เด็ดขาด! อุทยานฯ-ปปช.เอาผิดนายกเล็กกับพวก ทำถนนรุกเขื่อนศรีนครินทร์


เพิ่มเพื่อน    

หนาวเป็นแถว อุทยานฯเขื่อนศรีนครินทร์ พร้อมปปช.โร่แจ้งตำรวจเอาผิด นายกเล็กเขาโจด ทำถนนโครงการกว่าล้านบาท รุกพื้นที่อุทยานฯ โทษหนักคุก 20 ปี ปรับ 2 ล้านบาท ด้านจนท.เขาโจดอ้างว่า เคยขออนุญาตมานานกว่า 9 ปีแล้ว นึกว่าทำได้ตลอด ไม่ต้องขอใหม่  

9 มิ.ย.64 - เมื่อเวลา 10.00 น. นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า ตามนโยบาย ของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ให้ดำเนินปราบปรามนายทุน และผู้มีอิทธิพล ผู้บุกรุก หรือทำลายป่าอย่างเด็ดขาด  

ทั้งนี้นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) นายฐิติ โสมภีร์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ว่าที่ร.ต.สิทธิศักดิ์ ฉันสิมา ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานฯ พร้อมด้วย น.ส.สุนันทา จำปาเงิน ผู้อำนวยการสำนักป.ป.ช.จังหวัดกาญจนบุรี นางศิลากร นาคเอี่ยม เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริตชำนาญการ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดกาญจนบุรี นายพงษ์ธวัช แดงสมบูรณ์ เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริตชำนาญการ ป.ป.ช.ภาค 7 น.ส.ชัญญณัท พรโพธิ์ เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริตปฎิบัติการ ป.ป.ช.ภาค 7 น.ส.วรางคณา กฤตสัมพันธ์ เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริตปฎิบัติการ ป.ป.ช.ภาค 7 ได้เดินทางไปที่เทศบาลตำบลเขาโจด หมู่ที่ 4 ตำบลเขาโจด อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อแจ้งข้อกล่าวหากับด.ต.สมรัก พรหมชนะ นายกเทศมนตรีตำบลเขาโจด ในฐานะเป็นเป็นผู้ว่าจ้าง ให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด คนวังก่อสร้าง ผู้รับจ้าง เข้าซ่อมแซม และปรับปรุงถนนลูกรัง ทางเข้าบ้านน้ำพุ-ไกรเกรียง หมู่ที่ 2  หมู่ที่ 3  ตำบลเขาโจด อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี  ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ เขื่อนศรีนครินทร์  โดยไม่ได้รับอนุญาต  แต่ไม่พบตัวด.ต.สมรักฯนายกเทศมนตรีตำบลเขาโจด แต่อย่างใด

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 มี.ค. 2564 ที่ผ่านมาทาง ป.ป.ช.ภาค 7 ป.ป.ช.ประจำจังหวัดกาญจนบุรี  และอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ได้เข้าไปตรวจสอบโครงการซ่อมแซม และปรับปรุงถนนลูกรัง ทางเข้าบ้านน้ำพุ-ไกรเกียงหมู่ที่ 2หมู่ที่ 3 ตำบลเขาโจด อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี ในเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ และได้ไปแจ้งความดำเนินคดี เอาผิดกับผู้ที่ลักลอบขุดดินลูกรัง ในเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งคดีดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างการสอบสวน ของพนักงานสอบสภ.ด่านแม่แฉลบ โดยบริเวณที่ขุดดินลูกรังดังกล่าว อยู่ติดกับโครงการ ซ่อมแซม และปรับปรุงถนนลูกรัง

