ค่อยๆ ใช้สติ-ปัญญาพิจารณาไปตามลำดับ


เพิ่มเพื่อน    

 ฮื่ออ์อ์อ์...แค่เจอกับเรื่อง ผู้กองฯ แป้ง-ธรรมนัส เข้าไปเรื่องเดียว ก็เรียกว่า...น่าจะรากแตก รากแตน ไปพอสมควรแล้ว แต่นี่ยังดันมาเจอกับเรื่อง เจียวก๊ก-เจียวไข่ เข้าไปอีกดอก เฮ้ออ์อ์อ์...อะไรมันจะพระศุกร์เข้า-พระเสาร์แทรก เท่านี้ย่อมไม่มีอีกแล้ว สำหรับความเป็นรัฐบาล ในช่วงที่ผู้คนกำลังหูแหก-ตาแหก แบบพอดิบ พอดี...

---------------------------------------------

อย่างที่เคยว่าๆ กันไปแล้วนั่นแหละทั่น!!! ว่าเรื่อง ดวงเมือง กับ ดวงบิ๊กตู่ ที่มันออกจะเกี่ยวโยง เกี่ยวพัน กันอย่างชุลมุนพอสมควร อะไรก็ตามที่เข้ามากระทบ กระแทก ไม่ว่าดวงไหนต่อดวงไหน จึงย่อมก่อให้เกิดความเป็นไปในแบบ...มันเป็นเช่นนั้นเอง มันเป็นพรรค์นั้นแหละ อย่างมิอาจปฏิเสธได้ การแสดงอากัปกิริยาท่าทีของบุคคล หรือกลุ่มคนต่างๆ ไม่ว่าจะออกไปทาง บวก หรือ ลบ พร้อมที่จะแหกทวารดมเพื่อสูดกลิ่นมาดามหอมชื่นใจ หรือพร้อมที่จะโกรธ เกลียด เคียดแค้น อาฆาตพยาบาท ริษยาและชิงชัง ก็แล้วแต่ ย่อมมีแต่ต้องอาศัย สติ และ ปัญญา เพ่งพินิจพิจารณากันอย่างละเอียดรอบคอบไปตามลำดับ...

----------------------------------------------

อย่างประเภท ทนายนกเขา หรือคุณพี่ นิติธร ล้ำเหลือ อันนี้...ยังไงๆ คงต้องยอมรับนั่นแหละว่า ออกจะเป็นผู้ซึ่งมี ต้นทุนทางสังคม ระดับเอาเรื่องทีเดียว ไม่ใช่ขี้ไก่ หรือขี้อะไรต่อมิอะไรก็แล้วแต่ เรียกว่า...จัดอยู่ในระดับพูดเมื่อไหร่ คงต้องเอียงหูฟังอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ โดยสิ่งที่นักสู้ ผู้เคยเสียสละให้สังคมมามากต่อมาก รายนี้ ได้ออกมาพูด ออกมาแสดงปฏิกิริยาต่อความเป็นรัฐบาล หรือความเป็นนายกรัฐมนตรี ไปเมื่อช่วงวัน-สองวันที่ผ่านมา ถ้าว่ากันแง่เหตุแง่ผลแล้ว คงต้องถือว่า พอรับได้ แม้ว่าในแง่จังหวะและโอกาสแล้ว อาจไม่ถึงกับ แน่ใจ มากมายซักเท่าไหร่...

------------------------------------------------

แต่ก็นั่นแหละ...จากปฏิกิริยาต่างๆ ที่สาดซัดเข้าใส่รัฐบาล หรือนายกรัฐมนตรีในช่วงระยะนี้ จะไปปัดป่าย ปกป้อง กันแบบดื้อๆ ทื่อๆ ไม่น่าจะได้ เพราะมันหนักไปทางเต็มไปด้วย สากกะเบือบิน แบบรอบทิศ รอบทาง หรือแบบระดับเซ็นเซอร์ราวด์เอาเลยก็ว่าได้ หรืออย่างที่เคยว่าเอาไว้แล้วนั่นแหละว่า...จะใช้ศิลปะ ลีลา แบบเดิมๆ ประเภทเด้งเชือก-ฉากหลบ-ตัดเวที ออกมาเต้นย็อกๆ แย็กๆ แบบเก่าๆ มันน่าจะลำบากยิ่งเข้าไปทุกที มีแต่ต้องออกหมัด-เท้า-เข่า-ศอก ต้อง ตี...ตี...ตี ตามเสียงโห่ เสียงร้อง หรือเสียงเชียร์ก็แล้วแต่ อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธได้...

