เปลี่ยนไปเชียร์บอลแทนการด่าผู้อื่น


เพิ่มเพื่อน    

 วันนี้แล้ว...ที่จะได้ฤกษ์ ได้เวลา ฟาดแข้ง โม่แข้ง ระหว่างนักเตะทีมชาติฟุตบอลยุโรป รอบ 8 ทีมสุดท้าย ใน ศึกยูโร-2020 ใครที่ชอบด่า ชอบเสียดสี เยาะเย้ย เหน็บๆ แนมๆ ใครต่อใคร น่าจะได้เวลา แขวนปาก เอาไว้มั่ง หันมาดูบอล ลุ้นบอล โดยไม่ต้องเสียเวลาเบียดเบียนผู้อื่น น่าจะ เข้าท่า กว่าเป็นไหนๆ...

            ------------------------------------------------

            สำหรับคู่ก่อนเที่ยงคืน...หรือคู่นายแบงก์ นายห้างขายนาฬิกา สวิส กับกระทิงดุ สเปน นั้น น่าจะยังไม่ถึงกับซี้ดๆ ซ้าดๆ ซู้ดๆ ซ้าดๆ มากมายซักเท่าไหร่ คืออาจหนักไปทาง ต่อบอล ไปๆ-มาๆ แบบ ทิกิ-ทากา (Tiki-Taka) ตามสไตล์ของสเปนเขา กว่านายห้างขายนาฬิกาสวิส จะกระทำการ ลิงชิงบอล แล้วสาดยาวไปข้างหน้า ตามสไตล์บอลหลังวัด หรือบอลหลังโรงเรียนเลิก เผลอๆ อาจง่วงนอน หรือเผลอหลับไปเมื่อไหร่ก็ไม่แน่!!! แต่ก็นั่นแหละ...ขึ้นชื่อว่ารอบตัดเชือก แพ้แล้วแพ้เลย ยังไงๆ ก็คงมิดู-มิได้ คงต้องนั่งเฝ้าจอ ชักสะพานแหงนถ่อรอคอยไปตามสภาพ...

            ---------------------------------------------------

            แต่คู่ตีสองนี่สิทั่น!!!...ต้องเรียกว่า น่าจะระเบิดเถิดเทิง ชนิดหลับไม่ลง-ลืมไม่ลง เอาเลยถึงขั้นนั้น เพราะเป็นการโคจรมาปะทะ ระหว่างทีมระดับสุดยอดของยุโรป หรืออาจจะของโลกด้วยกันทั้งคู่ นั่นคือ ไอ้ลี่-อิตาลี ณ สปาเกตตี กับทีม ปีศาจแดงแห่งยุโรป อย่างทีม เบลเยียม ที่ระดับฝีมือ ฝีตีน นักฟุตบอลแต่ละตัว จัดอยู่ในประเภท เทพ หรือ มนุษย์ต่างดาว ไปด้วยกันทั้งสิ้น แถมยังเป็นการปะทะระหว่าง 2 กุนซือสเปนด้วยกันเอง คือระหว่าง โรแบร์โต มาร์ติเนซ อดีตมิดฟิลด์ตัวรับแห่งทีม เรอัล-ซาราโกซา ยุคพระเจ้าเหายังใส่กางเกงหูรูด ในฐานะ โค้ชเบลเยียม กับ โรแบร์โต มันชินี อดีตมิดฟิลด์ตัวรุกแห่งทีมอินเตอร์ มิลาน ลาซิโอ ซามพ์โดเรีย ฯลฯ และอีกไม่รู้กี่ทีมชั้นนำในอิตาลี ที่เพิ่งแขวนสตั๊ดไม่นานมานี้ ในฐานะ โค้ชอิตาเลียน โดยชื่อชั้น โดยราคาของทั้งคู่ ต้องเรียกว่า...อยู่ในระดับ สุกี้ขอดูตัว ด้วยกันทั้งสิ้น...

