คลัสเตอร์ถล่มกทม. เจอในคุกอีก892คน


เพิ่มเพื่อน    

 

ศบค.รายงานพบผู้ติดเชื้อโควิด 3,277  ราย เสียชีวิต 29 ราย หายป่วย 5,273 ราย คลัสเตอร์ใหม่ กทม. 2 แห่ง ในแคมป์ที่พักคนงานเขตจตุจักร-วัฒนา ข่าวดีไม่พบผู้ป่วย 22 จังหวัด ขณะที่อธิบดีกรมราชทัณฑ์เผย?มีผู้ต้องขังติดเชื้อใหม่ 892 ราย

    เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค.  รายงานสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3,277 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 2,356 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,770 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 586 ราย จากเรือนจำและที่ต้องขัง 892 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 29 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 193,105 ราย ผู้หายป่วยเพิ่ม 5,273  ราย ยอดรวมหายป่วยแล้ว 150,271 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 41,403 ราย อาการหนัก 1,242 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 362 ราย
    เสียชีวิตเพิ่ม 29 ราย เป็นชาย 17 ราย หญิง 12 ราย  อยู่ใน กทม. 17 ราย สมุทรปราการ 3 ราย ปทุมธานี  นนทบุรี จังหวัดละ 2 ราย ชัยนาท นครสวรรค์ ประจวบคีรีขันธ์ ภูเก็ต อุดรธานี จังหวัดละ 1 ราย ทำให้ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตสะสม 1,431 ราย ขณะที่สถานการณ์โลกมีผู้ป่วยสะสม 176,041,306 ราย เสียชีวิตสะสม 3,800,595 ราย
    สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ป่วยมากที่สุดในวันนี้ กทม.  858 ราย สมุทรปราการ 313 ราย นนทบุรี 291 ราย  สมุทรสาคร 188 ราย ปทุมธานี 81 ราย นครปฐม 78 ราย  ชลบุรี 76 ราย พระนครศรีอยุธยา 39 ราย ตราด 37 ราย  และเพชรบุรี 34 ราย
    โดยพบคลัสเตอร์ใหม่หลายจังหวัด ได้แก่ สมุทรปราการ อ.บางเสาธง พบคลัสเตอร์ใหม่ในโรงงานผลิตและจำหน่ายอาหารกึ่งสำเร็จรูป 5 ราย ปทุมธานีพบคลัสเตอร์ใหม่ อ.คลองหลวง บริษัทอะลูมิเนียม 8 ราย สมุทรสาคร อ.เมืองสมุทรสาคร โรงงานลูกชิ้น 20 ราย และ อ.กระทุ่มแบน  โรงงานขนม 45 ราย เพชรบุรี อ.เมืองเพชรบุรี ในตลาดสด 9  ราย กำแพงเพชร พบผู้ติดเชื้อสัมผัสกันในชุมชน 25 ราย  จันทบุรี อ.ท่าใหม่ ตลาดผลไม้เนินสูง พบผู้ติดเชื้อ 6 ราย  และฉะเชิงเทรา อ.เมืองฉะเชิงเทรา พบในค่ายทหาร 7 ราย  ส่วนใน กทม.มีทั้งสิ้น 80 คลัสเตอร์ เป็นคลัสเตอร์ใหม่ 2  คลัสเตอร์ ที่เขตวัฒนา แคมป์ที่พักคนงาน JWS และเขตจตุจักร แคมป์ที่พักคนงานบริษัททีฆา
    นอกจากนี้ ในวันนี้ยังมี 22 จังหวัดที่ไม่พบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ ได้แก่ ภูเก็ต พัทลุง มหาสารคาม พิษณุโลก  ลำพูน ร้อยเอ็ด ลำปาง พิจิตร ยโสธร สกลนคร น่าน สุโขทัย  เลย อุตรดิตถ์ ชัยนาท แพร่ หนองคาย อำนาจเจริญ  แม่ฮ่องสอน อุทัยธานี บึงกาฬ และสตูล
    นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถานว่า (ข้อมูล ณ วันที่ 11 มิ.ย.64 เวลา  16.00 น.)? มีผู้ต้องขังติดเชื้อรายใหม่จำนวน 892 ราย รักษาหายเพิ่ม 1,759 ราย เสียชีวิต 2 ราย ทำให้มีผู้ต้องขังติดเชื้อที่ยังอยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 7,875 ราย
    โดยภาพรวมสถานการณ์การแพร่ระบาดในเรือนจำและทัณฑสถาน พบว่ามีเรือนจำและทัณฑสถานที่ไม่พบการแพร่ระบาดคงที่จำนวน 129 แห่ง และพบการแพร่ระบาด 12  แห่งคงเดิม ขณะที่วันนี้ยังคงมียอดผู้หายป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้จำนวนผู้ติดเชื้อที่ยังอยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์มีจำนวนต่ำว่า 8,000 ราย เป็นวันแรกนับตั้งแต่พบการระบาดอย่างรุนแรงในระลอกใหม่ จากที่เคยขึ้นไปสูงสุดที่ 17,138 ราย และมีจำนวนผู้ที่รักษาหายรายวัน มากกว่าจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อเนื่องกันเป็นวันที่ 4 โดยมีเรือนจำและทัณฑสถานบางแห่งที่เคยเป็นพื้นที่แพร่ระบาดเดิม มีผู้ติดเชื้อที่ยังคงรักษาอยู่ต่ำกว่า 100 รายต่อเนื่องกันหลายวันแล้ว ซึ่งนับเป็นสัญญาณที่ดีของสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อในเรือนจำและทัณฑสถานที่มีแนวโน้มดีขึ้น
สมุทรปราการอ่วมเจอ 313 คน