ต่อมา หัวหน้าสำนักงานปลัดเทศบาล ตำบลเขาโจด ได้แจ้งว่า โครงการซ่อมแซม และปรับปรุงถนนลูกรังดังกล่าว มีทั้งหมด 3 โครงการ ตามสัญญาเลขที่ 11/2564 สัญญาเลขที่12/2564 สัญญาเลขที่15/2564 งบประมาณรวมกันได้จำนวน 1,454,900บาท ที่มี เทศบาลเขาโจด เป็นผู้ว่าจ้าง ได้รับอนุญาต ให้ดำเนินการซ่อมแซม และปรับปรุงถนนลูกรังแล้ว ตามหนังสืออุทยานแห่งชาติ เขื่อนศรีนครินทร์ ที่ทส.0910.20/3117  ลงวันที่ 22 ต.ค.2555 ของนายวิโรจน์ โรจนจินดา อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ เป็นผู้อนุญาตให้ดำเนินโครงการ ซ่อมแซมและปรับปรุงถนนลูกรัง ในเขตอุทยานแห่งชาติ เขื่อนศรีนครินทร์ ดังกล่าว โดยไม่ได้กำหนดระยะเวลาสิ้นสุดโครงการฯเอาไว้ ทำให้เทศบาลตำบลเขาโจด เข้าใจว่าสามารถดำเนินการซ่อมแซม  และปรับปรุงถนนลูกรังในเส้นทางนี้ ในเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ได้ตลอดเวลา ตลอดทุกปี ตลอดทุกโครงการ โดยไม่ต้องไปขออนุญาต จากหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ซ้ำอีกแต่อย่างใด

สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) จึงได้ทำเรื่องดังกล่าว หารือไปยังกองนิติการ กรมอุทยานฯ ต่อมา กรมอุทยานฯได้มีหนังสือ ด่วนมาก  ที่ทส.0903.2/9579 ลงวันที่ 14 พ.ค. 2564  ตอบข้อหารือมาว่า "การอนุญาตโครงการปรับปรุงซ่อมแซมถนนลูกรัง ที่เป็นอำนาจของหัวหน้าอุทยานแห่งชาตินั้น ในการอนุญาตดำเนินโครงการใด ย่อมเป็นการอนุญาตเฉพาะตามโครงการนั้นๆ หากมีความประสงค์ จะอนุญาตปรับปรุงซ่อมแซมในครั้งต่อไป ก็ต้องจัดทำโครงการขออนุญาตอีกครั้ง เป็นคราวๆไป ไม่สามารถอ้างการอนุญาต ในครั้งแรกดำเนินการ ได้ตลอดเวลา"

จากข้อหารือตามหนังสือกรมอุทยานฯ ประกอบกับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 64 ที่บัญญัติไว้ว่า "บุคคลจะแก้ตัวว่าไม่รู้กฎหมาย เพื่อให้พ้นจากความรับผิดในทางอาญาไม่ได้ "คณะเจ้าหน้าที่จึงเห็นว่า โครงการซ่อมแซม และปรับปรุงถนนลูกรัง ดังกล่าว ทั้ง 3 โครงการ ที่ดำเนินการในปีพ.ศ. 2564 ไม่สามารถนำหนังสืออนุญาตในปีพ.ศ. 2555 มาอ้างเพื่อให้พ้นจากความรับผิดทางอาญาไม่ได้ ดาบตำรวจสมรักฯ นายกเทศมนตรีตำบลเขาโจด ในฐานะเป็นผู้ว่าจ้างนั้น จึงมีความผิดตามพรบ.อุทยานแห่งชาติ 2562 มาตรา 19 (1) ฐาน กระทำการใดๆโดยการเป็นผู้ว่าจ้าง ให้ผู้รับจ้าง ซ่อมแซม และปรับปรุงถนนลูกรังในเขตอุทยานแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาต ระวางโทษจำคุก 4 ปี ถึง 20 ปี ปรับตั้งแต่ 4 แสน ถึง 2 ล้าน บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ   

นายนิพนธ์ฯ เผยท้ายสุดว่า ขอประชาสัมพันธ์ไปยังนายกอบจ. นายกเทศมนตรี นายกอบต. กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ที่มีโครงการจะทำการซ่อมแซม และปรับปรุงถนนลูกรัง ในหมู่บ้าน ในตำบล ที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ ในจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ขอให้ทำหนังสือขออนุญาต กับหัวหน้าอุทยานแห่งชาติ ที่รับผิดชอบในเขตท้องที่นั้น ทุกครั้งที่มีโครงการฯ ซึ่งการอนุญาตโครงการฯ จะใช้เวลาไม่เกิน 1-2 วัน เป็นการอำนวยความสะดวก ให้กับส่วนราชการท้องถิ่น ในการช่วยเหลือประชาชนในเรื่องทางสัญจร เป็นไปด้วยความรวดเร็ว ตามนโยบายของกระทรวงทรัพย์ฯ และกรมอุทยานฯ

ต่อมาคณะเจ้าหน้าที่ จึงได้เดินทางไปแจ้งความดำเนินคดี ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรด่านแม่แฉลบ จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อติดตามตัวนายกเทศมนตรีตำบลเขาโจด และผู้เกี่ยวข้อง มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.