โควิดโลกทะลุ179ล้าน! 'หมอธีระ'เตือนเลี่ยงกินดื่มร้านอาหาร-อย่าเพิ่งประชุม


เพิ่มเพื่อน    

21 มิ.ย. 64 - รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า สถานการณ์ทั่วโลก 21 มิถุนายน 2564... ทะลุ 179 ล้านไปแล้ว

เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 288,334 คน รวมแล้วตอนนี้ 179,238,491 คน ตายเพิ่มอีก 5,765 คน ยอดตายรวม 3,881,422 คน

5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุดคือ อินเดีย บราซิล โคลอมเบีย รัสเซีย และอินโดนีเซีย

อเมริกา เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 4,354 คน รวม 34,405,933 คน ตายเพิ่ม 86 คน ยอดเสียชีวิตรวม 617,166 คน อัตราตาย 1.8% 

อินเดีย ติดเพิ่ม 53,009 คน รวม 29,934,361 คน ตายเพิ่ม 1,113 คน ยอดเสียชีวิตรวม 388,164 คน อัตราตาย 1.3% 

บราซิล ติดเพิ่ม 44,178 คน รวม 17,927,928 คน ตายเพิ่มถึง 957 คน ยอดเสียชีวิตรวม 501,825 คน อัตราตาย 2.8%  

ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 1,815 คน ยอดรวม 5,757,311 คน ตายเพิ่ม 14 คน ยอดเสียชีวิตรวม 110,738 คน อัตราตาย 1.9%

ตุรกี ติดเพิ่ม 5,091 คน รวม 5,370,299 คน ตายเพิ่ม 63 คน ยอดเสียชีวิตรวม 49,185 คน อัตราตาย 0.9% 

อันดับ 6-10 เป็น รัสเซีย สหราชอาณาจักร อาร์เจนติน่า อิตาลี และโคลอมเบีย ติดกันหลักพันถึงหลักหมื่น

รัสเซียเป็นระลอกสามขาขึ้นชัดเจน ล่าสุดติดเพิ่ม 17,611 คน 

แถบอเมริกาใต้ แอฟริกา เอเชีย อย่างชิลี โบลิเวีย แอฟริกาใต้ แซมเบีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ศรีลังกา บังคลาเทศ เนปาล ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพัน

อินโดนีเซียล่าสุดติดเพิ่มถึงกว่า 13,000 คน สูงพอๆ กับระลอกก่อนหน้านี้ช่วงมกราคม 

แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่ม ส่วนใหญ่อยู่หลักร้อย ยกเว้นคาซักสถาน และมองโกเลียที่ยังหลักพัน 

แถบตะวันออกกลาง ประเทศส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักร้อยถึงหลักพัน หลายประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เช่น อิรัก คิวบา คูเวต อัฟกานิสถาน โอมาน

เกาหลีใต้ ไต้หวัน เวียดนาม และกัมพูชา ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน และสิงคโปร์ ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่ออสเตรเลีย ลาว ฮ่องกง และนิวซีแลนด์ ติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ

...คงต้องยอมรับว่า การบริหารจัดการที่ดี การตัดสินใจที่ถูกต้องตามหลักวิชาการแพทย์จริงนั้น จะนำไปสู่ผลลัพธ์ในการคุมโรคระบาดที่ดีอย่างแน่นอน

ดังที่เราเห็นหลายประเทศแสดงให้ดูในช่วงที่ผ่านมา

ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ โชว์ให้เห็นว่า ความโปร่งใส จริงจัง ดำเนินมาตรการเข้มข้นทันทีทันเวลา แม้เจอเคสใหม่ขึ้นมาจำนวนน้อย ก็ยังตัดสินใจทำล็อคดาวน์ระยะสั้นควบคู่ไปกับการตะลุยตรวจอย่างครอบคลุมทันที จะช่วยให้คุมระบาดได้ดี และฟื้นตัวใช้ชีวิตได้เร็ว 

