ภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์..ทำได้-ดี


เพิ่มเพื่อน    

                                 

 

ปฏิกิริยาของรัฐบาลในการถือฤกษ์งามยามดีพฤหัสบดีที่ 1 กรกฏาคม 2564 กดปุ่มเดินหน้าโครงการภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์เต็มตัว เพื่อปูทางไปสู่การเปิดประเทศเต็มรูปแบบภายใน 120 วันนับจากวันที่นายกรัฐมนตรีแถลงอย่างเป็นทางการผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2564 นับเป็นการส่งสัญญาณการเดินหน้าประเทศไทย ฝ่าวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โควิด-19 ที่กล้าหาญอย่างยิ่ง และน่าชื่นชมอย่างยิ่ง

ผลการสำรวจความเห็นประชาชนล่าสุดระหว่างวันที่ 17-19 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยสำนักวิจัยซูเปอร์โพลล์ ซึ่งระบุชัดเจนว่าประชาชนกว่าร้อยละ 90 เห็นด้วยกับการตัดสินใจเปิดประเทศของรัฐบาล

อย่างไรก็ตามภายใต้ความเห็นสนับสนุนการเปิดประเทศของรัฐบาล ประชาชนได้สะท้อนข้อห่วงกังวลผ่านการสำรวจของสำนักวิจัยซูเปอร์โพลล์เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อห่วงกังวลว่าด้วยคุณภาพและประสิทธิภาพการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19

ยิ่งไปกว่านั้นในการสำรวจดังกล่าวของสำนักวิจัยซูเปอร์โพลล์ ยังพบด้วยว่าประชาชนส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 90 ต้องการให้รัฐบาลปรับปรุงแก้ไขกระบวนการสื่อสารข้อมูลแก่ประชาชนให้มีความชัดเจน และตรงไปตรงมา เพื่อยุติความสับสน

สำหรับกรณีโครงการนำร่อง “ภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์” ซึ่งถูกปักหมุดไว้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฏาคม 2564 เป็นต้นไป แม้เป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากการคิดดี มุ่งดีของรัฐบาล เพื่อขับเคลื่อนการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมบริการการท่องเที่ยว ตลอดจนกิจกรรมทางเศรษฐกิจในจังหวัดภูเก็ตที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว ซึ่งซบเซาอย่างรุนแรงจากภัยคุกคามของโควิด-19 นับจากต้นปี 2563 เป็นต้นมา แต่ก็จำเป็นต้องพิจารณาข้อมูลรายละเอียดที่เกี่ยวข้องให้รอบคอบ และรอบด้าน

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ชีพจรเศรษฐกิจจังหวัดภูเก็ตซึมเซาลงอย่างรุนแรงในปี 2563 และเรื้อรังมาถึงตอนนี้ คือรายได้จากการท่องเที่ยวที่เคยไหลบ่าเข้าไปที่ภูเก็ตปีละกว่า 4 แสนล้านบาทในช่วงก่อนหน้าการระบาดของโควิด-19 ได้ทรุดฮวบลงเหลือเพียงหลัก 1 แสนล้านบาทเท่านั้น

นั่นหมายถึงในห้วงปี 2563 รายได้จากการท่องเที่ยวที่หล่อเลี้ยงความมีชีวิตชีวาแก่ภูเก็ต ถูกพิษภัยของโควิด-19 ทำให้อันตรธานหายไปถึงกว่าร้อยละ 75

มูลเหตุหลักที่ทำละลายรายได้จากการท่องเที่ยวของภูเก็ตให้หายวับไปถึงกว่าร้อยละ 75 คือจำนวนนักท่องเที่ยวที่เคยเข้าไปจับจ่ายใช้เงินในภูเก็ตเมื่อปี 2563 หดตัวลงจากช่วงก่อนหน้าการระบาดของโควิด-19 ถึงกว่าร้อยละ 70

สถิติจำนวนนักท่องเที่ยวโดยรวมที่เข้าไปดื่มด่ำบรรยากาศในภูเก็ตปี 2562 ก่อนหน้าการแพร่ระบาดของโควิด-19 มีจำนวน 18.4 ล้านคน แต่ได้ลดวูบลงเหลือเพียง 5.5 ล้านคนเมื่อปี 2563 อันเนื่องมาจากผลพวงการแพร่ระบาดของโควิด-19

ความพยายามพลิกฟื้นคืนความสดใสมีชีวิตชีวาให้ภูเก็ต ด้วยโครงการภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์ ก่อนที่จะค่อยๆขยายผลไปสู่สุราษฏร์ธานี-พังงา-กระบี่-ประจวบคีรีขันธ์-เพชรบุรี-ชลบุรี-บุรีรัมย์-เชียงใหม่ และกรุงเทพมหานคร โดยลำดับ ก่อนที่จะจุดพลุเปิดประเทศภายใน 120 วันตามสัญญาที่นายกรัฐมนตรีลั่นวาจาเอาไว้เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ซึ่งจะตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 14 ตุลาคม 2564 พอดิบพอดี ต้องนับเป็นความพยายามที่ท้าทายขีดความสามารถของรัฐบาล ในการบริหารจัดการสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงหลากหลายมิติ….

