เพิ่งตื่น! 'รมว.ดีอีเอส' เงื้อดาบฟันเพจ 'แหม่มโพธิ์ดำ' ตัดต่อภาพรพ.สนามบุษราคัม


เพิ่มเพื่อน    

17 พ.ค.64 - จากกรณีโซเชียลมีเดียได้แชร์ข้อมูลข่าวปลอมโควิดจากเพจเฟซบุ๊ก "แหม่มโพธิ์ดำ" ซึ่งขณะนี้มีการตั้งขึ้นในชื่อเดียวกันนี้เป็นจำนวนหลายเพจ โดยเพจแหม่มโพธิ์ดำ ที่มีผู้กดถูกใจและติดตามประมาณ 4 หมื่น ได้โพสต์เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม โดยเปรียบงบประมาณการจัดสร้างโรงพยาบาลสนามของพิมรี่พาย กับโรงพยาบาลสนามบุษราคัม ที่อาคารอิมแพคเมืองทองธานี ซึ่งพบว่ามีการตัดต่อภาพประกอบรพ.สนามบุษราคัม โดยใช้ภาพเตียงนอนจากที่อื่นมาบอกว่าเป็นของ รพ.บุษราคัม ใช้งบ 239,280,000 บาท สามารถรองรับได้ 1,092 เตียง ตกเตียงละ 220,000 บาท ซึ่งเป็นข่าวปลอมจนเกิดเสียงวิจารณ์รัฐบาลอย่างกว้างขวาง

ล่าสุด นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกระทรวงดิจิทัลฯ ได้ตรวจสอบพบว่ามีความพยายามเชื่อมโยงให้เกิดความเข้าใจผิดถึงการดำเนินการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามของรัฐบาล โดยในส่วนของคุณพิมรี่พาย ที่นำเงินส่วนตัวมาสร้างโรงพยาบาลสนาม ถือเป็นสิ่งที่ดีที่ได้เสียสละช่วยประชาชนในยามลำบาก รัฐบาลก็ต้องขอบคุณถึงความตั้งใจอันดี เช่นเดียวกันอีกหลายๆ คนที่ร่วมช่วยกันคนละเล็กคนละน้อย ตามกำลังหรือความสามารถที่พอจะช่วยได้

“ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ต่างมีความตั้งใจดี เพื่อให้ประเทศพ้นวิกฤตโดยเร็ว แต่กลับมีขบวนการที่ไม่หวังดี นำมาเปรียบเทียบ บิดเบือน เพื่อต้องการให้เกิดความแตกแยกขัดแย้ง” นายชัยวุฒิ กล่าว

นายชัยวุฒิ กล่าวว่า โรงพยาบาลบุษราคัม ที่มีข้อสังเกตเรื่องงบประมาณนั้น จัดตั้งในลักษณะโรงพยาบาลถาวรที่มีมาตรฐาน มีความพร้อมทางการแพทย์ มีอุปกรณ์เครื่องมือดูแลผู้ติดเชื้ออย่างครบครัน มีระบบการดูแลความปลอดภัย มีเจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์จากหลายจังหวัดจำนวนมาก สับเปลี่ยนหมุนเวียนเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุข สามารถชี้แจงรายละเอียดหรืองบประมาณได้ทั้งหมด อีกทั้งภาพที่มีการแชร์เปรียบเทียบในขณะนี้ก็เป็นภาพเก่า ช่วงที่มีการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม เพื่อรองรับกลุ่มเสี่ยงเพื่อสังเกตอาการ และเป็นการจัดตั้งในภาวะฉุกเฉิน ก่อนที่จะมีการปรับปรุงให้ได้มาตรฐานในภายหลัง

“ในช่วงที่ทุกคนต้องร่วมแรงร่วมใจกันเอาชนะโควิด-19 แต่กลับมีผู้ไม่ประสงค์ดีต้องการสร้างความสับสนให้เกิดขึ้นในสังคม ทางกระทรวงฯ ได้ติดตามความเคลื่อนไหวเหล่านี้มาโดยตลอด ขอให้ผู้ที่เป็นต้นตอหรือมีส่วนกับการนำเสนอข้อมูลดังกล่าว ดำเนินการลบโพสต์โดยด่วน และชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้องให้สังคมรับทราบ มิเช่นนั้น กระทรวงดีอีเอส อาจต้องดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่มีเจตนาไม่บริสุทธิ์ต่อไป" รมว.ชัยวุฒิ ระบุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก "แหม่มโพธิ์ดำ" ที่มีผู้กดถูกใจและติดตามประมาณ 4 หมื่นคน ไม่ใช่เฟซบุ๊กจริงของแหม่มโพธิ์ดำที่มีคนถูกใจสูงกว่าล้านคน ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นได้มีการเปิด-ปิดการใช้งานตลอดเวลา แต่ขณะนี้ยังปิดเพจและไม่มีการชี้แจงถึงกรณีมีคนปลอมเพจสร้างเฟกนิวส์ดังกล่าว