่ควรให้อยู่ในตำแหน่งต่อไป

ทั้งนี้สืบเนื่องจากมีรายงานมีรายงานว่าเกิดการระบาดโควิด-19 อย่างหนัก ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร 1,795 ราย และทัณฑสถานหญิงกลาง 1,040 ราย จนมียอดผู้ติดเชื้อพุ่งสูงถึง 2,835 รายเมื่อ 3 วันที่ผ่านมา ทำให้เกิดคลัสเตอร์ขนาดใหญ่ในเรือนจำและมีรายงานการตรวจพบนักโทษและผู้ต้องขังมากขึ้นในเรือนจำต่างๆทั้งใน กทม.และต่างจังหวัดที่มีจำนวน 143 แห่ง ทำให้ผู้ต้องขังในเรือนจำทั่วประเทศ ทั้ง 310,830 ราย (ชาย 273,465 หญิง 37,365) มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น เป็นที่ปริวิตกกันมากของญาติๆนักโทษเหล่านั้น

แม้กรมราชทัณฑ์จะอ้างว่ามีระบบป้องกันการแพร่ระบาดด้วยมาตรการเชิงรุก ประกอบกับมาตรการที่เคร่งครัด อาทิ การควบคุมบับเบิลแอนด์ซีล (Bubble and Seal) คนในห้ามออก คนนอกห้ามเข้า การแยกตัวผู้ต้องขังเข้าใหม่จาก 14 วันเพิ่มเป็นอย่างน้อย 21 วัน ก็ไม่อาจสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนให้กลับคืนมาได้ เพราะก่อนหน้านี้กรมราชทัณฑ์ให้ข่าวมาโดยตลอดว่าในเรือนจำต่างๆทั่วประเทศมีมาตรการที่เข้มงวดในการกักตัว การตรวจตราเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อโควิด-19 ในเรือนจำยิ่งกว่ามาตรฐานสากล แต่เอาเข้าจริงกลับล้มเหลวโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะพาหะที่อาจเป็นเจ้าหน้าที่ในเรือนจำเสียเอง ที่ยังจับมือใครดมไม่ได้

กรณีปัญหาที่เกิดขึ้นต้องมีผู้ที่รับผิดชอบ ตามมาตรฐานของประเทศที่เจริญแล้ว โดยท่านนายกรัฐมนตรีไม่ควรบริหารประเทศแบบลูบหน้าปะจมูกหรือเกรงใจกันอีกต่อไป แต่ควรต้องเด็ดขาดให้สมกับชายชาติทหาร ด้วยการสั่งปลดหรือสั่งย้ายอธิบดีกรมราชทัณฑ์ให้ไปนั่งประจำในสำนักนายกรัฐมนตรีเสีย ส่วน รมว.ยุติธรรม นั้นเนื่องจากมีปัญหามัวหมองกรณีคลัสเตอร์ที่สุโขทัยยังไม่ทันจางหาย และท่านมีอายุมากแล้ว ควรให้กลับไปเลี้ยงลูกเลี้ยงหลานที่บ้านได้แล้ว และการแพร่ระบาดจนเกิดคลัสเตอร์ใหญ่ในเรือนจำต่างๆเป็นจำนวนมาก ได้ชี้ให้เห็นถึงความเย่อหย่อนหรือมือไม่ถึงในการบริหารจัดการกรมราชทัณฑ์ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ควรเปลี่ยนคนใหม่ที่มีศักยภาพกว่ามาดูแลแทน


อืมมมม... บางวันมันก็ฝืนจริงๆ นะ! คือเรื่องคุยน่ะ..มี อารมณ์จะคุยมันไม่มี แต่ต้องคุย เพราะอย่างนั้น จึงตกอยู่ในลักษณะ "ทุกข์เข็น"

"การสื่อสารกับการเมือง"
ยอมให้ด่า "เพื่ออนาคต"
๗ ปี"ไล่นายกฯ"อย่างเดียว
"วิจัย-พัฒนา"ถึง"หมากัด"
"รัฐบาลทำดีแต่มีคนเซ็ง"
เมื่อนายกฯ ชื่อ "พิธา"