ผวา! โควิดระลอก 4 จ่อระบาด หากปล่อยแรงงานเถื่อนทะลัก


เพิ่มเพื่อน    

      การระบาดไวรัสโควิด-19 ระลอก 3 ทำลายระบบสาธารณสุขจนเข้าขั้นวิกฤติ เมื่อยอดผู้ติดเชื้อสะสมทะลุแสนคนแล้ว เตียงรักษาผู้ป่วย ห้องไอซียู ไม่เพียงพอ ผู้ป่วยล้นโรงพยาบาล ถึงแม้จะมีการสร้าง รพ.สนามรองรับ แต่เมื่อเปรียบเทียบกับยอดผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นทุกวันถือว่าน่าเป็นห่วง โดยการแพร่ระบาดครั้งนี้จุดเริ่มต้นจากสถานบันเทิงย่านทองหล่อ กลายเป็นการติดแพร่เชื้อของคนในครอบครัวและชุมชน ตลาด แคมป์คนงานเฉพาะในกรุงเทพฯ มีเกือบ 30 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าว ยากในการควบคุม

                มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด รัฐบาลถูกตั้งคำถาม โดยเฉพาะวัคซีนที่มีไม่เพียงพอและความเชื่อมั่นในคุณภาพที่ยังเป็นข้อกังขา สถิติการฉีดวัคซีนของไทยเปรียบเทียบตัวเลขเพียง 2 เปอร์เซ็นต์ อยู่ท้ายตาราง 11 ชาติอาเซียน ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการฉุกเฉินโควิด-19 และผู้อำนวยการศูนย์ สบค.กรุงเทพฯ และปริมณฑล ออกมาประกาศกาศการจัดหาวัคซีนเป็นวาระแห่งชาติ ประกาศจัดหาวัคซีน 100-150 ล้านโดส ฉีดให้ประชาชนทุกคนครบก่อนสิ้นปี แต่ตัวเลขวัคซีนปัจจุบันยังเป็น “ตัวเลขทิพย์” ยังไม่การันตีว่าจะนำเข้าวัคซีนได้ตามที่ป่าวประกาศหรือไม่ และยอดการฉีดวัคซีนปัจจุบันอยู่ที่หลักหมื่นโดส ต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะครบตามที่รัฐบาลประกาศ

                นอกจากต้องเร่งหาวัคซีนแล้วต้องสร้างความเชื่อมั่นคุณภาพของวัคซีน หลังพบว่าหลายคนที่รับวัคซีนแล้วมีผลข้างเคียงต่อร่างกายน้อยมาก ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ต้องให้บริการกับประชาชน เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อและรับเชื้อต้องได้รับการฉีดวัคซีนเป็นภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะตำรวจที่ทำงานให้บริการประชาชนตอด 24 ชั่วโมง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้มอบนโยบายการจัดหาวัคซีนและเร่งฉีดวัคซีนให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา โดยให้ข้าราชการตำรวจที่มีกว่า 2.4 นาย กลุ่มเสี่ยง 1.6 แสนนาย มีผู้สมัครใจรับวัคซีน 9 หมื่นกว่านาย และยังมีตำรวจอีกเกือบ 3 หมื่นนาย ที่ไม่สมัครใจรับวัคซีน

                โดยทางโฆษก ตร. พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ เผยว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นทั่วประเทศทำความเข้าใจถึงเหตุผลความจำเป็นว่าทำไมข้าราชการตำรวจต้องได้รับการฉีดวัคซีน แต่ไม่มีการบังคับ ถือเป็นสิทธิส่วนบุคคล ขึ้นอยู่กับความสมัครใจ ตำรวจมีสิทธิ์ที่จะสงสัยเรื่องความปลอดภัยเหมือนกับประชาชนทั่วไป โดยยอมรับว่าที่ผ่านมาอาจจะด้อยเรื่องการสื่อสารทำความเข้าใจถึงความจำเป็นที่ต้องฉีด เพราะตำรวจทำงานใกล้ชิดประชาชน ต้องทำให้ประชาชนเกิดความมั่นใจในการติดต่อใช้บริการ ตัวเลขล่าสุดตำรวจติดเชื้อโควิดใกล้ทะลุพันนายแล้ว

