'ชลน่าน' อภิปรายปิดถกเงินกู้ จวกนายกฯหลงตัวว่าเก่ง จี้ลาออกหากยังดื้อดึงจะกลายเป็นทรราช


เพิ่มเพื่อน    

10 มิ.ย.64 - เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯคนที่หนึ่ง เป็นประธานในการประชุม มีการพิจารณาพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม พ.ศ.2564

โดยนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย อภิปรายปิดว่า การกู้เงินครั้งนี้แก้ไขปัญหาการแพร่เชื้อโควิดให้ประชาชนไม่ได้ เศรษฐกิจก็ไม่ได้ ประชาชนท้อแท้สิ้นหวัง นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย เคยอภิปรายเปรียบเทียบการกู้เงิน 1 ล้านล้านบาท เมื่อปี 63ครั้งนั้นเหมือนการอนุญาตให้หมอ ที่ชื่อพล.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปรักษาผู้ป่วย ที่ป่วยตั้งแต่เดือนม.ค.  หมอประยุทธ์ตัดสินใจใช้ยาแรงประกาศฉุกเฉินและปิดประเทศ คนป่วยจากโควิดมีภาวะแทรกซ้อน เป็นไตวาย เศรษฐกิจล้มเหลว หมอเลยขออนุญาตรักษาโดยกู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ซึ่งสภาก็ได้อนุมัติ เพราะมีความจำเป็นเร่งด่วน มิอาจหลีกเลี่ยงได้ แต่การกู้เงินครั้งนี้เป็นการขอกู้เงินเพิ่มเติม เราต้องตั้งคำถามว่าจำเป็นเร่งด่วนจริงหรือไม่

นพ.ชลน่าน กล่าวต่อว่า แผนงานสามแผนที่แนบท้ายมากับ พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาทครั้งนี้ เป็นแผนที่ดี แต่ใช้ไม่ได้ เพราะนายกเป็นหมอแต่ยังรักษาผู้ป่วยที่ชื่อประเทศไทยให้ฟื้นไม่ได้ รอบที่แล้วกู้เงิน 1 ล้านล้านบาท เหมือนจะฟื้นคนป่วยกระดี้กระด๊า แต่หมอคนนี้รักษาคนไข้ด้วยวิธีประมาทเลินเล่อผิดพลาด ปล่อยให้มีการติดเชื้อรอบที่สอง แต่ก็เอาอยู่ แต่หมอประยุทธ์ก็ยังไม่สำเหนียกหรือสำนึกว่าเชื้อมีอยู่รอบตัว ปล่อยปะละเลยจนกระทั่งเกิดการระบาดในรอบที่สาม และด้วยความคิดผิดปกติของนายก แทนที่จะสั่งปิดตายพื้นที่ แต่กลับไม่ใช้ยาแรงในพื้นที่ที่ระบาดรุนแรง ขณะนี้ผู้ป่วยใส่เครื่องช่วยหายใจอยู่ในห้องผู้ป่วยฉุกเฉิน เป็นผู้ป่วยหนัก กระดิกตัวได้ เรียกลืมตา หมอคนนี้บอกว่าเงินที่ได้มาก้อนแรก อนุมัติไปหมดแล้ว สถานการณ์อาการผู้ป่วยย้ำแย่ ขอต่ออีก 5 แสนล้าน อย่างไรก็ตาม งบจำนวนที่ขอเพิ่มเติมนี้ คือเงินอนาคตของลูกหลาน ถามว่าสภาสมควรอนุมัติให้หรือไม่  5แสนล้านระงับโควิดก็ไม่ได้ นายกไม่มีความมั่นใจ อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำว่าระงับโควิดง่ายมาก แค่กระจายวัคซีนเข้าไป 50ล้านคน ภายในเดือนก.ย. คุณก็ระงับได้แล้ว ที่เหลือเป็นการติดเชื้อที่ไม่ระบาด กิจกรรมทางเศรษฐกิจก็เคลื่อนได้

