ชาวชุมชนริมทางรถไฟเชื่อม 3 สนามบินมีลุ้นขอเช่าที่ดินรถไฟมักกะสัน ‘ศักดิ์สยาม’ รมว.คมนาคมเร่งแก้ปัญหาที่ดิน-คดีความชาวบ้านโดน รฟท.ฟ้องขับไล่


เพิ่มเพื่อน    

ชาวชุมชนริมทางรถไฟย่านราชเทวีเรียกร้องขอเช่าที่ดิน รฟท.บริเวณนิคมรถไฟมักกะสันเพื่อสร้างบ้าน

 

ชุมชนริมทางรถไฟ  กรุงเทพฯ / ชาวชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการทางรถไฟเชื่อม 3 สนามบินมีลุ้น  ขอเช่าที่ดินนิคมมักกะสัน 27 ไร่จาก รฟท.สร้างบ้านมั่นคงรองรับ 11 ชุมชน  645 ครอบครัว  ด้าน ‘ศักดิ์สยาม’ รมว.คมนาคมเร่งแก้ปัญหาไล่รื้อชุมชมชน ส่งคณะกรรมการลงไปตรวจสอบข้อมูลจัดหาที่ดินรองรับผู้ได้รับผลกระทบโดยให้รายงานผลภายใน 30 วัน รวมทั้งแก้ปัญหาคดีความที่ชาวบ้านโดนการรถไฟฟ้องร้องขับไล่เกือบ 60 คดี 

ตามที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มีโครงการพัฒนาระบบราง  เช่น  โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน  (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) และนำที่ดิน รฟท.ย่านพหลโยธิน เขตบางซื่อ  ย่าน กม. 11 เขตจตุจักร และนิคมมักกะสัน มาพัฒนาเชิงธุรกิจ  ขณะเดียวกันจะต้องมีการรื้อย้ายชุมชนที่บุกรุกที่ดิน รฟท.  ทำให้เกิดผลกระทบต่อชาวชุมชนกว่า 10 ชุมชน  ประมาณ 1,000 ครัวเรือน  โดยกระทรวงคมนาคมได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหานั้น

 

รมว.คมนาคมตั้งคณะกรรมการจัดหาที่ดินรองรับผู้ได้รับผลกระทบ

ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมกระทรวงคมนาคม นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม  เป็นประธานการประชุมอนุกรรมการแก้ไขปัญหาด้านที่ดินที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคม ในคณะกรรมการแก้ไขปัญหาข้อเรียกร้องของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ครั้งที่ 1/2564  โดยมีประเด็นที่สำคัญคือการแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาโครงการของ รฟท.  มีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม  เช่น  ผู้ว่าการรถไฟฯ  ผู้แทนเครือข่ายสลัม 4 ภาค  เครือข่ายชุมชนคนเมืองผู้ได้รับผลกระทบรถไฟ (ชมฟ.)  ผู้แทนสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ฯลฯ

 

นายศักดิ์สยาม  ชิดชอบ  รมว.คมนาคม

 

นายเชาว์  เกิดอารีย์  ผู้ประสานงานเครือข่ายชุมชนคนเมืองผู้ได้รับผลกระทบรถไฟ (ชมฟ.)  บอกว่า  การประชุมดังกล่าวเกิดขึ้น  เนื่องจากที่ผ่านมามีการเลื่อนประชุมมาแล้วหลายครั้ง  และยังไม่ได้ข้อยุติในการแก้ไขปัญหา  เช่น  ข้อเสนอการเช่าที่ดิน รฟท.ในเมืองที่อยู่ไม่ไกลจากชุมชนเดิม  แต่ รฟท.ได้ยื่นฟ้องขับไล่ชาวบ้านชุมชนริมทางรถไฟในกรุงเทพฯ หลายชุมชน  รวมเกือบ 60 ราย  เครือข่ายชุมชนคนเมืองผู้ได้รับผลกระทบรถไฟจึงได้ออกแถลงการณ์เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาโดยเรียกร้องให้นายศักดิ์สยาม  รมว.คมนาคม  จัดให้มีการประชุมคณะอนุกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินโดยเร่งด่วน

