'แพทย์ชนบท'แนะวิธีคลายโกลาหลวัคซีนกทม.


เพิ่มเพื่อน    

14 มิ.ย. 64 - เพจเฟซบุ๊ก"ชมรมแพทย์ชนบท" โพสต์ข้อความว่า ลับลวงพราง วัคซีนโควิด ตอน 12 : 14-06-64ไทยร่วมใจ VS หมอพร้อม ใครใน กทม.ที่ควรได้ฉีดวัคซีนก่อนกัน

เมื่อ 14 วันที่ผ่านมา ชมรมแพทย์ชนบทได้เสนอแนวทาง “กระสุนมีน้อย เทแอสตราหมดหน้าตัก ให้กับพื้นที่ กทม.และปริมณฑล เพื่อควบคุมการระบาดให้อยู่หมัด” ซึ่งได้รับการตอบรับจากสาธารณะมากกว่าที่คาด  รวมทั้งผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองก็เห็นด้วย จนเสมือนเป็นการเคลียร์ทางให้รัฐบาล  จัดสรรวัคซีนลงพื้นที่กรุงเทพมากกว่าต่างจังหวัดอย่างสะดวกใจ

ในขณะนั้น ข้อเสนอของชมรมแพทย์ชนบทและนักระบาดวิทยาเห็นตรงกันว่า  วัคซีนคืออาวุธหนักที่มีค่า ต้องยิงให้ถูกจุด คือ ยิงไปที่จุดที่มีการระบาดชัดเจน เช่นแคมป์ก่อสร้าง ตลาด พื้นที่ชุมชนแออัด หรือโรงงานที่ระบาด ฉีดทุกเพศทุกวัยที่เกิน 18 ปี เพื่อสร้างภูมิแล้วการระบาดจะได้ชะลอตัว  

และอีกจุดที่ต้องระดมยิงคือ ผู้สูงอายุและผู้มีโรคเรื้อรัง 7 โรค เพราะคนกลุ่มนี้หากติดโควิด จะป่วยหนักและทำให้ภาวะ ICU ที่ปริ่มๆจะล้นอยู่แล้ว จะทะลักจน ICU ไม่พอ อัตราตายก็จะเพิ่มสูงขึ้นมาก โดยที่กลุ่มนี้มีทั้งที่ลงหมอพร้อมไว้ในเดือนมิถุนายน  450,000 คน และคนที่ลงหมอพร้อมไว้ในเดือนถัดๆ ไป ซึ่งได้รอคิวตามระบบด้วยความอดทน  รวมทั้งยังมีคนผู้สูงอายุอีกพอสมควรที่ไม่ได้ลงหมอพร้อมไว้ หรืออาจเพราะลูกหลานไม่ได้ช่วยลงให้ เป็นผู้สูงอายุที่อยู่ติดบ้านหรือติดเตียงในชุมชน ที่ควรได้รับสิทธิในการฉีดวัคซีนก่อนเช่นกัน  แต่เขากลับยังเข้าไม่ถึงโอกาสในการได้ฉีดวัคซีน 

แต่แล้ว เมื่อถึงเวลา kick off จริง  ปรากฏว่า เกิดภาพที่สังคมไม่สบายใจ ที่รายชื่อจากเครือข่ายไทยร่วมใจ พาคนหนุ่มสาว คนทำงานบริษัท จำนวนหลายหมื่นคน มารับบริการฉีดวัคซีน แซงหน้าผู้สูงอายุที่รอคิวหมอพร้อมที่ต้องนั่งดูตาปริบๆ  แม้ว่าคนหนุ่มคนสาวจากไทยร่วมใจไม่ได้ทำอะไรผิด เพราะระบบเปิดให้เขามาฉีดได้ ด้วยความคล่องตัวกว่า เข้าถึงโลกออนไลน์ง่ายกว่า เดินทางสะดวกกว่า ก็เลยได้รับวัคซีนไปก่อนด้วยความยินดีปรีดา  เขาไม่ผิด แต่คนที่ผิดก็คือคนที่เปิดระบบให้ไทยร่วมใจมาแทรกคิวต่างหาก

หากมองในอีกมุมหนึ่ง การยุติการระบาด คือการทำให้คน กทม.ได้ฉีดวัคซีนเกิน 70%ให้เร็วที่สุด  ดังนั้นด้วยทฤษฎีความเร็ว การนำคนหนุ่มสาวมาฉีดก่อนนั้น จะช่วยให้ความเร็วในการเข้าถึงเป้า 70%ได้เร็วขึ้น  แนวคิดนี้ก็ใช้ได้  แต่ครั้งนี้น่าจะใช้ไม่ถูกจังหวะ  หากวัคซีนมีมากนั้นไม่เป็นไร ทั้งหมอพร้อม ไทยร่วมใจ ผู้ลงทะเบียน walk in มาฉีดให้มากที่สุดนั้นก็ไม่ว่ากัน แต่เพราะมิถุนายนนี้เป็นเดือนที่วัคซีนมีน้อย กรุงเทพจะได้รับจัดสรรกี่ล้านโดสก็ยังสับสน ซึ่งควรต้องเคลียร์ยอดกับ ศบค.ให้แน่นอน และ ควรต้องยิงให้ตรงจุด กล่าวคือ ผู้สูงอายุและผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรัง ยังควรเป็นเป้าหมายหลัก

การที่วัคซีนขาดแคลนหนักใน กทม.ในช่วงสองสามวันนี้  จึงควรฉวยวิกฤตเป็นโอกาส ปรับจูนระบบ ให้กลับไปสู่หลักทฤษฎีที่ควรจะเป็น บัดนี้คนต่างจังหวัดเขายอมเสียสละวัคซีนส่วนที่เขาควรได้รับ เพื่อให้คน กทม.และปริมณฑลได้ฉีดก่อนแล้ว ก็ขอให้นำวัคซีนที่มีน้อยนี้ ยิงให้ตรงเป้าสำหรับกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ระบาดหรือกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรัง  เดือนหน้าหากวัคซีนมามากจริงตามที่รัฐบาลชี้แจง (ซึ่งหวังว่าจะจริง) กลุ่มไทยร่วมใจ คนหนุ่มสาว คนในระบบประกันสังคมนอกพื้นที่ระบาด ก็ค่อยมาร่วมแบ่งปันด้วย น่าจะดีที่สุด
ศบค.เงาอย่างชมรมแพทย์ชนบทได้เพียงแค่เสนอ ก็หวังว่า คบค.จริงจะรับไปพิจารณา.

 


"วัคซีนไฟเซอร์" จากอเมริกา "มหามิตร" บริจาค มาถึงไทยแล้ว จะ ๑.๕ ล้าน หรือ ๒.๕ ล้านโดส ก็ช่างเถอะ ยังไงๆ ก็ต้องขอบใจเขา

ตลกเทพของ "ป๋าเทพ"
เหรียญทองที่เหนือทอง
“พระผู้เพียรเพื่อพสกสุข”
มิติสะท้อน"น้องเทนนิส"
"น้องเทนนิส"ของคนไทย
"กฎหมายกับกองโจร"