ทัพเมียนมายึด'มินดัต' กบฏต้านรัฐประหารดับ6 สหรัฐ-อังกฤษประณาม


เพิ่มเพื่อน    

กองกำลังกบฏต่อต้านรัฐประหารเมียนมาที่ปะทะกับกองทัพเมียนมานานหลายวันที่เมืองมินดัตในรัฐชิน ล่าถอยจากเมืองเข้าป่าแล้ว เผยมีนักรบกบฏตายอย่างน้อย 6 คน ส่วนฝ่ายรัฐยังไม่เปิดเผยความสูญเสีย สถานทูตสหรัฐและอังกฤษประณามกองทัพเมียนมาใช้ความรุนแรงต่อพลเรือน

    รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม 2564 กล่าวว่า การสู้รบที่เมืองมินดัต ซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนอินเดียประมาณ 100 กิโลเมตร ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา เป็นการต่อสู้รุนแรงที่สุดจุดหนึ่งนับแต่เมียนมาตกอยู่ภายใต้ความวุ่นวายจากการประท้วงต่อต้านรัฐประหาร เมืองที่มีประชากรมากกว่า 40,000 คนแห่งนี้ตกอยู่ภายใต้กฎอัยการศึกมาตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤษภาคม

    แถลงการณ์ของของกองกำลังป้องกันชินแลนด์ (ซีดีเอฟ) ซึ่งเป็นหนึ่งในกองกำลังจัดตั้งใหม่หลายกลุ่มที่ผุดขึ้นมาต่อต้านรัฐบาลทหาร และประกาศว่าเป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังป้องกันประชาชนภายใต้รัฐบาลเงา เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ว่า การสู้รบในสัปดาห์ที่ผ่านมา พวกตนสูญเสียสมาชิกอย่างน้อย 6 คน

    โฆษกของซีดีเอฟรายหนึ่งบอกกับเอเอฟพีโดยไม่ยอมเปิดเผยชื่อเมื่อวันอาทิตย์ว่า สมาชิกบาดเจ็บมากกว่า 10 คน และมีชาวบ้านในมินดัต 5 คนโดนกองทัพจับตัวไป

    เขากล่าวด้วยว่า นักรบซีดีเอฟจุดไฟเผาทำลายรถบรรทุกของทหารหลายคันและซุ่มโจมตีทหารที่ถูกส่งมาเสริมกำลัง ขณะที่กองทัพโจมตีเมืองนี้ด้วยปืนใหญ่ พวกเขาไม่ได้อยู่ในเมืองนี้อีกแล้ว แต่จะกลับมาโจมตีอีกในไม่ช้า "พวกเรามีแค่ปืนประดิษฐ์ ซึ่งไม่เพียงพอ" เขากล่าว และบอกว่าชาวบ้านที่ยังอยู่ไม่กล้าออกจากบ้านเพราะกลัวตกเป็นเป้าหมายของทหาร

    รอยเตอร์อ้างคำกล่าวของสมาชิกกองกำลังนี้เช่นกันว่า เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า พวกเขาจึงล่าถอยออกจากเมืองด้วยความกังวลว่าจะสร้างความเสียหายต่อเมืองนี้ ขณะนี้มีเพียงผู้หญิงและเด็กเหลืออยู่โดยกองทัพเข้าควบคุมพื้นที่ส่วนใหญ่ได้แล้ว "เพราะเด็กชายและผู้ชายทุกคนมีส่วนร่วมกับการต่อสู้ครั้งนี้ ทั้งหมดกำลังหนี"

    เว็บไซต์ของเรดิโอฟรีเอเชียที่ได้ทุนสนับสนุนจากสหรัฐอ้างคำกล่าวของสมาชิกซีดีเอฟรายหนึ่งว่า มีสมาชิกตายอย่างน้อย 5 คน แต่พวกเขาเชื่อว่าทำให้กองทัพสูญเสียกำลังพลมากกว่าหลายเท่า

    โทรทัศน์ช่องเมียวดีที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพรายงานเมื่อวันเสาร์ว่า มีสมาชิกกองกำลังความมั่นคงบางนายโดนฆ่าตาย และอีกหลายนายสูญหาย ภายหลังโดนพวกเหิมเกริมโจมตี ฝ่ายความมั่นคงจะทำงานทั้งวันทั้งคืนเพื่อฟื้นความเป็นระเบียบเรียบร้อย

    ด้านรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ ซึ่งเป็นรัฐบาลเงาที่ประกอบด้วยอดีต ส.ส. นักเคลื่อนไหวและสมาชิกกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ กล่าวในแถลงการณ์ เรียกร้องให้ประชาคมนานาชาติดำเนินการเพื่อยุติความรุนแรงทั้งหมดของกองทัพเมียนมาโดยทันที และปกป้องชาวเมืองมินดัตที่ป้องกันตัวไม่ได้

    สถานทูตสหรัฐและอังกฤษในเมียนมาก็แสดงเป็นห่วงสวัสดิภาพของพลเรือนในมินดัต และเรียกร้องให้กองทัพเมียนมาหยุดใช้ความรุนแรง

    สถานทูตสหรัฐกล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ว่า การที่กองทัพใช้อาวุธสงครามกับพลเมือง รวมถึงในเมืองมินดัตสัปดาห์นี้ ยิ่งแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลทหารพร้อมถลำลึกเพียงใดเพื่อยึดครองอำนาจไว้ สหรัฐเรียกร้องให้กองทัพหยุดใช้ความรุนแรงกับพลเรือน

    สถานทูตอังกฤษกล่าวว่า ความรุนแรงที่มินดัดปราศจากเหตุผล หลักฐานของความทารุณโหดร้ายควรถูกส่งไปยังกลไกสอบสวนอิสระด้านเมียนมาขององค์การสหประชาชาติ เพื่อนำตัวคนผิดมาดำเนินคดี

    ขณะที่หนังสือพิมพ์นิวไลต์ออฟเมียนมาของทางการ รายงานในวันอาทิตย์ว่า ศาลทหารจะเรียกประชุมเพื่อพยายามดำเนินคดีกับ "ผู้กระทำผิดในการโจมตีก่อการร้าย" ที่เมืองมินดัต

    รายงานกล่าวว่า กองกำลังความมั่นคงพบเห็นการโจมตีหลายครั้ง ที่ทำให้ชายคนหนึ่งเสียชีวิต และมี "ผู้ก่อจลาจล 1,000 คน" ซุ่มโจมตีเมื่อวันศุกร์ สังหารทหารบางส่วน แต่รายงานไม่บอกว่ามีทหารเสียชีวิตกี่นาย".


อืมมมม... บางวันมันก็ฝืนจริงๆ นะ! คือเรื่องคุยน่ะ..มี อารมณ์จะคุยมันไม่มี แต่ต้องคุย เพราะอย่างนั้น จึงตกอยู่ในลักษณะ "ทุกข์เข็น"

"การสื่อสารกับการเมือง"
ยอมให้ด่า "เพื่ออนาคต"
๗ ปี"ไล่นายกฯ"อย่างเดียว
"วิจัย-พัฒนา"ถึง"หมากัด"
"รัฐบาลทำดีแต่มีคนเซ็ง"
เมื่อนายกฯ ชื่อ "พิธา"