ต้องไม่ทน 'เฟกนิวส์'


เพิ่มเพื่อน    

   ต้องปฏิรูปการศึกษาอย่างเร่งด่วน

            ก่อนประเทศจะล่มจม

            ก็เรื่องเฟกนิวส์นี่แหละครับ

            ช่วงต้นเดือน องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ Organisation for Economic Co-operation  and Development (OECD) เผยแพร่งานวิจัยทางวิชาการเรื่อง 15-year-olds prepared to deal with fake news  and misinformation?

            เยาวชนอายุ ๑๕ ปีกับการรับมือเฟกนิวส์ และข้อมูลที่บิดเบือนข้อเท็จจริง ผ่านเว็บไซต์ OECD.org

            ครับ...ปูพื้นกันนิดหน่อย

            OECD ประกอบไปด้วยสมาชิกทั้งสิ้น ๓๐ ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย ออสเตรีย เบลเยียม แคนาดา สาธารณรัฐเช็ก เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี กรีซ  ฮังการี ไอซ์แลนด์ ไอร์แลนด์ อิตาลี ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี ลักเซมเบิร์ก เม็กซิโก เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์  นอร์เวย์ โปแลนด์ โปรตุเกส สาธารณรัฐสโลวัก สเปน  สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ ตุรกี สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา

            และยังมีความร่วมมือและข้อตกลงกับประเทศต่างๆ ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกอีกจำนวนกว่า ๗๐ ประเทศ

            รวมทั้งไทยด้วย

            พบตัวเลขน่าตกใจ!

            สำรวจ ๗๗ ประเทศ ไทยอยู่ลำดับ ๗๖

            ความสามารถในการแยกแยะระหว่างข้อเท็จจริง และความคิดเห็น มีปัญหาอย่างแรง

            โดยสรุปงานวิจัยนี้ ทำให้เห็นภาพนักเรียนจากภูมิหลังทางเศรษฐกิจและสังคมที่ดีในทุกประเทศและเขตเศรษฐกิจที่เข้าร่วมใน PISA 2018 (โปรแกรมประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล ปี ๒๕๖๑) จะได้คะแนนดัชนีความรู้เกี่ยวกับกลยุทธ์การอ่าน เพื่อประเมินความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูล สูงกว่านักเรียนที่มีภูมิหลังทางเศรษฐกิจและสังคมที่ด้อยกว่า

            แต่ตัวเลขจริงของไทยออกมาค่อนข้างด้อยกว่ามาตรฐานทางภูมิหลังเศรษฐกิจ

            ประเทศอย่าง ซีเรีย ฟิลิปปินส์ อันดับยังดีกว่าไทย 

            แม้การวิจัยนี้ไม่สรุปเกี่ยวกับการเผยแพร่ชิ้นข่าวและความสำคัญของเฟกนิวส์ แต่มีการบันทึกถึงผลของการรับข่าวปลอมว่า อาจนำไปสู่การแบ่งขั้วทางการเมือง

            ลดความไว้วางใจในสถาบันของรัฐและบ่อนทำลายประชาธิปไตย

            การที่เด็กไทยมีความสามารถในการรับมือกับเฟกนิวส์ และข้อมูลที่บิดเบือนข้อเท็จจริงเกือบรั้งท้าย คือวิกฤติของระบบการศึกษาอย่างแท้จริง

            วันนี้ต้องเลิกคิดแล้วว่าเด็กเรียนจบจะไปทำงานอะไร  

            ต้องหันกลับมาดูได้แล้วว่าระหว่างเรียน ทำไมเด็กไทยถึงตกเป็นเหยื่อเฟกนิวส์ ในลำดับที่ ๗๖ จากการสำรวจ ๗๗ ประเทศ

            นี่คือการบ้านที่ผู้ใหญ่ต้องคิดและหาหนทางไปสู่การแก้ไข

            ไม่เช่นนั้นประเทศไทยจะเป็นประเทศที่อุดมไปด้วยข่าวเท็จ ข่าวบิดเบือน โดยที่มีพลเมืองเชื่อใน ข่าวเท็จ ข่าวบิดเบือนอยู่เกลื่อนกลาด

            แล้วสังคมนี้จะอยู่กันอย่างไร

            ยิ่งเฟกนิวส์การเมืองด้วยแล้วยิ่งแล้วใหญ่

            ประเทศจะเต็มไปด้วยความขัดแย้ง

            วันนี้ประชาธิปไตยแท้ ประชาธิปไตยเทียม ผสมพันธุ์ปนเปกันหมด

            เมื่อประชาธิปไตยเก๊เสพเฟกนิวส์หลงเชื่อว่าตัวเองคือประชาธิปไตยแท้ มันไม่บันเทิง

            แต่มันบรรลัย!