                การระบาดครั้งที่ 1 มาจากสนามมวย การะบาดครั้งที่ 2 มาจากบ่อนการพนันและขบวนการลักลอบนำแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าประเทศ ส่วนการระบาดครั้งที่ 3 มาจากสถานบันเทิงย่านทองหล่อ ก่อนขยายวงกว้างแพร่เชื้อสู่ครอบครัวไปทั่วประเทศในช่วงเทศกาลสงกรานต์จนยากที่จะควบคุม เป็นปัญหาจนถึงปัจจุบัน และไม่มีวี่แววว่าจะคลี่คลาย ปัญหาขบวนการลักลอบนำเข้าแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองกลับมาเป็นปัญหาอีกครั้ง ครั้งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่รัฐถูกสอบเอาผิดไปหลายส่วน กระบวนการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น คนที่เห็นแต่ประโยชน์ส่วนตัวกลับมาสร้างภาระให้กับชาติอีกครั้ง

                การระบาดระลอก 3 ยังแก้ปัญหาไม่ได้ จับตาการระบาดระลอก 4 กำลังล้อมไทย โดยเฉพาะสายพันธุ์อินเดียที่ทั่วโลกกำลังเป็นห่วงเฝ้าจับตาการระบาดจ่อถาโถมเข้าไทย โดยมีแรงงานต่างด้าวเป็นพาหะ ขบวนการค้ามนุษย์แรงงานต่างด้าวกำลังกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง โดยเฉพาะภาคเหนือตามแนวชายแดน จ.เชียงราย ภาคตะวันตก จ.กาญจนบุรี ขบวนการแรงงานต่างด้าว ทำกันเป็นขบวนการ โดยมีเครือข่ายที่อยู่ทั้งประเทศเพื่อนบ้านและฝั่งไทย ถึงแม้ภาครัฐจะได้บทเรียนจากการระบาดระลอกที่ 2 ในการป้องกันวางมาตรการเฝ้าระวัง และการระบาดระลอก 2 นั้น เจ้าหน้าที่ภาครัฐหลายส่วน ทั้งตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานถูกตั้งกรรมการสอบฟันอาญาและวินัยไปหลายนายที่เข้าไปเอี่ยวกับขบวนการค้ามนุษย์

                ธุรกิจนำแรงงานข้ามชาติมีมาช้านาน ทำกันเป็นล่ำเป็นสันมูลค่ามหาศาล แน่นอนว่าถ้าไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐคอยอำนวยความสะดวกให้ ไม่มีทางสำเร็จแน่นอน แต่ละหัวต้องจ่ายให้นายหน้าอย่างน้อยหัวละ 15,000-20,000 บาท โดยการเดินเท้าลอบข้ามชายแดนมาพักตามจุดต่างๆ ก่อนที่นายหน้าฝั่งไทยจะพาขึ้นรถตู้-กระบะดัดแปลง เป้าหมายกรุงเทพฯ สมุทรสาคร และแหล่งอุตสาหกรรมเขตโรงงานต่างๆ แต่ละวันมีแรงงานลักลอบเข้าประเทศจำนวนมาก การระบาดระลอก 2 เป็นกรณีศึกษา เจ้าหน้าที่จะเข้มงวด บูรณาการกำลังหลายภาคส่วน ทั้งตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ตรึงกำลังตามแนวชายแดน แต่ด้วยไทยมีแนวชายแดนที่ติดกับทั้งเมียนมา กัมพูชา ลาว เกือบ 2,000 กิโลเมตร กำลังมีจำนวนจำกัด ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะดูแลได้หมด แค่ตัวเลขที่ทางการจับได้เดือน มี.ค. จำนวน 1,314 ราย เดือน เม.ย. 1,369 ราย เดือน พ.ค.ก็หลายร้อยคน แล้วที่หลุดรอดสายตาเจ้าหน้าที่ไปได้อีกจำนวนเท่าไหร่ ในเมื่อธุรกิจนี้มูลค่ามหาศาล มีเงินใช้ผีโม่แป้งยังได้ สถานการณ์ยิ่งน่าเป็นห่วง