อเมริกา และอีกหลายประเทศ โชว์ให้เห็นว่าเคยระบาดเยอะ แต่ปรับกลไกการบริหารจัดการ ทำให้นโยบายและมาตรการต่างๆ ออกมาอย่างถูกต้องเหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์ และใช้ความรู้ที่แท้จริงเป็นเข็มทิศนำทาง จนคุมการระบาดได้ดีขึ้นมาก อเมริกาจากเกือบสี่แสนคนต่อวัน เหลือสี่พันต่อวันในขณะนี้และบางเมืองก็มีการใช้ชีวิตใกล้เคียงปกติ

อเมริกา อิสราเอล และอีกหลายประเทศทั่วโลก โชว์ให้เห็น "ทองแท้ย่อมเป็นทองแท้" ใช้อาวุธต่อสู้ที่มีประสิทธิภาพสูง ปลอดภัย ทำให้คุมการระบาดได้เร็ว 

แม้หลายประเทศเคยใช้อาวุธอื่นๆ ที่เชื่อว่าได้ผล แม้ผลวิจัยชี้ให้เห็นว่ามีอาวุธอื่นที่ดีกว่า สุดท้ายก็คุมไม่อยู่ จนกระทั่งหลายประเทศเหล่านั้นก็ตัดสินใจเปลี่ยนนโยบายเพื่อเร่งจัดหาอาวุธที่ประสิทธิภาพสูงเข้ามาใช้อย่างเร่งด่วน

ปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เราเห็นจากนานาประเทศ เป็นบทเรียนที่สำคัญดังนี้ Good governance and evidence-based decision making will lead to the end (of epidemic)... Unjustified governance and misinformation-based decision making will lead to the end (of life)...

สำหรับสถานการณ์ของเราในขณะนี้ การระบาดยังรุนแรง กระจายไปทั่ว ยังคุมไม่ได้ 

ขอให้ใช้สติในการดำเนินชีวิต ตัดสินใจประพฤติปฏิบัติตามหลักวิชาการแพทย์ที่ถูกต้อง และใช้เหตุและผล เลี่ยงการใช้กิเลสและความเชื่องมงาย

ใส่หน้ากากเสมอ สองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า ตะลอนน้อยๆ พบคนน้อยๆ ใช้เวลาสั้นๆ อยู่ห่างคนอื่นมากๆ พกเจลหรือสเปรย์แอลกอฮอล์ติดตัว ล้างมือบ่อยๆ หลังหยิบจับของสาธารณะ ระวังสุขาสาธารณะ ปิดฝาก่อนกดชักโครก ล้างมือทุกครั้ง และใส่หน้ากากเสมอ

เลี่ยงการกินดื่มในร้านอาหาร โรงอาหาร ศูนย์อาหาร ซื้อกลับจะปลอดภัยกว่า 

เลี่ยงการประชุมที่ต้องมาพบปะเจอหน้ากัน จะ 10 20 30 40 50 คนก็ตาม ความชุกของโรคยังสูงในหลายพื้นที่ เสี่ยงมากที่จะมีการติดเชื้อแพร่เชื้อ เพราะมักประชุมในห้องที่เป็นระบบปิด การระบายอากาศจำกัด จะมีโอกาสติดกันได้ และนำพาไปติดกับสมาชิกในครอบครัวเป็นทอดๆ กลับบ้านแล้ว อย่าเพิ่งไปกอดไปหอมกัน ให้ไปอาบน้ำก่อน

...สถานการณ์เช่นนี้ ควรตระหนักว่า หากจะรักษาสวัสดิภาพและความปลอดภัยในชีวิต จำเป็นจะต้องพึ่งตนเองให้มาก ป้องกันตัวอย่างเคร่งครัด

นโยบายหรือมาตรการใดที่ออกมาแล้วย้อนแย้งกับความรู้วิชาการ ไม่สอดคล้องกับหลักเหตุและผล ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ และมีโอกาสทำให้เกิดความเสี่ยงต่อตัวเราและคนรอบข้าง ก็ไม่ควรปฏิบัติตาม เชื่อในสิ่งที่ควรเชื่อ ทำในสิ่งที่ควรทำ.