ส่วนผลการประชุมนั้น  นายเชาว์บอกว่ามีแนวโน้มที่ดี  เพราะถึงแม้ว่าจะยังไม่ได้ข้อยุติในการแก้ไขปัญหา  แต่ รมว.คมนาคมได้ตอบรับข้อเสนอของเครือข่ายฯ  โดยเครือข่ายมีข้อเสนอหลัก  คือ 1.ขอเช่าที่ดิน รฟท.ในรัศมีที่ไม่ไกลจากชุมชนเดิมเกิน 5 กิโลเมตร  เพื่อนำมาปลูกสร้างที่อยู่อาศัยของผู้ที่ได้รับผลกระทบ  เนื่องจากชาวชุมชนริมทางรถไฟส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีรายได้น้อย  มีอาชีพทำงานรับจ้างหรือค้าขายเล็ก ๆ น้อยอยู่ในเมือง  หากให้ย้ายออกไปอยู่นอกเมืองจะได้รับความลำบาก  เพราะต้องไปเริ่มทำมาหากินใหม่  หากจะเดินทางเข้ามาทำงานในเมืองก็ต้องใช้เวลานานและเสียค่าเดินทางเพิ่มขึ้น  และ 2.ขอให้ รฟท.ชะลอการฟ้องร้องดำเนินคดีกับชาวบ้านในขณะที่ยังไม่ได้ข้อยุติการแก้ไขปัญหา

 

นายเชาว์  เกิดอารีย์  ผู้ประสานงานเครือข่ายชุมชนคนเมืองผู้ได้รับผลกระทบรถไฟ

 

“ส่วนข้อเรียกร้องเรื่องที่ดินนั้น  เครือข่ายเสนอขอเช่าที่ดินการรถไฟฯ ย่านนิคมมักสะสัน  ซึ่งมีอยู่ 497 ไร่  เราขอแบ่งปันเพียง 5 เปอร์เซ็นต์  หรือประมาณ 27 ไร่เศษ  ซึ่งตอนนี้บริษัทซีพีได้ประมูลโครงการรถไฟเชื่อม 3 สนามบินไปแล้ว  และจะใช้พื้นที่แปลงนี้ 150 ไร่เพื่อทำธุรกิจ  แต่ก็ยังมีที่ดินเหลืออยู่ตรงนี้อีกหลายร้อยไร่  เราจึงขอใช้แค่ 5 เปอร์เซ็นต์   แต่ที่ดินแปลงนี้การรถไฟฯ บอกว่าเป็นย่านธุรกิจค่าเช่าจึงต้องสูง  รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมจึงให้ตั้งคณะกรรมการชุดเล็กไปดูพื้นที่นิคมมักกะสัน  รวมถึงย่านพหลโยธินที่ชาวชุมชน กม. 11 จะขอเช่าที่ดินเพื่อสร้างบ้านว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ หรือจะมีรูปแบบไหนที่จะรองรับชาวชุมชนได้”  ผู้ประสานงานเครือข่ายชุมชนคนเมืองผู้ได้รับผลกระทบรถไฟบอก  และว่า  คณะกรรมการชุดเล็กนี้จะลงไปสำรวจข้อมูลที่ดินและรายงานผลให้รัฐมนตรีทราบภายในเวลา 30 วัน

อย่างไรก็ตาม  ก่อนหน้านี้ รฟท.เสนอให้ชาวบ้านย้ายไปอยู่ในที่ดิน รฟท.ย่านหลักหก  จังหวัดปทุมธานี  ซึ่งไกลกว่าที่เดิมประมาณ 30 กิโลเมตร  และมีสภาพเป็นท้องทุ่งริมทางรถไฟ  ชาวบ้านจึงไม่รับข้อเสนอ  เพราะเห็นว่าจะทำมาหากินลำบาก  เพราะส่วนใหญ่ทำงานรับจ้างอยู่ในเมือง  

ส่วนที่ดินนิคมรถไฟมักกะสันที่เครือข่ายเสนอขอเช่านั้น  มีเนื้อที่ประมาณ  27 ไร่เศษ  จะนำมาสร้างที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคงของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ซึ่งส่วนใหญ่จะมีรูปแบบเป็นบ้านแถวขนาด 2 ชั้น  กว้างยาวประมาณ 4X7 ตารางเมตร  รองรับชาวบ้านชุมชนริมทางรถไฟในเขตราชเทวีและห้วยขวาง  จำนวน 11 ชุมชน  รวม 645 ครอบครัว  นอกจากนี้ยังมีที่ดิน รฟท.ย่านพหลโยธินที่ชุมชนย่าน กม.11 จะขอเช่าที่ดินเนื้อที่ 13 ไร่เพื่อก่อสร้างที่อยู่อาศัยใหม่เช่นกัน  รองรับได้ประมาณ 300 ครอบครัว

ส่วนข้อเรียกร้องเรื่องการให้ รฟท.ชะลอการฟ้องร้องขับไล่ชาวบ้านนั้น  นายเชาว์บอกว่า  เนื่องจากปัจจุบันมีชาวบ้านในย่านชุมชนริมทางรถไฟย่านราชเทวี  ย่าน กม.11 เขตจตุจักรและบางซื่อ  รวมทั้งย่านมักกะสัน  และอาร์ซีเอ  เขตห้วยขวาง  โดนฟ้องร้องขับไล่แล้วเกือบ 60 ราย  รัฐมนตรีคมนาคมจึงได้สั่งให้การรถไฟฯ เร่งทำสัญญาเช่าที่ดินชั่วคราวให้แก่ชาวบ้าน   เมื่อชาวบ้านที่ถูกฟ้องร้องไปให้การต่อศาลตามนัดหมาย  สัญญาเช่าที่ดินชั่วคราวก็จะเป็นประโยชน์ในการพิจารณาคดี  รวมทั้งให้ชะลอการดำเนินคดีในช่วงนี้ด้วย

ทั้งนี้เครือข่ายชุมชนคนเมืองผู้ได้รับผลกระทบรถไฟจะประชุมร่วมกันในวันที่ 13 มิถุนายนนี้  เพื่อเตรียมจัดทำข้อเสนอการเช่าที่ดินต่อการรถไฟฯ  เช่น  อัตราค่าเช่าที่เหมาะสม  รูปแบบการสร้างที่อยู่อาศัย  รวมทั้งเงื่อนไขอื่นๆ ที่จะนำเสนอในการประชุมอนุกรรมการแก้ไขปัญหาด้านที่ดินที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคมครั้งต่อไปด้วย

 

เส้นทางรถไฟสายตะวันออกที่วิ่งผ่านย่านราชเทวี  ซึ่งบริษัทซีพีจะใช้เป็นแนวก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน

 


"การเมือง" ไม่ใช่การ์ตูน "หนูเล็ก-ลุงโกร่ง" ที่หน้าแรกยันหน้าสุดท้ายจะ "ทะลุโล่ง" เหมือนคนนุ่งโสร่ง ไม่สวมกางเกงใน เห็นใสแจ๋วหมด! หรือเรื่อง "ไพรวัลย์-สมปอง"

"ประชารัฐ-ธรรมนัส"    
"ฆาตกร"ในระบบ IO
รุ่นใหม่"ลลิษา มโนบาล"
เรื่องของคน "ใจนักเลง"
"ทางเลือกของธรรมนัส"
ยอดไลค์ "มิใช่ทางนิพพาน"