ผัวจำใจบั่นคอเมียสาว สยบปัญหารักซ้อน พ่อตารับลูกเขยเก็บกดมานาน


เพิ่มเพื่อน    

26 พ.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.สัตยา คำวงษา พนักงานสอบสวน สภ.นาหว้า จ.นครพนม ควบคุมตัวนายสุขทะชัย อุสาพรหม หรือต้น อายุ 40 ปี ส่งฝากขังผัดแรกต่อศาลจังหวัดนครพนม ในข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา พร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ โทษสูงสุดขั้นประหารชีวิต

ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2564 เวลาประมาณ 11.45 น. ร.ต.อ.สัตยา คำวงษา รองสารวัตรสอบสวน สภ.นาหว้า ได้รับแจ้งเหตุฆ่ากันตาย ภายในบ้านเลขที่ 141 หมู่ 8  ต.นางัว ต.นาหว้า จึงเดินทางไปตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กองกำกับการ 3 กองบังคับการตำรวจปราบปราม (กก.3 บก.ป.)  พบบ้านหลังดังกล่าวลักษณะครึ่งปูนครึ่งไม้  ตั้งอยู่ตรงข้ามกับวัดพระธาตุศรีเงินคำ (วัดโพธิ์ชัยเดิม) ริมถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 2346 สายดอนเชียงบาน-บ้านเซือม ที่เกิดเหตุอยู่ในห้องนอนชั้นล่างล็อกประตูจากด้านใน จึงงัดเข้าไปพบศพผู้ตายเป็นหญิงทราบต่อมาว่าชื่อ  นางสมพร อุสาพรหม หรืออั้น อายุ 38 ปี นอนเสียชีวิตจมกองเลือด มีบาดแผลถูกฟันทั่วร่างกาย ได้แก่ศีรษะ ลำตัว แขน ข้อมือขวามีนิ้วขาด 2 นิ้ว ลำคอมีรอยถูกปาด รวมจำนวน 5 แห่ง ใกล้ๆกับศพพบอาวุธมีดดาบยาวประมาณ 1 เมตรตกอยู่มีคราบเลือดเปื้อนเกรอะ เชื่อว่าเป็นอาวุธที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ

จากการสืบสวนทราบว่าผู้ก่อเหตุคือนายสุขทะชัยหรือต้น ซึ่งเป็นสามีของผู้ตาย โดยหลังก่อเหตุได้หลบหนีออกนอกพื้นที่ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.นาหว้า จึงร่วมกับ พ.ต.ท.สิทธิพร มีอาษา สว.กก.3 บก.ป. เร่งทำการสืบสวนจนทราบว่านายต้นหนีมากบดานอยู่ในพื้นที่ อ.หนองหาน จ.อุดรธานี จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ และจับกุมตัวตามหมายจับศาลจังหวัดนครพนม ที่ จ.54/2564 ลงวันที่ 24 พฤษภาคม 2564 ในความผิดฐาน “ฆ่าผู้อื่น” นำตัวกลับมาสอบสวนที่ สภ.นาหว้า โดยนายต้นผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือใช้มีดดาบฟัน น.ส.สมพรฯ จนเสียชีวิตจริง โดยมีสาเหตุมาจากความหึงหวง และเคยมีปากเสียงทะเลาะกันมาแล้วหลายครั้ง

ก่อนเกิดเหตุนายลำพูน บุญทา อายุ 70 ปีพ่อของนางอั้น อยู่บ้านเลขที่ 82 หมู่ 3 ต.นาหว้า ได้เปิดเผยรายละเอียดกับผู้สื่อข่าวว่า คืนวันที่ 23 พฤษภาคมฯ นายต้นพร้อมด้วยนางอั้นนั่งกินข้าวกับผู้ชายคนหนึ่ง ทราบภายหลังว่าเป็นผู้ที่มาติดพันนางอั้นผู้ตาย และก็ได้แยกย้ายกันกลับ ช่วงตกดึกนายต้นนำลูกชาย 3 คนมาฝากนอนที่บ้าน แล้วกลับไปที่บ้านหลังเกิดเหตุ กระทั่งตอนสายๆมีคนมาบอกว่าลูกสาวถูกฆ่าตาย ทีแรกไม่เชื่อจนไปเห็นศพถึงกับเข่าอ่อน ส่วนนายต้นลูกเขยก็ได้หลบหนีไป

