
2 มิ.ย.61 -สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ประมาณ 40 คน ลงพื้นที่รับฟังความเห็นประชาชนชาวจังหวัด อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก และแพร่ตามโครงการ “สภานิติบัญญัติแห่งชาติพบประชาชนตามวิถีไทยนิยม ยั่งยืน” ที่มีนายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสนช. เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ โดยมีบุคลากรทางการศึกษา ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น สภาเด็กและเยาวชน กลุ่มสตรีจังหวัดอุตรดิตถ์ และประชาชน เดินทางมาร่วมงานประมาณ 1,100 คน
นายพีระศักดิ์ กล่าวว่า โครงการ สนช.พบประชาชนทั่วประเทศดำเนินการมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2557 มาครบทุกจังหวัดเมื่อวานนี้ (1 มิ.ย.) ที่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นการอธิบายกับประชาชนและรับฟังปัญหาเพื่อนำกลับมาดำเนินการแก้ไข โดยในส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์นั้นสนช.มารับฟังปัญหาไปแล้วเมื่อปี 2558 และมีการดำเนินการแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้กับประชาชน
อาทิ ผลักดันโครงการถนนทางรอดเพื่อลดอุบัติเหตุให้ กับ จังหวัดอุตรดิตถ์ รวมถึงปัญหาที่ดินทำกินที่คาราคาซังมา 30 กว่าปี วันนี้ก็ได้รับการแก้ไขแล้ว โดยคณะรัฐมนตรีกำลังจะประกาศเรื่องการจัดสรรที่ดินทำกินให้กับประชาชนในเร็วๆ นี้ ดังนั้นการลงพื้นที่ในจังหวัดต่างๆของสนช.ครั้งนี้จะเป็นการรวบรวมปัญหาของประชาชนอีกครั้งเพื่อนำไปส่งต่อให้หน่วยงานต่างๆของรัฐแก้ไขเพื่อให้คุณภาพชีวิตของประชาชนนั้นดีขึ้น การลงพื้นทีในครั้งนี้เหมือนเป็นตัวกลาง เพราะ สนช.นำคณะกรรมาธิการต่างๆเช่น ด้านการศึกษา เกษตร สาธารสุข และคมนาคม มาลงพื้นที่พบกับกลุ่มเป้าหมายด้วย โดยจะลงไปถึงระดับหมู่บ้าน ซึ่งนอกจากเป็นการทำความเข้าใจโครงการไทยนิยมยั่งยืน แล้วยังเป็นการเข้าไปดูปัญหาความเดือดร้อน เช่น ปัญหาที่ดินทำกิน ปัญหาแหล่งน้ำ และปัญหาการประกอบอาชีพด้วย
นายพีระศักดิ์ กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทย และประชาธิปัตย์ โจมตี โครงการไทยนิยมยั่งยืน เป็นการใช้งบประมาณประเทศแบบตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ และเป็นการหาเสียงให้รัฐบาลล่วงหน้าว่า อยากให้คนที่พูดลงมาดูพื้นที่ด้วยกัน ลองมาตื่นตี 4 แล้วไปขึ้นเครื่องบินของกองทัพอากาศ กินข้าวกล่องบนเครื่อง รวมค่าใช้จ่ายคนละ 80 บาท ตนยังชื่นชมนายกรัฐมนตรีที่คิดโครงการนี้ขึ้นมา เพราะประชาชนได้มาปรึกษาหารือในเรื่องทีเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ขณะที่ภาครัฐก็ได้ลงไปใกล้ชิดประชาชนถึงระดับหมู่บ้าน ที่ผ่านมาเมื่อเราไม่ลงพื้นที่ ก็ โจมตีว่าไม่ได้มาจากประชาชน แต่พอลงพื้นที่ก็บอกว่าหาเสียวล่วงหน้า พอเราคิดอะไรได้ก็คิดจากข้างบนไม่ลงไปถึงข้างล่างทั้งที่ความจริง อะไรที่ตรงกับความต้องการของประชาชน ก็ให้จังหวัดหรือท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ โดยที่ สนช. ไม่ได้เป็นภาระงบประมาณกับกระทรวงต่างๆ แต่สิ่งที่ได้คือความภาคภูมิใจของประชาชนที่มีผู้ใหญ่ไปครับฟังความเห็นถึงบ้านจึงไม่เข้าใจว่า ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำอย่างไร
เมื่อถามว่าโครงการไทยนิยม ยั่งยืน สนช.ไปเกี่ยวข้องอะไร นายพีระศักดิ์ กล่าวว่า โครงการนี้รัฐบาลเสนอเป็นกฏหมายผ่าน สนช. เราจึงมีหน้าที่ไปดูและตามว่าได้ผลจริงหือไม่ ตามที่รัฐบาลได้เสนอต่อ สนช. ซึ่งถือเป็นหน้าที่ที่ต้องติดตาม ไม่ใช่เป็นการหาหน้าที่ใหม่เพิ่มแต่อย่างใด.
|
ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802 |
| นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร' |
| อนาคต 'คนนินทาเมีย' |
| 'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ' |
| ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ |
| วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง" |
| "การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา. |