ความเสี่ยงอันดับแรก...ความเสี่ยงในการปลุกการท่องเที่ยวของภูเก็ตให้ฟื้นตัว

       จับจังหวะที่ตีฆ้องของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งขานรับข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีในการเตรียมความพร้อมเปิดภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์ ดูจะให้ความสนใจเพ่งเล็งไปที่ปัจจัยเพียง 2 ประการคือ

1).อัตราส่วนประชากรภูเก็ตที่ได้รับการฉีดวัคซีนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 หรือคิดเป็นจำนวนคนประมาณ 3 แสนคน เพื่อหวังว่านั่นเพียงพอที่จะก่อเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ขึ้นในภูเก็ต และมีพลังมากพอที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยว ให้กลับเข้าไปจับจ่ายใช้เงินในภูเก็ต

2).ปฏิกิริยาความพร้อมของภาคธุรกิจบริการท่องเที่ยว ที่ไชโยโห่ร้องต้อนรับ แสดงความยินดีกับโครงการภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์

ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ทั่วโลก และรัฐบาลหลายประเทศยังคงไม่ส่งเสริม หรือสนับสนุนให้ประชากรของตัวเองเดินทางออกไปท่องเที่ยวนอกประเทศอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้ จึงถือเป็นปัจจัยเสี่ยง ซึ่งจะมีผล

อย่างมากต่อความสำเร็จของภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์ ที่พึงต้องตระหนักไว้ให้ดี

ความเสี่ยงอันดับสอง...ความเสี่ยงในการควบคุมการแพร่ระบาด อันเนื่องมาจากการเดินหน้าภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์

รัฐบาล จะมีหลักประกันความมั่นใจอย่างไร เพื่อสร้างความไว้วางใจแก่ทั้งประชาชนที่มีถิ่นพำนักในภูเก็ต รวมทั้งนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวที่ภูเก็ต ให้สามารถใช้ชีวิตในภูเก็ตได้อย่างสบายใจ

ในทางกลับกันรัฐบาล ได้เตรียมทางหนีทีไล่ไว้อย่างไร ในกรณีมีเหตุสุดวิสัย เกิดการระบาดระลอกใหม่ขึ้นในภูเก็ต

โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 เคยแถลงแนวทางการบริหารจัดการสถานการณ์โควิด-19(ศบค.) กรณีภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์ ทำนองว่า”เปิดได้ ก็ปิดได้” หากวินิจฉัยแล้วมีองค์ประกอบสถานการณ์การแพร่ระบาด 3 ประการได้แก่มีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่สะสมไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ 90 คน หรือมีการระบาดใหม่ตั้งแต่ 3 คลัสเตอร์ขึ้นไป หรือมีอัตราครองเตียงของผู้ป่วยในโรงพยาบาลเกินกว่าร้อยละ 80

แนวทางการบริหารจัดการสถานการณ์โควิด-19 ตามที่โฆษก ศบค.แถลง แม้จะเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม แต่ก็ซ่อนความเสี่ยงอันเกิดจากความไม่แน่นอนเอาไว้ สำหรับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการที่มีข้อจำกัดด้านเงินทุน

ความเสี่ยงอันดับสาม...ความเสี่ยงในการบริหารจัดการหนี้สิน-ทรัพย์สิน

กระบวนการเตรียมความพร้อมก่อนเดินหน้าโครงการภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์ ดูจะละเลยประเด็นการบริหารจัดการหนี้สิน-ทรัพย์สินของผู้ประกอบการ

กว่า 1 ขวบปีที่โควิด-19 ระบาดคุกคามลมหายใจของชีวิต และลมหายใจของธุรกิจ ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจจำนวนมาก ครอบคลุมภาคธุรกิจที่หลากหลาย มีสถานะเป็น”หนี้เสีย”ของสถาบันการเงิน และมีสถานะถูกขึ้นบัญชีดำของบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือ”เครดิตบูโร” กระทั่งขาดทุนทรัพย์ที่จะไปใช้สำหรับการบูรณะฟื้นฟูกิจการ ให้พร้อมรับกับการเปิดภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์

กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย ควรต้องประสานความร่วมมือกันในการกำหนดมาตรการทางการเงินที่มีความผ่อนปรนที่สุด มีความสอดคล้องกับปัญหาและสถานการณ์ที่เป็นอยู่จริงตอนนี้ แล้วเร่งรัดผลักดันเดินหน้ามาตรการ เพื่อต่อลมหายใจแก่ผู้ประกอบการ และฟื้นฟูผู้ประกอบการให้พร้อมรับกับภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์ รวมไปถึงการเปิดประเทศโดยเร็วที่สุด โดยนำทรัพยากรทางการเงินจาก พ.ร.ก.สินเชื่อฟื้นฟูและพักทรัพย์-พักหนี้ จำนวน 3.5 แสนล้านบาท และจากงบฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ภายใต้พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาทและพ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาอย่างคุ้มค่า และทันสถานการณ์

 

ทั้งนี้และทั้งนั้น ก็เพื่อสนับสนุนให้ภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์ และการเปิดประเทศ สามารถบรรลุตามวัตถุประสงค์ของการการคิดดี-มุ่งดี-ทำดี เพื่อเดินหน้าประเทศ และคืนความสุขแก่คนไทย

                     ………………...

 

คอลัมน์เวทีเวทีพิจารณ์นโยบายสาธารณะ 
นาย วุฒิพันธุ์ วิชัยรัตน์
กลุ่มนโยบายสาธารณะเพื่อสังคมและธรรมาภิบาล

 

 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.