'สุริยะใส' โพสต์ 'ปรากฏการณ์กำนันสุเทพครั้งที่ 2 บอกอะไรการเมืองไทย'


เพิ่มเพื่อน    


5 มิ.ย.61 - นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต และผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย โพสต์ข้อความลงในเพจเฟซบุ๊กสุริยะใส กตะศิลา ว่า “ปรากฏการณ์กำนันสุเทพครั้งที่ 2” บอกอะไรการเมืองไทย

ปรากฏการณ์กำนันสุเทพ ล่าสุดกรณีเข้าร่วมกับพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.)เพื่อสร้างพรรคการเมืองแบบใหม่ในแนวทางพรรคของประชาชน น่าจับตาไม่น้อยไปกว่า “ปรากฎการณ์กำนันสุเทพครั้งที่ 1 “ เมื่อร่วมกับมวลมหาประชาชนโค่นล้มรัฐบาลที่หมดความชอบธรรมและชูธงปฏิรูปประเทศ ปรากฎการณ์ครั้งที่ 2 นี้ยังอยู่ในแนวทางรักษาสัจจะวาจา ที่เคยให้ไว้กับสังคมคือไม่กลับเข้าสู่อำนาจทางการเมืองไม่รับตำแหน่งใดทางการเมืองหรือแม้แต่ในพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) จะขอเป็นเพียงสมาชิกผู้หนึ่งร่วมกันกับประชาชนสร้างพรรคเพื่อนำไปสู่การปฏิรูปประเทศต่อไป แน่นอนคำประกาศของกำนันสุเทพครั้งนี้ย่อมเป็นคำตอบในตัวว่าการปฏิรูปประเทศยังไม่เสร็จจึงเป็นภาระหน้าที่ที่จะต้องผลักดันให้เสร็จตามเจตจำนงเมื่อครั้งกำเนิดมวลมหาประชาชน
น่าเสียดายที่มีการมอง "ปรากฎการณ์กำนันสุเทพครั้งที่ 2" ด้วยการเลือกจับบางประเด็นและตีความว่ากำนันสุเทพตะบัดสัตย์หรือไม่ ทั้งที่จริงถ้าฟังอย่างไม่มีอคติกำนันสุเทพ ก็ยังยืนอยู่ในจุดยืนเดิมที่ประกาศไว้คือไม่เข้าสู่การเมืองไม่รับตำแหน่งใดๆในทางการเมือง ซึ่งก็ไม่ต้องไปตีความให้เสียเวลาถ้าถึงวันที่กำนันสุเทพ ก้าวข้าวเขตแดนนี้นั่นหละคำว่าตะบัดสัตย์ถึงจะฟังขึ้น

ผมไม่แปลกใจ และก็คาดการณ์ไม่ผิดที่จะมีถ้อยคำเหน็บแนม ถากถางกระทั่งเย้ยหยันสารพัดพุ่งไปที่ตัวกำนันสุเทพ โดยเฉพาะจากกลุ่มก้อนนักการเมืองและพรรคการเมืองบางพรรค แต่ที่ผมแปลกใจค่อนข้างมาก ผมไม่เห็นกำนันสุเทพตอบโต้ เอาคืนในแบบที่เราเคยเห็นหรือแบบที่นักการเมืองถนัดและทำกันอย่างเมามันในขณะนี้ แม้แต่พรรค รปช.ก็เช่นกันตั้งแต่วันยื่นจดแจ้งชื่อพรรค 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา ยังไม่เห็นผู้ก่อตั้งพรรคคนใดออกมาชี้หน้า ท้าทายปั้นสำนวน สร้างโวหารสาดใส่ พรรคการเมืองอื่นหรือผู้วิจารณ์แม้แต่ครั้งเดียว

และวันเปิดตัวผู้ก่อตั้งและผู้สนับสนุนพรรค เมื่อวันที่ 3 มิย.ที่ผ่านมาเราได้เห็นสิ่งใหม่ ที่เป็นนวัตกรรมทางการเมืองจาก พรรค รปช.ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบวางกลไกให้สมาชิกเป็นเจ้าของพรรคอย่างแท้จริง เพื่อสร้างวิถีประชาธิปไตยในพรรค ต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับพรรคการเมืองทั่วไป ที่เริ่มต้นก็ประกาศชื่อหัวหน้า ชื่อเลขาธิการหรือเจ้าของพรรคตัวจริงกันเลย แต่ รปช.ไม่ใช่แค่คิดใหม่ แต่สร้างข้อตกลงใหม่ๆ ให้สมาชิกจะเป็นผู้ชี้ขาดโดยตรงทั้งตำแหน่งผู้บริหารพรรค นโยบายพรรค การสรรหาผู้สมัครฯ หรือแม้แต่การสร้างโรงเรียนการเมืองของพรรคเพื่อหลอมรวมอุดมการณ์ของพรรค และวินัยหรือจริยธรรมในพรรค

ยังมีกลไกใหม่ๆอีกหลายอย่างที่น่าติดตามจากพรรคนี้ แต่น่าเสียดายมีความพยายามไม่ทำความเข้าใจกระทั่งไม่ได้ให้ความสำคัญกับกลไกใหม่ๆเหล่านี้ ยังคงพึงพอใจกับวิถีพรรคการเมืองแบบเก่าที่สร้างปัญหาให้กับประเทศมาจนประชาชนต้องลุกขึ้นมาขับไล่จนนับครั้งไม่ถ้วน

กำนันสุเทพและขบวนรปช. จะประสบความสำเร็จ ในการเลือกตั้งหรือไม่ อาจไม่ใช่เรื่องสำคัญ เท่ากับการสร้างพรรคการเมืองที่เป็นของประชาชน เป็นพื้นที่ เป็นช่องทางให้ประชาชนใกล้ชิดและเข้าถึงอำนาจอธิปไตยที่แท้จริง นี่ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่สร้างความหวัง การเมืองแบบนี้ชนะตั้งแต่ต้นไม่มีคำว่าแพ้ เพราะไม่ได้ไปแข่งกับใคร แต่ช่วยกันทำให้การเมืองดีขึ้นอย่างที่ ศ.ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์ พูดเอาไว้นั่นเอง.


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.