            กรณีวัคซีนซิโนฟาร์ม ๒๐ ล้านโดส คือหนึ่งในตัวอย่างสังคมที่เสพเฟกนิวส์จนหลอนว่า นั่นคือความจริง  ทั้งที่เป็นความเท็จ ที่ปั้นแต่งเป็นขบวนการ

            การขึ้นทะเบียนวัคซีนโควิด-๑๙ ในประเทศไทย ไม่ใช่เรื่องใหม่แล้ว เพราะคนไทยได้เรียนรู้ร่วมกันในช่วงก่อนวัคซีนซิโนแวคล็อตแรกเข้าสู่ประเทศไทย

            คือต้องไปยื่นเรื่องขอขึ้นทะเบียนกับคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก่อนเป็นลำดับแรก

            แต่เป็นเรื่องประหลาดที่กลับมีคนจำนวนมากเชื่อกระดาษ ๒ ใบอ้างว่าเป็นตัวแทน ผู้จำหน่ายวัคซีนโควิด ซิโนฟาร์ม ในภูมิภาคเอเชีย ติดต่อกับรัฐบาล หน่วยงานราชการแล้ว ไม่มีใครสนใจดีลวัคซีน ๒๐ ล้านโดส

            อ้างว่ามีของในมือพร้อมจัดส่ง

            แต่บริษัทนี้กลับไม่ไปขึ้นทะเบียนกับ อย.ก่อน

            จู่ๆ มาขายของโดยไม่ขออนุญาตตามขั้นตอนเหมือนเจ้าอื่นทำ    

            มันหมายความว่าไง

            หลอกขายของ เฟกนิวส์ ขบวนการต้มตุ๋น มันต้องเป็นอะไรสักอย่าง

            แต่สำหรับคนที่อ่านหนังสือปีละไม่เกิน ๘ บรรทัดเชื่อไปแล้วว่า รัฐบาลกีดกันบ้าง หวังตบทรัพย์หาผลประโยชน์บ้าง

            ไม่ยอมให้ประชาชนเข้าถึงวัคซีนยี่ห้ออื่นนอกจาก แทงม้าตัวเดียวคือวัคซีนจากแอสตร้าเซนเนก้า

            สารพัดที่จะกล่าวหา

            ดวงฤทธิ์ บุนนาค

            เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์

            คนพวกนี้ไม่ใช่ไม่มีความรู้ แต่รู้สึกสะกิดใจก่อนแชร์ข้อมูลบ้างหรือไม่ว่า บริษัทที่ไม่ยอมไปขึ้นทะเบียนกับ อย.  แต่กลับประกาศว่ามีวัคซีน ซิโนฟาร์ม ๒๐ ล้านโดส อยู่ในมือ

            และคุยโม้ว่าสามารถส่งถึงมือประเทศไทยให้ได้ภายใน ๒ สัปดาห์

            ส่งมาได้ไง?

            บริษัทที่ขึ้นทะเบียนกับ อย.แล้ว ๕ บริษัทยังส่งมอบวัคซีนจำนวนมาก และรวดเร็วแบบนี้ไม่ได้

            นี่แค่ข้อมูลเบื้องต้น บริษัท ACCAP หรือ แอคแคป แอสเซ็ทส์ จำกัด อ้างว่าเป็นตัวแทนของ TELLUS  AGROTECH PTE. LTD. ผู้จัดจำหน่ายวัคซีนโควิด ซิโนฟาร์ม ในภูมิภาคเอเชีย ก็ไปต่อไม่ได้แล้ว

            เมื่อถูกขุดคุ้ยลึกๆ บริษัทห้องแถวจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทมีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์  ไม่เคยนำเข้า-ส่งออกเวชภัณฑ์มาก่อน ก็ยิ่งเห็นความไม่ชอบมาพากล

            และเรื่องมันแดงตรงที่ บริษัทที่มาขอขึ้นทะเบียนกับ อย. เพื่อนำเข้าวัคซีนซิโนฟาร์มคือบริษัท ไบโอเจนเนเทค จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนของซิโนฟาร์มโดยตรง

            คนแบบ "ดวงฤทธิ์ บุนนาค" ควรได้รับบทเรียนทางกฎหมายเสียบ้าง เพราะมีการแชร์เฟกนิวส์มาหลายครั้ง  และครั้งนี้ "ดวงฤทธิ์ บุนนาค" โพสต์ในทวิตเตอร์ @DuangritBunnag ว่า

                "...เอกสารที่ถูกนำออกมาเผยแพร่ ก็ไม่ใช่บริษัทเขาหรือผมที่นำออกมาเผยแพร่ เป็นเอกสารที่หลุดมาจากทางฝั่งแพทย์ด้วยกันเอง บริษัทเขาก็ไม่ได้เจตนาจะ go public  เรื่องนี้เลย ผมเองก็รู้จักกัน เห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์ เลยพยายามช่วย ในช่วงวิกฤตินะครับ ทั้งสองคนนี่ก็ไม่ได้คิดจะขายของเลย...."

                ก็แสดงว่า "ดวงฤทธิ์ บุนนาค" รู้รายละเอียดของบริษัท แอคแคป แอสเซ็ทส์ จำกัด พอสมควร

            แต่ทำไมถึงไม่เอะใจว่าสิ่งที่ บริษัท แอคแคป แอสเซ็ทส์ จำกัด ต้องทำก่อนหลังคืออะไร

            "ดวงฤทธิ์ บุนนาค" กับผู้บริหาร แอคแคป แอสเซ็ทส์  จำกัด เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกัน แต่นั่นไม่สำคัญเท่า "ดวงฤทธิ์  บุนนาค" เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม Care เชียร์ทักษิณ

            ครับ...ย้อนกลับไปดูผลสำรวจข้างบน เด็กไทยมีความสามารถในการแยกแยะระหว่างข้อเท็จจริงและความคิดเห็นในระดับรั้งท้ายของโลก

            ผู้ใหญ่เป็นแบบนี้ เราจะหวังให้เด็กเป็นอย่างไร.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"