    นพ.พรณรงค์ ศรีม่วง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยว่า สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในจังหวัดสมุทรปราการ พบผู้ติดเชื้อใหม่จำนวน 313  ราย เป็นผู้ป่วยในพื้นที่จำนวน 250 ราย อำเภอเมืองสมุทรปราการจำนวน 100 ราย อำเภอพระประแดงจำนวน 17 ราย อำเภอพระสมุทรเจดีย์จำนวน 1 ราย อำเภอบางพลีจำนวน 62 ราย อำเภอบางบ่อจำนวน 32 ราย อำเภอบางเสาธงจำนวน 38 ราย โรงพยาบาลเอกชนรับมารักษาต่อในสมุทรปราการจำนวน 63 ราย เสียชีวิต 3 ราย
    ผู้ป่วยสะสมระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนจนถึงปัจจุบัน จำนวน 10,215 ราย ในพื้นที่ 8,248 ราย นอกพื้นที่  1,967 ราย กำลังรักษาในโรงพยาบาลของรัฐจำนวน 706 ราย กำลังรักษาในโรงพยาบาลเอกชนจำนวน 743 ราย  รักษาใน Hospitel ราชภัฏธนบุรีสมุทรปราการจำนวน 1,279 ราย      
    วันเดียวกันนี้ ศบค.ยะลาออกประกาศ ฉบับที่ 89 เรื่อง มาตรการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สำหรับบุคคลที่เดินทางเข้า-ออกพื้นที่จังหวัดยะลา และมาตรการเกี่ยวกับร้านจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม
    โดยมีสาระสำคัญ 2 ข้อ คือ มาตรการสำหรับบุคคลที่เดินทางเข้า-ออกพื้นที่จังหวัดยะลา งดการเดินทางเข้า-ออกพื้นที่จังหวัดยะลา เว้นแต่กรณีมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ให้แจ้งต่อหัวหน้าด่านตรวจ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานประจำด่านตรวจ  หรือเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อประจำด่านตรวจ เพื่อใช้ดุลยพินิจในการกำหนดแนวทางปฏิบัติให้เป็นไปตามมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด และให้ผู้ที่เดินทางเข้ามายังพื้นที่จังหวัดยะลาสแกน QR Code (YALA SAFE  ALERT) ที่ด่านตรวจรอยต่อพื้นที่จังหวัด และให้รายงานตัวต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่ ได้แก่ กำนัน  ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) หรืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) โดยทันที ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน  2564 ถึงวันที่ 7 กรกฎาคม 2564
    มาตรการเกี่ยวกับร้านจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ให้ร้านจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม ร้านน้ำชา กาแฟ รวมทั้งร้านจำหน่ายสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์อื่นๆ โดยงดมิให้รับประทานอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มในร้าน โดยให้จำหน่ายในลักษณะของการนำกลับไปบริโภคที่อื่นเท่านั้น และเปิดให้บริการได้ไม่เกินเวลา 22.00 น.
    นพ.สงกรานต์ ไหมชุม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า ช่วงเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ หากเราไม่จบคลัสเตอร์เดิมที่มีอยู่ในพื้นที่ก็อาจจะมีคลัสเตอร์ใหม่ขึ้นมา  เพราะเนื่องจากเดือนหน้าจะมี 3 กิจกรรมใหญ่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ ประกอบด้วย การเปิดเทอมของนักเรียน การซื้อขายผลไม้ที่จะมีพ่อค้าหรือแรงงานมาจากต่างจังหวัด เดินทางเข้าพื้นที่เพื่อมารับซื้อทุเรียน และเทศกาลรายอฮัจย์ของชาวไทยมุสลิม ดังนั้นตนเองจึงอยากขอร้องว่า เราต้องรีบควบคุมสถานการณ์โรคกลุ่มเดิมที่มีอยู่ในพื้นที่ให้ได้เสียก่อน
     มีรายงานข่าวจากกองทัพบกว่า ภายหลังจากที่ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ได้แถลงข่าวประจำวัน พบการระบาดของเชื้อไวรัสโควิดเพิ่มขึ้น ประจำวันที่ 12 มิ.ย.64 โดยหนึ่งในนั้นคือหน่วยทหาร จ.ฉะเชิงเทรา พบผู้ป่วยใหม่ 7 รายนั้น คือกองพลทหารราบที่ 11 (พล.ร.11) โดยผู้ติดเชื้อทั้ง 7 รายได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลแล้ว จากนั้นได้ทำการสอบสวนโรค โดยพบผู้สัมผัสใกล้ชิด 20 ราย จึงเข้าสู่การกักตัวเรียบร้อยแล้ว โดยเป็นผลมาจากที่ พล.ร.11 ได้ทำการตรวจคัดกรองเชิงรุก จึงพบผู้ติดเชื้อได้เร็วและนำมาสู่การกักตัวผู้ใกล้ชิด และในขณะนี้สามารถควบคุมโรคได้แล้ว.


"วัคซีนไฟเซอร์" จากอเมริกา "มหามิตร" บริจาค มาถึงไทยแล้ว จะ ๑.๕ ล้าน หรือ ๒.๕ ล้านโดส ก็ช่างเถอะ ยังไงๆ ก็ต้องขอบใจเขา

ตลกเทพของ "ป๋าเทพ"
เหรียญทองที่เหนือทอง
“พระผู้เพียรเพื่อพสกสุข”
มิติสะท้อน"น้องเทนนิส"
"น้องเทนนิส"ของคนไทย
"กฎหมายกับกองโจร"