“การจะขอนำเงินอนาคตมาใช้เรียกว่าการกู้หนี้ การบริหารหนี้เราพูดกันมาก กู้ 5 แสนล้าน บวกขาดดุลงบประมาณ 7 แสนล้านในปี65 สมมติฐาน ก.ย. ปี65  เงินกู้ 2 ก้อนนี้ คือ 1.2 ล้านล้าน หนี้สาธารณะขยับไปอยู่ที่ 62 เกินกรอบเพดาน จริงอยู่ที่บอกว่าหนี้สาธารณะจะนับเพิ่มต่อเมื่อกู้เงินแล้ว แต่เราก็ตั้งสมมติฐาน วันที่ 30 ก.ย. 65 ตัวเลขหนี้สาธารณะเกินจะทำอย่างไร วันนี้ท่านไม่ตอบ แต่ผมก็ทราบว่าท่านกำลังจะขยายเพดานหนี้สาธารณะ ร้อยละ65-70 ซึ่งนักวิชาการสนับสนุนแนวคิดนี้ แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ ความล้มเหลวทางการคลัง” ส.ส.น่าน กล่าว

นพ.ชลน่าน กล่าวอีกว่า เราไม่สามารถไว้ใจหมอประยุทธ์ได้ ไม่เชื่อมั่นว่าจะเป็นหมอที่ดี ในวงการแพทย์เขาจะถอนใบประกอบวิชาชีพ เพราะจากการทำงานทำให้คนไข้ป่วยหนัก บางคนตาย ยอดผู้เสียชีวิตสองเดือน 1200 ราย ต้องบอกความจริงกับพี่น้องประชาชน คือ รัฐบาลขาดข้อมูลที่เป็นจริงจนเกิดความสับสน พอสภานำเสนอความจริงก็ปรี๊ดแตก ซึ่งเขาเรียกว่าโรคหลงตัวเอง เชื่อมั่นว่าตัวเองเก่งสูงยิ่ง ไม่มีใครเสมอเทียบเท่า ลักษณะผู้นำเช่นนี้จะพาประเทศลงเหว ล่มจม คนโง่แล้วขยันทำให้องค์กรเสียหาย เขาจัดอันดับให้อยู่ในลำดับที่ 3 เพื่อให้มี 2 อันดับต้นกำกับ แต่ถ้าโง่แล้วขยันขึ้นมาเป็นผู้บริหารเบอร์1 ถามว่าใครจะมากำกับดูแล พวกเราก็ตรวจสอบไม่ได้ ประเทศวุ่นวาย ล่มจมเหมือน 7 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ หมอประยุทธ์ต้องถูกถอนใบประกอบวิชาชีพ เพราะถ้าปล่อยไว้จะทำให้คนไข้ล้มตายเสียหายได้

นพ.ชลน่าน กล่าวด้วยว่า ฝ่ายค้านไม่สามารถอนุมัติได้  เพราะ 1.รัฐบาลไม่สามารถระงับยับยั้งโรคระบาดได้ ไม่สามารถฟื้นเศรษฐกิจได้ 2.ไม่ชอบด้วยเหตุผลทางกฎหมาย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน หลีกเลี่ยงได้ และความจริงงบ 5 แสนล้านบาทนี้ ทำได้โดยการอยู่ในพ.ร.บ.งบประมาณ 3.ความคุ้มค่าที่จะเกิดขึ้น ตัวอย่าง มีให้เห็นแล้ว จากการกู้เงิน 1 ล้านล้านเมื่อปีที่แล้ว เห็นผลงานกันอยู่ และ4.ความรู้ความสามารถบุคลิกภาพ ภาวะผู้นำ ภาวะอารมณ์ ไม่เหมาะอย่างยิ่งที่จะบริหารประเทศต่อไป อย่างไรก็ตาม การถอดใบบอนุญาต คือถอนตัวผู้นำ ฝ่ายค้านและพรรคร่วมรัฐบาลท้ายุบสภา แต่นายกก็แพลมมาว่าอีก 1 ปี ซึ่งตนคิดว่าเป็นไปได้ หรือจะแสดงความรับผิดชอบเปลี่ยนตัวเองออกจากตำแหน่ง ลาออก ไม่ได้ยาก นายกฯลาออกจะเป็นคุณูปการแก่ประชาชน ประชาชนจะยกย่องเป็นวีรบุรุษ แต่ถ้ายังดื้อดึง ประชาชนะจะเกลียดชัง และขนานนามว่าเป็นทรราชย์ เพราะท่านเข่นฆ่าประชาชน สุดท้ายนี้ ขอให้นายกลาออกเพื่อบ้านเมือง