พื้นที่สีแดงเข้มเหลือ 4 จังหวัด นั่งกินในร้านได้ไม่เกิน 3 ทุ่มรอนายกฯเห็นชอบ


เพิ่มเพื่อน    

15 พ.ค.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันตอนหนึ่งว่า ในที่ประชุม ศปก.ศบค. ยังมีมติปรับระดับการควบคุมโรคในจังหวัดต่างๆ โดยพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด จากเดิมมี 6 จังหวัด เหลือ 4 จังหวัด คือ กทม. นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ซึ่งมาตรการที่จะได้รับการผ่อนคลายคือ นั่งรับประทานอาหารในร้านได้ไม่เกิน 25 เปอร์เซ็นต์ ไม่เกินเวลา 21.00 น. สั่งกลับบ้านได้ไม่เกิน 23.00 น. ส่วนพื้นที่ควบคุมสูงสุดเหลือ 17 จังหวัด และพื้นที่ควบคุม 56 จังหวัด ซึ่งจะเสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณา ถ้าเห็นชอบจะมีคำสั่งออกมาและแจ้งให้ทราบอย่างเร็วจะมีผลภายในเวลา 00.00 น. วันที่ 16 พ.ค. หรือเที่ยงคืนวันนี้ และอย่างช้าเวลา 00.00 น.วันที่ 17 พ.ค. หรือเที่ยงคืนวันพรุ่งนี้

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า การออกมาตรการเช่นนี้จะมีทั้งกลุ่มที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ซึ่งในที่ประชุม ศปก.ศบค.ได้เชิญกรมอนามัยและตัวแทนสมาคมภัตตาคารไทยมาพูดคุยกัน และออกมาตรการประกอบกิจการร้านอาหาร โดยมาตรการหลักคือ ผู้ประกอบการต้องประเมินไทยสต็อปโควิด ผู้ประกอบการและพนักงานต้องประเมินตนเองก่อนออกจากบ้าน กำหนดจุดคัดกรองพนักงานและผู้บริหาร ต้องใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาอย่างเคร่งครัด ทำความสะอาดพื้นที่ให้สะอาดทุกจุด เว้นระยะห่างระหว่างทางเดิน โต๊ะ และที่นั่ง พื้นที่รอคิวอย่างน้อย 1-2 เมตร ควบคุมจำนวนผู้รับบริการไม่ให้แออัด ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ส่วนมาตรการเสริมคือ มีการติดตามข้อมูลพนักงาน เช่นการใช้แอพพลิเคชันที่ราชการกำหนด รวมถึงลดการสัมผัส เช่น การจองคิวหรือสั่งซื้อกลับบ้าน ระบบชำระเงินออนไลน์ ขณะที่มาตรการจำเพาะ จะมีการจัดหาวัคซีนให้กับผู้ประกอบการ โดยคาดว่าจะฉีดให้ได้ 1 แสนราย หากพบพนักงานหรือผู้รับบริการเป็นโควิดให้แจ้งเจ้าหน้าที่ควบคุมโรคทันที ซึ่งทางผู้ประกอบการก็รับปากจะทำให้ได้ เมื่อภาครัฐออกมาตรการเช่นนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือ ประชาชนต้องให้ความร่วมมือ และวันนี้โซเชียลมีเดียก็มีพลัง สังคมก็จะช่วยดูแลกันและกัน โดยมาตรการเหล่านี้กรมอนามัยและฝ่ายปกครองจะเป็นผู้ดูแล หากพบการกระทำผิดครั้งแรกจะตักเตือน ครั้งต่อไปจะมีอำนาจในการสั่งปิด และถ้าประเมินแล้วมีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีกก็สามารถไปใช้มาตรการปิดเช่นเดิมได้


อืมมมม... บางวันมันก็ฝืนจริงๆ นะ! คือเรื่องคุยน่ะ..มี อารมณ์จะคุยมันไม่มี แต่ต้องคุย เพราะอย่างนั้น จึงตกอยู่ในลักษณะ "ทุกข์เข็น"

"การสื่อสารกับการเมือง"
ยอมให้ด่า "เพื่ออนาคต"
๗ ปี"ไล่นายกฯ"อย่างเดียว
"วิจัย-พัฒนา"ถึง"หมากัด"
"รัฐบาลทำดีแต่มีคนเซ็ง"
เมื่อนายกฯ ชื่อ "พิธา"