'พิธา'บี้'บิ๊กตู่'ลาออกซัดขาดความสามารถรวบอำนาจแก้โควิดเหลว


เพิ่มเพื่อน    

16 พ.ค.64- นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ "ผมขอย้ำอีกครั้ง พลเอกประยุทธ์ไม่ได้ขาดอำนาจ แต่ขาดความสามารถ" ระบุว่า เป็นเวลา 20  วันเต็มแล้วที่เราต้องอยู่ภายใต้การบริหารแบบรวบอำนาจของนายกรัฐมนตรี ที่รวบอำนาจหน้าที่ 31 พ.ร.บ. จากรัฐมนตรีคนอื่นมาไว้ในมือของนายกรัฐมนตรี เป็นการรวบอำนาจที่มีเจตนาเพื่อ แก้ไขวิกฤตโควิดแบบ ‘One man show’ รวบการตัดสินใจแทบทุกอย่างไว้ที่คนๆเดียว นั่นก็คือ พลเอกประยุทธ์

นายพิธา ระบุว่า ก่อนหน้าการรวบอำนาจ ประเทศไทยของเราต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของโควิดระลอกที่สาม ที่ส่วนหนึ่งเกิดจากความบกพร่องของรัฐบาล รวมถึงคนในรัฐบาลหลายคน จนก่อให้เกิดคลัสเตอร์ การระบาดที่ส่งผลขจรขจายไปไกล พอสถานการณ์ดูไม่สู้ดี พลเอกประยุทธ์ก็เข้าตาจน ต้องงัดท่าไม้ตายที่ตัวเองถนัด คือการรวบตรึงอำนาจจากรัฐมนตรี ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว พลเอกประยุทธ์ก็ แทบจะนั่งหัวโต๊ะตัดสินใจในทุกการประชุมอยู่แล้ว

สถานการณ์ก่อนการรวบอำนาจหนึ่งวัน ตลอดช่วงการระบาดของวิกฤตโควิดตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อสะสม 57,508 ราย ผู้เสียชีวิตสะสม 148 ราย อัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ 0.26% เมื่อพลเอกประยุทธ์ทำการรวบอำนาจไว้ที่ตนเอง ขอตัดสินใจทุกอย่างเป็นเวลา 20 วัน ผลที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยในรอบ 20 วันนี้ก็คือ ผู้ติดเชื้อสะสมทะลุ 100,000 รายในวันนี้เป็นวันแรก ยอดรวม อยู่ที่ 101,447 ราย เพิ่มขึ้น 43,939 ราย ภายใน 20 วันของการรวบอำนาจ เฉลี่ยติดเชื้อเพิ่มวันละ 2,197 ราย ผู้เสียชีวิตสะสมในรอบ 20 วันแห่งการรวบอำนาจ อยู่ที่ 436 ราย เพิ่มขึ้น 295% เมื่อเทียบกับยอดผู้เสียชีวิตสะสมช่วงก่อนหน้านี้ที่สะสมมา 400 กว่าวัน อัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 0.58% หมายถึงความเสี่ยงในการเสียชีวิตเมื่อตรวจพบเชื้อ เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม 2.2 เท่า ภายในระยะเวลา 20 วัน

เขาระบุว่า ในด้านการบริหารก็พบว่า เรายังคงได้ยินข่าวผู้ติดเชื้อหาเตียงไม่ได้ ไม่มีรถไปรับทุกวัน จนประชาชนต้องออกมาช่วยเหลือกันเอง แนวทางการได้มาซึ่งวัคซีนที่หลากหลายและมีประสิทธิภาพก็ไม่มี ความชัดเจน มาตรการเยียวยาประชาชน ผู้ประกอบการที่กำลังเดือดร้อนก็ไม่มีความคืบหน้า อุปกรณ์ทางการแพทย์ก็ยังคงขาดแคลน ทั้งที่ยังมีงบประมาณเหลืออยู่ ระบบการตรวจเชิงรุกก็ทำได้ไม่ ทั่วถึง ทำให้เราได้ยินชื่อคลัสเตอร์ใหม่ๆเกิดขึ้นแทบจะทุกวัน จนจำกันไม่ไหว ตัวเลขการฉีดวัคซีนที่วางแผนไว้วันละหลายแสนเข็มก็เป็นแค่การสร้างวิมานในอากาศ เพราะไม่มีวัคซีนให้ฉีด รวมถึง แผนกระจายวัคซีนในอนาคตที่ยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง ภายใต้การบริหารของพลเอกประยุทธ์ ผมว่าก็คงมีแต่ตัวเลขของผู้ติดเชื้อเท่านั้นที่เพิ่มขึ้น นอกนั้นก็มีแต่ลดลง ทั้งเงินในกระเป๋าประชาชน เตียงผู้ป่วยหนักในโรงพยาบาล งบประมาณแผ่นดิน ตัวเลข การเติบโตทางเศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อวัคซีนที่รัฐจัดหามาให้

"ในภาวะวิกฤตเช่นนี้ ผู้นำที่ดีควรจะต้องทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจ ใช้ความรู้ ความสามารถทั้งหมดลงไปกับการแก้ไขปัญหาเพื่อหาทางออกให้แก่ประเทศ แต่ผมมองไม่เห็นสิ่งเหล่านี้ในตัวพลเอก ประยุทธ์เลย ทุกวันนี้แนวโน้มวิกฤตโควิดก็มีแต่จะแย่ลง เศรษฐกิจของประเทศกำลังถอยหลัง ชีวิตของประชาชนแขวนอยู่บนเส้นด้าย แต่พลเอกประยุทธ์ก็ยังทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อน เหมือนทำงานแค่ ตามเวลาราชการ กว่าจะตัดสินใจอะไร วิกฤตก็รุนแรงเสียแล้ว ไม่ได้มีการวางแผนล่วงหน้า ได้แต่แก้ปัญหาแบบผักชีโรยหน้าไปวันๆ แบบนี้ก็ไม่รู้ว่าจะมีนายกไว้ทำไม เมื่อผลลัพธ์ของการรวบอำนาจไปที่ผู้นำแบบพลเอกประยุทธ์ออกมาเป็นเช่นนี้ ผมจึงต้องขอย้ำอีกครั้งว่า ในการแก้ไขวิกฤตครั้งใหญ่ของประเทศแบบนี้ พลเอกประยุทธ์ไม่ได้ขาดอำนาจ แต่ขาดความ สามารถ และควรลองฟังคนอื่นที่ไม่ใช่ลูกน้องรอบตัวเองดูบ้าง เผื่อจะได้พิจารณาตัวเองเสียที ว่าตัวเองไร้ความสามารถและความพร้อมที่จะรับผิดชอบชีวิตประชาชนคนไทย พลเอกประยุทธ์ควร ยอมรับความจริงข้อนี้และลาออกให้เร็วที่สุดครับ"

 


สนุกเขาละ "กทม.กับสาธารณสุข" จับชาวบ้านที่ "รอเงก" เป็นเดิมพัน แล้ว "ยักเงี่ยงใส่กัน" ด้วยปัญหาวัคซีน "ขาดตอน"!

ยอมให้ด่า "เพื่ออนาคต"
๗ ปี"ไล่นายกฯ"อย่างเดียว
"วิจัย-พัฒนา"ถึง"หมากัด"
"รัฐบาลทำดีแต่มีคนเซ็ง"
เมื่อนายกฯ ชื่อ "พิธา"
มิติ"ปัจจุบัน-อนาคต"