เผยแหล่งระบาดเชื้อโควิดสูงสุด 5 อันดับแรกในพื้นที่ 4 เขตกทม. ห่วง 'แคมป์หลักสี่'


เพิ่มเพื่อน    

17 พ.ค.64 - ที่ทำเนียบ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวัน ว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่  9,635 เป็นการติดเชื้อในประเทศ 2,773 ราย ติดเชื้อจากเรือนจำ 6,853 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 9 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 111,082 ราย หายป่วยสะสม 67,200 ราย อยู่ระหว่างรักษา 43,268 ราย อาการหนัก 1,226 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 400 ราย มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 25 ราย อยู่ใน กทม. 18 ราย สุพรรณบุรี สุโขทัย สมุทรสาคร สมุทรปราการ นนทบุรี นครสวรรค์ ชัยนาท จังหวัดละ 1 ราย ส่วนใหญ่มีโรคประจำตัวความดันโลหิตสูง เบาหวาน หลอดเลือดสมอง โรคไต ไขมันในเลือดสูง หัวใจ ภาวะอ้วน ปอดเรื้อรัง มะเร็ง ปัจจัยเสี่ยงติดจากคนในครอบครัว เดินทางไปสถานที่ระบาด สถานที่แออัด อาชีพเสี่ยง ขับรถรับจ้าง ทำให้มีผู้เสียชีวิตสะสม 614 ราย ส่วนสถานการณ์โลก ไทยอยู่อันดับ 92 ขณะที่ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อสะสม 163,691,053 ราย เสียชีวิตสะสม 3,392,588 ราย

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สำหรับผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจากต่างประเทศจำนวน 9 ราย ในจำนวนนี้มี 1 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 60 ปี อาชีพรับจ้าง ลักลอบเข้ามาจากกัมพูชาผ่านช่องทางธรรมชาติ ยืนยันว่าเราจะคุมเข้มชายแดนเต็มที่ ถ้าเป็นคนไทยไม่ต้องลักลอบเข้ามา ขอให้เข้ามาช่องทางปกติ เราพร้อมดูแลอย่างดี ขอให้แสดงตัว โดยตัวเลขเมื่อวันที่ 16 พ.ค. พบว่ามีผู้ลักลอบเข้ามารวมทั้งสิ้นถึง 87 ราย

นอกจากนี้ ในส่วนของเรือนจำ ขณะนี้มีการตรวจเชื้อในเรือนจำและสถานที่ต้องขัง 8 แห่งทั่วประเทศ จำนวน 24,357 ราย พบติดเชื้อ 10,748 ราย รอรายงานผล 2,235 ราย โดยนายกรัฐมนตรีสั่งการโดยตรงให้กระทรวงยุติธรรมกับกระทรวงสาธารณสุขจับมือดูแลอย่างใกล้ชิดให้มีมาตรการเข้มข้นที่จะต้องดูแลผู้ต้องขังหลายแสนคน

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สำหรับ 5 จังหวัดที่มีตัวเลขผู้ติดเชื้อสูงสุดวันที่ 16 พ.ค. ได้แก่ กทม. 1,843 ราย สมุทรปราการ 155 ราย ปทุมธานี 146 ราย นนทบุรี 129 ราย สมุทรสาคร 53 ราย โดย กทม.และปริมณฑล มีผู้ติดเชื้อรวมกัน 2,362 ราย ส่วนจังหวัดอื่นๆ 411 ราย อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุมศูนย์บูรณาการการแก้ไขปัญหาโควิด-19 ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ได้เพ่งเป้าไปที่พื้นที่ กทม. โดยสำนักอนามัยได้รายงานว่า กทม.ชั้นในคือ เขตหลักสี่ ป้อมปราบศัตรูพ่าย คลองเตย ราชเทวี ห้วยขวาง มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก

ทั้งนี้ มีการเปรียบเทียบความเร็วและขนาดการแพร่ระบาด แยกรายเขตและที่อยู่เป็น 4 กลุ่มคือ ปริมาณการระบาดไม่มากแต่เพิ่มเร็ว 17 เขต ปริมาณการระบาดไม่มากและเพิ่มช้า เฝ้าระวังตามระบบ 2 เขต ปริมาณการระบาดมากและเพิ่มเร็ว 25 เขต การระบาดมากแต่เพิ่มช้า 6 เขต และมีทั้งหมด 28 คลัสเตอร์ กระจายอยู่ใน 19 เขต ซึ่งคลัสเตอร์ที่มีอัตราการเพิ่มขึ้นต่อวันของผู้ติดเชื้อสูงที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ แคมป์ก่อสร้าง เขตหลักสี่ แฟลตดินแดง เขตดินแดง ตลาดห้วยขวาง เขตดินแดง คลองถมเซนเตอร์และวงเวียน 22 เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย และแคมป์คนงานก่อสร้าง เขตวัฒนา

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ข้อมูลวันที่ 15 พ.ค. มีการตรวจค้นหาเชิงรุกใน กทม.ไป 6 จุด จำนวน 5,642 ราย พบเชื้อ 371 ราย หรือร้อยละ 6.58 ในที่ประชุมยังได้หยิบกรณีแคมป์คนงานก่อสร้าง เขตหลักสี่มาหารือ ขณะนี้ตรวจหาเชื้อไป 1,667 ราย พบติดเชื้อ 885 ราย ในที่ประชุมมีความกังวล เพราะพื้นที่ก่อสร้างดังกล่าวยังมีบริษัทที่เป็นซับคอนแทรคอีก 11 บริษัท และแคมป์อื่นๆ ของบริษัทอื่นๆ ในเขตดังกล่าวอีก 8 แคมป์ เขตหลักสี่จึงออกมาตรการควบคุมโรค ได้แก่ ต้องเฝ้าระวังในแคมป์ การแยกกักผู้ป่วย การกักกันผู้สัมผัสเสี่ยงสูง เฝ้าระวังนอกแคมป์ การซีลแคมป์ก่อสร้าง การจัดการสิ่งแวดล้อมในแคมป์ การบริหารจัดการวัคซีนสำหรับพื้นที่ระบาด ติดตามบริษัทซับคอนแทรค 11 บริษัทและสถานที่ก่อสร้าง 2 แห่ง

นอกจากนี้ ยังมีชุมชนรอบข้างที่ติดเชื้ออีก 6 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนแฟลตตำรวจอิสระ ชุมชนอยู่แล้วรวย ชุมชนแฟลตตำรวจส่วนกลาง ชุมชนกองบัญชาการศึกษา ชุมชนคนรักษ์ถิ่น และชุมชนเปรมสุขสันต์ โดยเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผอ.ศปก.ศบค. ได้มีการพูดคุยเพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าไปดูแล เน้นย้ำไปที่ผู้นำชุมชนเนื่องจากระบบราชการต้องใช้เวลาพอสมควร และติดระบบที่ซับซ้อน ประธานชุมชนเป็นบุคคลสำคัญที่จะช่วยให้คนในชุมชนมาช่วยกันดูแลความสะอาดและสุขอนามัยส่วนบุคคลได้