                สะท้อนปัญการการคอร์รัปชันของเจ้าหน้าที่รัฐ เมื่อนายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ที่เอาชีวิตเกือบไม่รอดจากการติดเชื้อไวรัสโควิดมาจากแรงงานต่างด้าวตลาดกุ้งมหาชัย โดยผู้ว่าฯ สมุทรสาครโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า พบการติดเชื้อในโรงงานแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรสาคร จึงได้ทำการปิดโรงงาน 14 วัน พร้อมกักตัวพนักงานที่มีความเสี่ยงสูงเตรียมตรวจเชิงรุกผู้ที่มีความเสี่ยงและบริเวณใกล้เคียง กังวลหลังได้รับข้อมูลจากประชาชนและเอกชน แรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้ามาอีกเป็นจำนวนมาก โดยจากการเข้าจับกุมแรงงานต่างด้าวจังหวัดหนึ่งระบุว่า สมุทรสาครและกรุงเทพฯ เป็นจุดหมายสำคัญของกลุ่มนี้ อาจทำให้เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดอีกครั้ง

            “สิ่งที่ไม่สบายใจเลย ท่ามกลางวิกฤติเช่นนี้คนไทยด้วยกันเองกลับเปิดประตูบ้านลักลอบทำเรื่องผิดกฎหมายหวังผลประโยชน์ตอบแทนเป็นตัวเงิน โดยไม่คิดเลยว่ามันจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ ทำลายสวัสดิภาพและสร้างปัญหาปากท้องของคนบ้านเดียวกัน ทั้งที่รู้อยู่ว่าทุกคนกำลังแย่”

            “บิ๊กปั๊ด” พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. สั่งการเข้มตั้งคณะทำงานบูรณาการกับหน่วยงานความมั่นคงแต่ละกองบัญชาการทำแผนสกัดตามแนวชายแดนที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ตั้งด่านตรวจด่านสกัดเส้นทางลำเลียงเข้ามายังพื้นที่ชั้นในให้มีความเข้มข้น ส่วนพื้นที่ชั้นในให้เจ้าหน้าที่ความมั่นคง ทหาร ตำรวจ ประสานงาน หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ ที่อาจหลบเข้ามาพักอาศัยทำให้มีการแพร่เชื้อโรคให้กับประชาชน โดยให้ ตชต. สตม.และตำรวจภูธร ทำงานกันอย่างเข้มแข็งมีประสิทธิภาพ สืบสวนดำเนินคดีกับกวาดล้างจับกุมขบวนการค้าแรงงานต่างด้าว

                วิกฤติชาติครั้งนี้ "บิ๊กปั๊ด" พล.ต.อ.สุวัฒน์ ต้องเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ให้มากยิ่งขึ้น ขันนอตเจ้าหน้าที่ส่วนปฏิบัติอย่าให้ตกอยู่ในอำนาจเงินของขบวนการค้ามนุษย์ ใครเกี่ยวข้องสั่งฟันเด็ดขาดทั้งวินัย-อาญา อย่าให้เหลือบไรมีที่ยืน ความผิดพลาดนำมาแก้ไขอย่าให้ประวัติซ้ำรอย ตำรวจเป็นอีกหน่วยงานที่กำหนดชะตาของประเทศได้.


อืมมมม... บางวันมันก็ฝืนจริงๆ นะ! คือเรื่องคุยน่ะ..มี อารมณ์จะคุยมันไม่มี แต่ต้องคุย เพราะอย่างนั้น จึงตกอยู่ในลักษณะ "ทุกข์เข็น"

"การสื่อสารกับการเมือง"
ยอมให้ด่า "เพื่ออนาคต"
๗ ปี"ไล่นายกฯ"อย่างเดียว
"วิจัย-พัฒนา"ถึง"หมากัด"
"รัฐบาลทำดีแต่มีคนเซ็ง"
เมื่อนายกฯ ชื่อ "พิธา"