ชีวิตบั้นปลายบ้านริมคลอง การดูแลที่ต้องเพิ่มเครื่องมือ


เพิ่มเพื่อน    

(คนสูงวัยที่ป่วยโรคประจำตัว ควรหลีกเลี่ยงการทำงานในน้ำกลางแสงแดดจัดเพียงลำพัง เพื่อป้องกันเป็นลมหมดสติจากการจมน้ำ)

 

     คุณตาคุณยายที่อยู่บ้านริมคลอง ไม่ควรชะล่าใจ กับภัยที่มาพร้อมกับฝนตกชุก และน้ำเปี่ยมตลิ่ง อย่าง “ผู้สูงอายุพลัดตกแม่น้ำลำคลอง” เนื่องจากการลื่นหกล้มและเป็นลมหมดสติ งานนี้นอกจากลูกหลานและผู้ดูแลควรตระหนัก ผู้สูงวัยเองก็ต้องรู้จักวิธีเซฟตัวเองด้วยเช่นกัน ธนกร คงดี พนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยชำนาญงาน จากสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางเขน ให้ข้อมูลไว้น่าสนใจ

(ผู้สูงวัยที่พักอาศัยอยู่บ้านริมน้ำควรทำรั้วไม้เพื่อกันคุณตาคุณยายเดินลื่นตกบ้านขณะฝนตกชุกหรือน้ำเปี่ยมตลิ่ง)

 

     ธนกร อธิบายถึงสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้สูงวัยพลัดตกน้ำหรือคูคลอง ส่วนหนึ่งมาจากการตั้งบ้านเรือนริมน้ำ ประกอบกับในช่วงฝนตกชุกนั้น ผู้ใหญ่ที่ไปอยู่บริเวณดังกล่าว ส่วนหนึ่งฝนอาจจะตกหนัก ทำให้ต้องรีบวิ่งหลบ และสายตาของผู้สูงอายุไม่ดี จึงลื่นหกล้มลงไปในน้ำ หรือแม้บางรายที่มีโรคประจำตัวอย่างลมบ้าหมู หรือโรคหัวใจ ซึ่งเลี่ยงต่อการเป็นลมหน้ามืดได้ง่าย ก็เป็นสาเหตุที่อันตรายอย่างหนึ่ง

(“ราวเหล็กริมคลอง” อุปกรณ์เซฟชีวิตผู้สูงอายุ ที่อาจเป็นลมหมดสติกระทั่งจมน้ำเสียชีวิตจากโรคประจำตัว)

 

       “วิธีป้องกันภัยผู้สูงวัยพลัดตกแม่น้ำลำคลองที่ดีที่สุด 1.แนะนำให้ทำราวเหล็กสำหรับจับ หรือกั้นระหว่างทางเดินกับริมคลองแบบคู่ขนาน หากว่าบ้านไหนที่ตั้งอยู่ริมคลองขนาดเล็ก 2.เป็นไปได้ควรมีคนคอยดูแลผู้สูงวัยอย่างน้อย 1 คน 3.กรณีของบ้านที่อยู่ริมคลองหรือแม่น้ำขนาดใหญ่ แนะนำให้ทำกำแพงรั้วไม้ หรือกำแพงรั้วเหล็ก เพื่อป้องกันผู้สูงอายุและเด็กพลัดตก เวลาที่มีน้ำขึ้นน้ำลง 4.แนะนำว่าควรวางห่วงยาง หรือเสื้อชูชีพไว้บริเวณริมน้ำ ซึ่งอุปกรณ์ดังกล่าวถือว่าสำคัญมากในช่วงหน้าฝน ที่น้ำมักท่วมขังอย่างนี้ หรือกรณีที่ผู้สูงอายุมีโรคประจำตัว ที่เสี่ยงต่อการวูบเป็นลม และต้องประกอบอาชีพในน้ำ ก็จำเป็นต้องใส่เสื้อชูชีพ หรือติดห่วงยางไว้ในเรือพายเช่นเดียวกัน”

(บ้านไหนที่ต้องอยู่ใกล้แหล่งน้ำลูกหลานหรือคนในชุมชนควรติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันการจมน้ำให้กับผู้สูงอายุ เช่น เสื้อชูชีพ และห่วงยางไว้บริเวณแม่น้ำลำคลอง)

 

       กรณีที่ผู้สูงอายุเกิดการพลัดตกลงไปในน้ำแล้ว เบื้องต้นควรรีบร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ ขณะที่ผู้เห็นเหตุการณ์ซึ่งอยู่บริเวณดังกล่าว แนะนำให้หาห่วงยางที่อยู่ริมน้ำโยนให้ผู้สูงอายุ หรือหาไม้ไผ่ที่มีความยาวพอสมควร เพื่อให้ผู้สูงวัยจับและรีบดึงเข้าหาฝั่ง และสิ่งสำคัญที่สุดนั้น การที่คุณตาคุณยายมีทักษะในการว่ายน้ำเป็น หรือเคยฝึกวิธีลอยคอ เพื่อป้องกันการจมน้ำได้ ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีในการเซฟความปลอดภัยได้ ทั้งนี้ หากพบผู้สูงอายุหรือเด็กจมน้ำ เบื้องต้นแนะนำให้ปั๊มหัวใจ หรือแบกผู้สูงอายุขึ้นบ่า โดยให้ก้มหน้าลง พร้อมกับให้ผู้ช่วยเหลือเขย่าตัวเองแรงๆ ขณะแบก เพื่อให้ผู้สูงวัยสำรอกน้ำออกมา หรือหากไม่มีความเชี่ยวชาญ ก็ควรรีบช่วยคนสูงวัยขึ้นจากน้ำ และรีบโทรศัพท์หาหน่วยงาน ช่วยชีวิตเบื้องต้นโดยด่วน

       “สิ่งสำคัญที่จะเซฟชีวิตของคุณตาคุณยายได้ดี หากว่าท่านใดที่ปลูกบ้านอยู่ริมน้ำ คือการปฏิบัติตามคำแนะนำที่กล่าวไว้เบื้องต้น เช่น เรื่องพื้นฐานอย่างการจัดวางอุปกรณ์ช่วยชีวิตไว้ใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นห่วงยาง หรือเสื้อชูชีพ อีกทั้งต้องตั้งสติทุกครั้งเวลาที่เกิดเหตุร้าย ที่สำคัญผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว ไม่ควรไปไหนมาไหนเพียงลำพัง หากต้องโดยสารหรือสัญจรทางน้ำ หรือประกอบอาชีพในแม่น้ำลำคลอง”.


วันก่อน........ "เพนกวิน" โพสต์ "พวกเราไม่ใช่ 'เด็ก' ของใคร" หมายถึงที่ปลุกระดม "ล้มเจ้า" ไม่มีใครอยู่เบื้องหน้า-เบื้องหลัง พวกเขาคิดกันเอง-ทำกันเอง ว่างั้น!

ใครทน 'ธรรมศาสตร์ไม่ทน'?
สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส
"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน