ประชาชนเหมือนถูกเท! ดร.อาทิตย์ ชำแหละยับรัฐบาลล้มเหลวจัดหา-จัดการวัคซีนโควิด 19 อย่างสิ้นเชิง


เพิ่มเพื่อน    

แฟ้มภาพ

31 พ.ค.64 - ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต และอดีตประธานรัฐสภา โพสต์ข้อความเกี่ยวกับวัคซีนโควิด19 โดยมีเนื้อหาดังนี้

#รัฐบาลล้มเหลวในการจัดหาและจัดการวัคซีนโควิด19อย่างสิ้นเชิง

รัฐบาลล้มเหลวทั้งในการควบคุมป้องกันไม่ให้ภัยโควิด 19 เข้ามาระบาดในประเทศไทย และ ยังล้มเหลวในการจัดหาและจัดการวัคซีน 19 มาฉีดให้แก่ประชาชนอย่างสิ้นเชิง

ในด้านการควบคุมป้องกันไม่ให้โควิด 19 เข้ามาระบาดในประเทศ รัฐบาลและข้าราชการเจ้าหน้าที่ของรัฐบกพร่อง หย่อนยาน ปล่อยปละละเลย โกงกินทุจริตคอร์รัปชัน ไม่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด และชะล่าใจ จนทำให้ภัยโควิด 19 เข้ามาระบาดทั่วประเทศถึง 3-4 รอบ

ในด้านการจัดหาจัดการวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันแก่ประชาชนก็ล้มเหลวเช่นเดียวกัน

รัฐบาลมีหน้าที่ต้องจัดหาวัคซีนที่มีคุณภาพมาฉีดให้แก่ประชาชนทุกคนหรืออย่างน้อยต้องไม่ต่ำกว่า 70% ของประชากรทั้งหมดฟรี โดยรวดเร็วตั้งแต่ต้นปี 2564 ในเดือนมกราคม- กุมภาพันธ์ เนื่องจากโรคระบาดโควิด 19 ได้เข้ามาตั้งแต่มกราคม 2563 แล้ว

ถ้าประชากรประเทศไทยมีประมาณ 65 ล้านคน และชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศอีก 5 ล้านคน

รวมเป็น 70 ล้านคน รัฐบาลต้องขวนขวายเตรียมการจัดหาวัคซีนที่มีคุณภาพเชื่อถือได้มาฉีดให้แก่ประชาชนไม่ต่ำกว่า 50 ล้านคน หรือ 100 ล้านโดส ฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดใด ตั้งแต่ต้นปี 2564 เดือนมกราคมและให้เสร็จสิ้นไม่เกินเดือนมิถุนายน

แต่ในความเป็นจริง รัฐบาลเริ่มฉีดให้แบบกระปิดกระปอยในเดือนเมษายน และมีข่าวตลอดมาว่าจะเริ่มมีวัคซีนที่ผลิตในประเทศล็อตแรกออกมาได้ในวันที่ 7 มิถุนายน ประมาณ 6 ล้านโดส และเดือนต่อๆไปอีกเดือนละประมาณ 10 ล้านโด้ส จนถึงธันวาคม จะได้ทั้งหมด 60 ล้านโด้ส

ซึ่งจำนวนวัคซีนทั้งหมดดังกล่าวที่รัฐบาลเตรียมการจัดหาไว้ก็ยังไม่เพียงพอ และล่าช้ากว่าความต้องการมาก

อีกประการหนึ่ง รัฐบาลควรต้องคำนึงว่า หากเกิดเหตุสุดวิสัยใดใดที่โรงงานผลิตในไทยซึ่งยังไม่มีประสบการณ์ผลิตวัคซีน

ควรต้องมีแผนสำรองฉุกเฉินไว้ด้วย

กำหนดการ 7 มิถุนายน ชัดเจนเป็นที่รับทราบและเตรียมการกันทั่วไปว่า ประชาชนจะได้ฉีดวัคซีน Astra Zeneca แต่เมื่อใกล้ถึงเวลา รัฐบาลกลับพูดจาไม่รู้เรื่องพลิกลิ้นไปพลิกลิ้นมาว่า ไม่ใช่ "7 มิถุนายน" แต่เป็น "ในเดือนมิถุนายน" 

จึงเป็นที่ฉงนสงสัยกันทั่วไปว่า เหตุใดและทำไมรัฐบาลจึงไม่จัดหา หรือไม่สามารถจัดหาวัคซีนหลากหลายยี่ห้อมาไว้ให้เพียงพอและรวดเร็วกว่านี้ และทำไมไทยจึงเป็นประเทศเดียวในอาเซียนที่ไม่ได้รับการจัดสรรช่วยเหลือวัคซีนจาก Covax 

อีกทั้งมีข่าวว่าประเทศอื่นได้สั่งวัคซีนไว้เหลือใช้เกินความต้องการมากมายและต้องการโละทิ้ง เช่น ฮ่องกง มี  Pfizer แคนาดา และสหรัฐอเมริกา มี Astra Zeneca หากเราขวนขวายจริง ก็สามารถให้กระทรวงการต่างประเทศติดต่อขอซื้อจากทั่วโลกได้

เมื่อราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สามารถจัดซื้อวัคซีน Sinopharm เพิ่มเติมเข้ามาได้ เพื่อให้องค์กรทั้งรัฐเและเอกชนนำไปฉีดแก่ประชาชนและบุคลากรในสังกัดในราคาทุนได้ เหตุใดรัฐบาลจึงไม่จ่ายเงินให้ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์นำไปซื้อวัคซีนดังกล่าวมาฉีดให้ประชาชนฟรี

ในขณะที่การระบาดและการเสียชีวิตของประชาชนเพิ่มขึ้นไม่หยุดหย่อน ระเบียบวิธีการบริหารจัดการฉีดวัคซีนของรัฐก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ยิ่งเพิ่มความสับสนวุ่นวายให้แก่ประชาชนเป็นอย่างมาก บวกกับความกลัววัคซีนเข้าไปด้วย ประชาชนจึงมีความเครียดกังวลกันทั่วไป

ประชาชนมีความรู้สึกเหมือน "ถูกเท"

รัฐบาลควรต้องมีแผนงาน การบริหารจัดการที่ชัดเจน โปร่งใส ไม่ฉ้อฉล ให้ประชาชนมีความเชื่อมั่น เหมือนกับหลายประเทศที่ประสบความสำเร็จ


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.