ศาลสั่งคุก 15 วัน ปรับ 1.5 หมื่น เจ้าของบ้าน-ผู้ร่วมงานปาร์ตี้ 'พริตตี้วาวา'


เพิ่มเพื่อน    

27 พ.ค.64 - ที่ศาลแขวงพระนครเหนือ พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 1 เป็นโจทก์ฟ้องด้วยวาจา นายฤทธิ์เดช พรหมขุนทอง อายุ 44 ปี, นายปิติเลิศ อวยพร อายุ 41 ปี, นายเชิดศักดิ์ ศรัณพิพัฒน์ อายุ 42 ปี , ร.ต.อ.ธนพัฒน์ รุ่งเรืองสาคร อายุ 27 ปี เป็นจำเลยที่ 1-4  เจ้าของบ้านปาร์ตี้และผู้ร่วมงาน ที่จ้าง น.ส.วิชญาพร วิเศษสมบัติ หรือพริตตี้วาวา ไปเอนเตอร์เทน แต่พริตตี้วาวา ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ในความผิดฐานร่วมกันฝ่าฝืนข้อกำหนดตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยร่วมกันมั่วสุมหรือกระทำกิจกรรมในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดและร่วมกันกระทำการซึ่งอาจก่อให้เกิดสภาวะไม่ถูกสุขลักษณะ ซึ่งอาจเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดแพร่ออกไป

พนักงานอัยการฟ้องสรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 22 -23 ก.พ. 2564 เวลาประมาณ 05.00 น. ต่อเนื่องกันจำเลยทั้งสี่กับพวกอีก 21 คน ซึ่งแยกดำเนินคดีและยังไม่ได้ตัวมาฟ้องและจำเลยที่ 1 - 4 ในคดีหมายเลขแดงที่ อ.668/2564 และจำเลยที่ 1 - 4 ในคดีหมายเลขแดงที่ อ.847/2564 ขอศาลนี้ซึ่งศาลมีคำพิพากษาลงโทษแล้ว ได้บังอาจกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายบทหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ ตามวันเวลาในฟ้อง 1 ซึ่งอยู่ในช่วงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน จำเลยทั้งสี่กับพวกอีก 21 คนร่วมกันจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ที่บ้านเลขที่ 402/121 ซ.พหลโยธิน 32 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยร่วมรับประทานอาหาร ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเต้นรำ ทั้งมีการว่าจ้างพนักงานหญิงบริการ (พริตตี้) มาดูแลผู้ร่วมงานชงสุราภายในงานเลี้ยงสังสรรค์ อันเป็นการรวมกลุ่มกันของคนจำนวนมากถึง 25 คน ในห้องโถงชั้นที่สองของบ้านที่เกิดเหตุซึ่งเป็นที่ปิดมิดชิด

อันเป็นการร่วมกันชุมนุมทำกิจกรรมหรือมั่วสุมกันในสถานที่แออัดในเขตพื้นที่ที่ได้มีการประกาศกำหนดสถานการณ์ฉุกเฉินอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ทั้งยังมีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการแจกจ่ายยาเสพติดให้ผู้มาร่วมงานเพื่อเสพ ซึ่งทำให้การควบคุมสติลดลงจนไม่มีการรักษาระยะห่างระหว่างกัน และไม่มีการสวมหน้ากากอนามัยอันเป็นการกระทำการซึ่งอาจก่อให้เกิดโรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดแพร่ออกไป อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย การกระทำของจำเลยทั้งสี่เป็นการกระทำโดยรู้สำนึก แต่ขาดความรับผิดชอบต่อส่วนรวมในการป้องกันและควบคุมโรคไม่ให้โรคระบาดแพร่ออกไปในวงกว้าง ขอศาลลงโทษสถานหนักในชั้นสอบสวน จำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพตลอดข้อหา

ขอให้ลงโทษจำเลย ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มาตรา 9, 18 ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 1) ข้อ 5 ลงวันที่ 25 มี.ค. 2563 ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ลงวันที่ 25 มี.ค. 2563 ประกาศเรื่องการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร (คราวที่ 1) ลง 28 เม.ย. 2563 ประกาศเรื่องการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร (คราวที่ 9) ลง 6 ม.ค. 2564 โดยขยายระยะวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินต่อไปอีกระยะหนึ่งให้มีผลตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค. - 28 ก.พ. 2564  พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 มาตรา 34 (6) และ 51 ป.อาญา มาตรา 83, 91 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2526 มาตรา 4

ศาลแขวงพระนครเหนือพิเคราะห์แล้ว พิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 มาตรา 34 (6), 51 ประกอบ ป.อาญา ม.83 พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 มาตรา 9, 18 การกระทำของจำเลยทั้งสี่เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป แต่ จำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ดังนั้นฐานร่วมกันชุมนุมทำกิจกรรมและมั่วสุมในสถานที่แออัด คงจำคุกคนละ 15 วัน ปรับคนละ 10,000 บาท ฐานร่วมกันกระทำการซึ่งอาจก่อให้เกิดสภาวะไม่ถูกสุขลักษณะ อันอาจเป็นเหตุให้โรคระบาดแพร่ออกไป ปรับคนละ 5,000 บาท รวมจำคุกคนละ 15 วัน ปรับคนละ 15,000 บาท ทั้งนี้ ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสี่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน เห็นควรให้โอกาสจำเลยกับตัวเป็นพลเมืองดีต่อไป โทษจำคุกให้รอการลงอาญา มีกำหนด 1 ปี ตาม ป.อาญา ม.56 หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อาญา ม.29, 30


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"