--------------------------------------------------

อย่างไรก็ตาม...ในฐานะผู้นำประเทศ ผู้นำรัฐบาล ไม่ว่าท่านนายกรัฐมนตรีท่านคิดแบบไหน อย่างไรก็เถอะ สิ่งที่คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธ ก็คือ โดยสีสัน บรรยากาศ ความเป็นไปของบ้านเมืองทุกวันนี้ สิ่งที่เรียกๆ กันว่า ความร่วมมือ-ร่วมใจ หรือจะเรียกให้สูงๆ ขึ้นมาหน่อยว่า ความรู้-รัก-สามัคคี มันออกจะเป็นอะไรที่ค่อนข้างเหือดแห้งและขาดแคลน ยิ่งเข้าไปทุกที ทั้งที่ถือเป็นสิ่งสำคัญเอามากๆ หรืออาจถือเป็นสิ่ง ชี้เป็น-ชี้ตาย สำหรับอนาคตบ้านเมือง หรืออนาคตประเทศไทยในวันข้างหน้า เอาเลยก็ว่าได้ และไม่ว่าอะไรก็ตาม...ที่ทำให้สิ่งเหล่านี้ลดน้อยถอยลงไปด้วยเหตุผลกลใดก็แล้วแต่ อันนี้นี่แหละ...ที่ออกจะมีผลกระทบต่อ ดวงเมือง แบบน่าห่วง น่าวิตกกังวล มิใช่น้อย...

-----------------------------------------------------

พูดง่ายๆ ว่า...โอกาสที่มันจะนำไปสู่ความ ฉิบหาย...กับ...ฉิบหาย ค่อนข้างเป็นไปได้สูงเอามากๆ เนื่องจากแนวโน้มที่แต่ละฝ่าย จะสามารถ อยู่ร่วมกันได้โดยสันติ ไม่ว่าในแบบ อยู่-ดี-มีสุข หรือ อยู่ๆ กันไป ย่อมต้องลดน้อยถอยลงไปเป็นธรรมดา อะไรก็ตามที่เข้ามากระทบ อาจนำมาซึ่งความแตกแยก แตกกระจัดกระจายเอาง่ายๆ นำมาซึ่งความสับสน ระส่ำระสาย ความชุลมุน วุ่นวาย จนอาจส่งผลกระทบต่อ ดวงเมือง ไม่ว่าทางหนึ่ง ทางใด ไม่ว่ามาก หรือน้อย เพราะสิ่งที่เคยเป็นตัวช่วยหลอมรวม เป็นสายใยผูกโยงแต่ละสิ่ง แต่ละอย่าง เข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่า...ความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย ค่านิยมทางสังคม วัฒนธรรม ประเพณี ฯลฯ อาจพลอยต้อง ซวย ไปด้วยอย่างช่วยไม่ได้...

------------------------------------------------------

อันนี้นี่แหละ...ที่มันเลยทำให้ ดวงของบิ๊กตู่ ย่อมต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง พัวพัน กับ ดวงเมือง กันจนได้ การกำหนดระยะห่าง ระยะเคียง การกำหนดท่าทีของผู้นำประเทศของนายกรัฐมนตรี ต่อบรรดาความเป็นไปเหล่านี้ จึงมีความสำคัญเอามากๆ ไม่ว่าจะเป็นไปในลักษณะใดก็ตามที อีกทั้งในแง่ของ จังหวะ และ โอกาส ก็ย่อมมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน คือต้องนำมาซึ่ง ความร่วมมือ-ร่วมใจ ไม่ใช่นำมาซึ่ง ความแตกแยก หรือ แตกหัก โดยเฉพาะในระหว่างที่ใครต่อใครกำลังออกอาการหูแหก-ตาแหก กันในช่วงระยะนี้...

                                                                -----------------------------------------------------

ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้จาก Peter Muller (อีกครั้ง) ... What’s lasting is not what resists time, but what wisely change with it. – สิ่งที่ยืนยง คงทน หาใช่สิ่งที่พร้อมต้านทานกาลเวลาก็หาไม่ แต่เป็นสิ่งซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนตามกาลเวลาได้อย่างชาญฉลาด...

                                                                -------------------------------------------------------

 


อืมมมม... บางวันมันก็ฝืนจริงๆ นะ! คือเรื่องคุยน่ะ..มี อารมณ์จะคุยมันไม่มี แต่ต้องคุย เพราะอย่างนั้น จึงตกอยู่ในลักษณะ "ทุกข์เข็น"

"การสื่อสารกับการเมือง"
ยอมให้ด่า "เพื่ออนาคต"
๗ ปี"ไล่นายกฯ"อย่างเดียว
"วิจัย-พัฒนา"ถึง"หมากัด"
"รัฐบาลทำดีแต่มีคนเซ็ง"
เมื่อนายกฯ ชื่อ "พิธา"