นายลำพูนเล่าต่อว่านายต้นลูกเขยเดิมทำงานอยู่ฝ่ายกองช่างเทศบาลตำบลนาหว้า ต่อมาได้ออกมาทำงานรับจ้างทั่วไป สาเหตุที่ออกคงเป็นเพราะลูกสาวแอบไปมีกิ๊กอยู่ในที่ทำงานเดียวกัน กระทั่งนายต้นจับได้แต่ก็ให้อภัยเมีย แต่ทั้งสองก็แอบไปมาหาสู่กันจนทั้งคู่ถูกจับกุมเกี่ยวกับยาเสพติด หลังพ้นโทษนางอั้นก็กลับมาอยู่กับนายต้นลูกเขยเหมือนเดิม แต่พอกิ๊กออกจากเรือนจำก็หวนไปคบอีก สุดท้ายกิ๊กถูกจับดำเนินคดีเรื่องยาเสพติดเป็นครั้งที่สอง นางอั้นก็ไปคบหากับกิ๊กคนใหม่ที่อยู่หมู่บ้านข้างเคียงกัน ถึงขั้นพามาหานายต้นที่บ้าน นายลำพูนเล่าถึงตอนนี้ก็บอกว่าตนเชื่อว่านายต้นคงเก็บกดเรื่องดังกล่าวไว้นานหลายปีจึงระเบิดอารมณ์ฆ่าเมียจนตายคามือ และขออโหสิกรรมต่อการกระทำของลูกเขย

ไม่ต่างจากนางลำดวน สิทธิ อายุ 54 ปี และ นางนันประภา ลิภา อายุ 50 ปี ญาติทางฝ่ายผู้ตาย ที่พูดเป็นเสียงเดียวกันว่านางอั้นแอบมีกิ๊กซ้อนกิ๊ก ถึงกระนั้นผัวก็ยังให้อภัยเพราะทั้งสองอยู่กินกันมากว่า 10 ปี จนมีลูกชายด้วยกันถึง 4 คน อยากให้นายต้นพ้นโทษโดยเร็วเพื่อมาดูแลลูกๆทั้ง 4 คน ญาติพี่น้องไม่มีใครติดใจเอาความใดๆทั้งสิ้น

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านหลังที่เกิดเหตุ ที่ชั้นล่างใช้ตาข่ายมาล้อมไว้ แต่ยังพอเห็นร่องรอยที่ห้องนอน มีกลิ่นเลือดโชยคลุ้งออกมาเป็นระยะๆ และได้พบกับนางวนิดา นาโควงศ์ หรือชาวบ้านเรียกว่าแม่อ้วน มีศักดิ์เป็นป้าของนายต้นผู้ต้องหา และมีบ้านอยู่ติดกันเล่าว่า สองผัวเมียรักใคร่กันดีไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอ ทุกวันนายต้นก็จะออกไปรับจ้างทำงาน ส่วนนางอั้นก็ทำงานบ้านเก็บกวาดเช็ดถูและดูแลลูกๆ

วันเกิดเหตุตนนอนอยู่ชั้นล่างของตัวบ้าน ก็ไม่ได้ยินเสียงเอะอะอะไร ตอนเช้านายต้นยังตะโกนมาบอกว่าไปทำงานก่อนนะ กระทั่งช่วงสายๆก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาที่บ้าน ถามไปก็บอกว่ามีคนถูกฆ่าตายอยู่ในนี้  และพองัดห้องเข้าไปก็พบศพนางอั้นจริงๆ ส่วนผู้พบศพคนแรกเห็นเจ้าหน้าที่บอกว่านายต้นโทรศัพท์บอกพ่อที่นอนเฝ้านาว่าได้ฆ่าเมียตายแล้วให้ไปแจ้งความกับตำรวจด้วย สาเหตุนั้นตนถึงอยู่บ้านใกล้กันก็ไม่รู้เพราะไม่เคยมีใครมาเล่าให้ฟัง นอนตอนกลางคืนก็รู้สึกวังเวงหันไปมองบ้านที่เกิดเหตุก็มืดสนิท นอนหลับบ้างไม่หลับบ้าง อีกอย่างตนอยู่บ้านเพียงลำพังคนเดียวลูกหลานไปทำงานต่างจังหวัดกันหมด


ทักษิณนี่..... ดูจากการโพสต์ทุกวันนี้ ถ้าไม่เรียกว่าโหนกระแสสามนิ้ว ก็ต้องบอกว่า ถูกระบอบ "สามนิ้ว" กลืนไปเป็นนิ้วก้อยหรือนิ้วโป้งตีนซ้ายธนาธรเรียบร้อยแล้ว!

ลับแล"ยุติธรรมที่ล่าช้า"
กกต.เปิดยอดเงินบริจาคพรรคการเมืองเดือนก.ค.รวม 12 พรรค 'ภูมิใจไทย'รับสูงสุด 2 ล้าน
"หดหัวในกระดอง"?!
"ทุบโต๊ะ" แค่คิดก็ "พัง" แล้ว
"ประชารัฐ-ธรรมนัส"    
"ฆาตกร"ในระบบ IO