จีนมอบวัคซีน5แสนโดส ‘วอล์กอิน’ยังไม่ตกผลึก


เพิ่มเพื่อน    

 “จีน” ใจป้ำมอบวัคซีนให้ไทยอีก 5 แสนโดสเพื่อสู้โควิด แม้ในแดนมังกรยังไม่เพียงพอ เพราะ “ไทย-จีน” พี่น้องกัน “ศบค.-สธ.” เห็นต่างวอล์กอินฉีดวัคซีน ยังไม่ตกผลึก แต่ให้ประชาชน 18-59 ปี เริ่มลงทะเบียนเพื่อรับบริการฉีด เริ่มตั้งแต่ 31 พ.ค.

    เมื่อวันจันทร์ที่ 17 พ.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และนายหยาง ซิน อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ลงนามรับมอบวัคซีนซิโนแวคจากรัฐบาลจีน 5 แสนโดส และรับมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ จากเอกชนอื่นๆ  
    นายอนุทินกล่าวว่า วันนี้นับเป็นวันประวัติศาสตร์ของ สธ. ที่ได้รับน้ำใจไมตรีจากรัฐบาลจีน มอบวัคซีนเพื่อสนับสนุนการควบคุมโรคโควิด-19 ในไทย ซึ่งวัคซีนซิโนแวคได้รับการยืนยันจากองค์การอนามัยโลก (ฮู) ว่ามีประสิทธิภาพที่ดีในการต่อต้านเชื้อโควิด ผู้รับวัคซีนมีความปลอดภัยจากการติดเชื้อ หากติดเชื้ออาการจะไม่รุนแรงและไม่เสียชีวิต
“ในนามของรัฐบาลและคนไทย ขอขอบคุณรัฐบาลจีน โดยเฉพาะอุปทูตหยาง ซิน ที่แนะนำให้ไทยทำจดหมายขอรับการสนับสนุนวัคซีนจากจีน 1 ล้านโดส โดยให้นำวัคซีนส่วนหนึ่งมาฉีดให้คนจีนในไทยด้วย จึงเป็นที่มาของการรับมอบวัคซีนครั้งนี้ และจะมีมาเพิ่มอีกเร็วๆ นี้ รวมถึงช่วยประสานให้ไทยสั่งซื้อวัคซีนจากซิโนแวคได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลกลางในการส่งวัคซีนได้อย่างรวดเร็ว จนถึงขณะนี้ไทยได้รับวัคซีนซิโนแวคแล้ว 4.5 ล้านโดส” นายอนุทินกล่าว และว่า ไทยกำลังประคับประคองสถานการณ์โรคโควิด-19 อย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้เชื้อมีการแพร่กระจาย โดยจะฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุด และมีแผนจัดหาวัคซีนเข้ามาเพิ่มทุกเดือน เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีวัคซีนเพียงพอฉีดให้แก่คนไทยถึงสิ้นปี
    ด้านนายหยาง ซิน กล่าวว่า เป็นตัวแทนรัฐบาลจีนมอบวัคซีนซิโนแวคให้รัฐบาลไทยเพื่อช่วยต่อสู้กับโรคโควิด-19 แสดงถึงไมตรีจิตของจีนที่มีต่อไทย และความรับผิดชอบของจีนที่มีต่อสังคมโลก โดยปัจจุบันมีการมอบวัคซีนแล้วกว่า 80 ประเทศ และส่งออกกว่า 50 ประเทศ ส่วนการฉีดวัคซีนภายในประเทศมากกว่า 400 ล้านโดสแล้ว แต่มีประชากรมากกว่า 1,411 ล้านคน ซึ่งภายในประเทศยังไม่พอ แต่ไทยและจีนเป็นพี่น้องกัน การแพร่ระบาดครั้งนี้ของไทย จีนจึงให้ความช่วยเหลือเรื่องวัคซีนเพื่อช่วยป้องกันชีวิตและสาธารณสุขของชาวไทยด้วย ซึ่งสัปดาห์นี้วัคซีนซิโนแวคที่ไทยสั่งซื้อจะเข้ามาอีก 1.5 ล้านโดส เพื่อให้ไทยควบคุมการแพร่ระบาดได้โดยเร็ว
    รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเผยว่า ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. ชุดเล็ก ได้มีการประชุมร่วมกับ สธ.อีกครั้ง เพราะยังมีความเห็นต่างเรื่องการวอล์กอินฉีดวัคซีน ซึ่ง สธ.อยากเปิดโอกาสให้ประชาชนวอล์กอินเพื่อฉีดวัคซีนจะได้เกิดการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ขณะที่ ศบค.อยากเปิดโอกาสให้ประชาชนลงทะเบียนและทยอยมารับวัคซีน ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกต้องและเหมาะสมแล้ว ไม่ควรให้วอล์กอิน เพราะเกรงว่าคนจะแห่กันมา ทำให้เกิดความแออัด อีกทั้งถ้าวอล์กอินมาแล้วแต่ไม่ได้ฉีดก็จะเป็นปัญหาอีก นอกจากนี้ยังต้องบริหารจัดการให้พอดีกับวัคซีนที่มีอยู่ในแต่ละเดือน และยังมีความเห็นว่าน่าจะใช้วิธีให้ลงชื่อบัญชีสำรองไว้ วันไหน ที่ไหนว่าง ให้ติดต่อกลับไปแล้วนัดมาฉีด
    ด้าน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ประชาชนทั่วไปที่มีอายุตั้งแต่ 18-59 ปี เริ่มลงทะเบียนเพื่อรับบริการฉีดวัคซีนผ่านระบบหมอพร้อมทั้ง Line Official Account และแอปพลิเคชัน ตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค.เป็นต้นไป และยังสามารถจองฉีดวัคซีนโควิด-19  ผ่านโรงพยาบาลที่มีสิทธิรักษา, อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.), โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในเมือง (รพ.สต.) และช่องทางอื่นๆ รวมทั้งวอล์กอินตามประกาศของจังหวัดด้วย และ สธ.อยู่ระหว่างวางระบบการลงทะเบียนเพื่อให้ชาวต่างชาติที่ทำงานในไทยสามารถเข้าถึงการรับบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้เช่นเดียวกัน
    รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ยืนยันว่า ผลศึกษาวัคซีนโควิด-19 ที่ฉีดในไทยพบว่าสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่หากได้รับผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์จากการฉีดวัคซีนและมีใบยืนยันอาการแพ้วัคซีนจากสถานที่ฉีดวัคซีนแล้ว สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พร้อมเยียวยาตามประกาศคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่ 5) โดยจัดสรรวงเงิน 100 ล้านบาท สำหรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้น โดยมีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้มี 2 เขตที่เสนอข้อมูลการขอรับเงินช่วยเหลือ คือ สปสช.เขต 1 เชียงใหม่ และ สปสช.เขต 10 อุบลราชธานี ส่วนเขตพื้นที่อื่นอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล โดย สปสช.เขต 1 ซึ่งมีผู้ยื่นขอเยียวยา 218 ราย จากจำนวนที่ฉีดไปแล้วทั้งหมด 91,551 เข็ม คิดเป็น 0.24% โดยส่วนใหญ่มีอาการเล็กน้อย เช่น เป็นไข้นิดๆ หน่อยๆ ปวดเมื่อยตามตัว ส่วนกลุ่มที่มีอาการไข้สูงจนต้องนอนพักโรงพยาบาล คิดเป็น 0.05%
        พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวเชิญชวนเจ้าหน้าที่ตำรวจฉีดวัคซีนโควิด-19 ว่าเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน และหน้าที่ของตำรวจทุกคน เรื่องสำคัญที่สุดในการหยุดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในขณะนี้มีวิธีเดียวคือฉีดวัคซีน ถ้าเราหยุดการแพร่ระบาดไม่ได้ สังคมก็เป็นอย่างนี้ เราก็ต้องล็อกดาวน์กันอีก เมื่อไหร่ก็ตามที่จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 เกินกว่าที่ระบบสาธารณสุขของเราจะรับได้ เราก็ต้องล็อกดาวน์ มีวิธีเดียวที่หยุดการแพร่ระบาด นี่คือวาระแห่งชาติที่ทุกคนต้องช่วยกันทำ เราฉีดวัคซีนไม่ใช่เพื่อเราคนเดียว ไม่ใช่แค่ครอบครัวเรา แต่เราทำเพื่อสังคม เพื่อคนไทยทั้งประเทศเพื่อคนไทยทุกคน
    "ต้องมองอย่างนี้ ทุกคนมีหน้าที่ที่จะช่วยกัน ไม่ใช่แค่ตำรวจ แต่ทุกคนต้องช่วยกัน ก็ขอให้ท่องไว้ในใจว่าต้องหยุดการแพร่ระบาดวิธีเดียวคือฉีดวัคซีน ถ้าเราไม่มีภูมิคุ้มกันหมู่ มันก็เป็นอย่างนี้ไม่จบไม่สิ้น ฝากไว้ ไม่มีผู้บังคับบัญชาคนไหนไปบังคับใครได้ เพียงแต่เราชี้แจงให้ท่านทราบว่าเหตุผลความจำเป็นคืออะไร" พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าว และว่า การฉีดวัคซีนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ขณะนี้กลุ่มเป้าหมายหลักด่านหน้าฉีดไป 50% แล้ว    
     ขณะที่นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.พรรคก้าวไกล ต้องการให้ทำประกันให้คนเสียชีวิตจากการฉีดวัคซีน โดยอ้างเป็นเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชน ว่าคนไทยทุกคนรู้ดีว่าวัคซีนที่จัดเตรียมให้คนไทยได้ฉีดคือวัคซีนที่ฉีดกันทั่วโลก เป็นที่ยอมรับมาตรฐานความปลอดภัย สิ่งที่ ส.ส.วิโรจน์เสนอว่าควรออกมาทำประกันชีวิตถ้าคนไทยคนใดฉีดแล้วตายจ่าย 10 ล้านบาท เป็นเรื่องที่น่าตกใจ เพราะคิดว่าชีวิตคนไทยมีค่าเพียง 10 ล้านบาทเท่านั้นเอง
“เมื่อมีการประกาศให้ ส.ส.ไปฉีดวัคซีน ส.ส.พรรคก้าวไกลไปฉีดกันกลุ่มแรกก่อนใคร ซึ่งนับเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม และด้วยความที่เป็นพรรคคนหนุ่มสาว ส่วนใหญ่จึงฉีดวัคซีนซิโนแวค และเท่าที่ทราบ ท่านได้ฉีดเข็มสองกันครบถ้วนแล้ว และแน่นอนไม่มีข่าวว่ามีท่านใดแพ้ และท่านใดตาย ผมจึงขอเรียกร้องคุณวิโรจน์และ ส.ส.ก้าวไกลทุกท่านที่ได้ฉีดวัคซีนได้ออกมาช่วยกัน แทนที่จะวิพากษ์วิจารณ์ ตำหนิการทำงานของรัฐบาลอย่างเดียว โปรดออกมารณรงค์เรียกร้องพี่น้องประชาชนกว่า 8 ล้านคนที่เคยเลือกท่านมาเป็นผู้แทน ให้ลงทะเบียนรับการฉีดวัคซีน แค่นี้ก็ถือว่าท่านได้ทำหน้าที่คนไทย แสดงความรักชาติอย่างล้นเหลือแล้ว”นายศุภชัยกล่าว.