            ---------------------------------------------------

            คือคู่นี้...อันที่จริงต้องถือเป็น คู่ชิงแชมป์ยุโรป เอาเลยก็ว่าได้ เพราะโดยสนนราคา น่าจะเหนือกว่าเกือบทุกๆ ทีม ที่เข้ารอบมาใน 8 ทีมสุดท้าย แม้แต่ทีม สิงโตป่วย-อังกฤษ ก็เถอะ สำหรับเบลเยียมนั้น...แค่ได้เห็นลีลากระชากลากเลื้อย ของกองหน้าอย่าง เอแด็ง อาซาร์ ก็อาจ พลั่กๆๆ เอาง่ายๆ ยิ่งเจอกับลีลาการสาดบอลยาว ชนิดทั้งแม่น ทั้งคม ของ เควิน เดอ บรอยน์ เข้าไปอีกดอก โอกาสที่ทีมอื่นๆ จะ เอาอยู่ แทบเป็นไปไม่ได้เอาเลย แต่ก็อย่างว่านั่นแหละ...เมื่อต้องเจอกับ ไอ้ลี่ ที่ทั้งแน่น ทั้งเหนียว ทั้งคมกริบยิ่งกว่าใบมีดโกนยิลเลตต์ทวินแอคชั่น ไปด้วยกันทั้งทีม ปีศาจแดง...ก็ปีศาจแดงเถิด อาจต้องกลายสภาพเป็นผีกระสือ ผีกระหัง เอาง่ายๆ...

            ----------------------------------------------------

            อย่างไรก็ตาม...ถ้าว่ากันถึง คู่ชิง แบบของจริง-ของแท้ อาจมิอาจปฏิเสธทีม สิงโตป่วย-อังกฤษ ได้จริงๆ นั่นแหละ เพราะโอกาสที่จะ เคี้ยวหมูยูเครน แล้วฉวยโอกาสในช่วงที่ อัลบาโร โมราตา กองหน้าสเปน กำลังถนัดในการยิงนก ตกปลา แทนที่จะยิงประตูฝ่ายตรงกันข้าม เบียดขึ้นมาชิงแชมป์กับคู่ใด คู่หนึ่ง ระหว่าง เบลเยียม หรือ อิตาลี ย่อมมีความเป็นไปได้สูงเอามากๆ และอาจด้วยเหตุนี้นี่เอง...ที่รัฐบาลอังกฤษท่านเลยป่าวประกาศไว้ล่วงหน้า ว่าพร้อมที่จะเปิดสนามเวมบลีย์ต้อนรับแฟนบอล ฮูลิแกน ชนิดเต็มความจุ หรือประมาณ 60,000-70,000 คนเอาเลยถึงขั้นนั้น ไม่ว่ารอบรองชนะเลิศ หรือรอบชิงชนะเลิศก็แล้วแต่ แม้จำนวนผู้ป่วย ผู้ติดเชื้อ ในอังกฤษทุกวันนี้ จะตกอยู่ประมาณวันละ 16,400 คน มากกว่าบ้านเราไม่รู้จะกี่เท่าต่อกี่เท่าก็ตาม...

            ------------------------------------------------

            ถึงแม้บรรดาพวกหมอๆ หรือผู้เชี่ยวชาญ เขาจะขอร้อง วิงวอน เพียงใดก็ตาม ให้เปลี่ยนไปเตะที่อื่น หรือไปใช้สนามอื่น แต่ในแง่สัญชาตญาณทางการเมือง ของบรรดานักการเมืองที่ไหนๆ ก็คงไม่น่าจะผิดแผก แตกต่าง ไปจากกันซักเท่าไหร่ คือหนักไปทาง กูจะเปิด...แล้วมึงจะทำไม??? อะไรประมาณนั้น ดังนั้น...แม้ว่าอังกฤษอาจจะได้ แชมป์ยูโร ปีนี้ แต่โอกาสที่จะได้ครองตำแหน่ง แชมป์โรค ควบคู่ไปด้วย ก็ใช่ว่าจะไม่มีเอาซะเลย เพราะ สายพันธุ์ ที่กำลังมาแรง แซงโค้ง อยู่ในเกาะอังกฤษทุกวันนี้ ว่ากันว่า...คือสายพันธุ์ เดลตา ที่ติดเร็ว ติดแรง ชนิดวัคซีนบางตัวอาจจะเอาไม่อยู่ ชนิดทางการฝรั่งเศสต้องออกมาป่าวประกาศไว้ล่วงหน้า ว่าอาจเกิดการ ระบาดระลอกที่ 4 ภายในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้...

            -----------------------------------------------------

            แต่ก็เอาเป็นว่า...สำหรับ บ้านเรา ที่ไม่ต้องเสียเวลาเบียดเสียด ยัดเยียด เข้าไปในสนาม สามารถรับชมการ ถ่ายทอดสด อันเนื่องมาจากน้ำใจ ไมตรี ของรัฐบาล และเอกชนอย่างคุณ โกมล จึงรุ่งเรืองกิจ ก็น่าจะพอสบายเนื้อ-สบายตัว กันไปได้มั่งไม่มากก็น้อย อะไรก็ตาม...ที่มันก่อให้เกิดการเบียดเบียนตนเองและผู้อื่น ก็น่าจะลดๆ น่าจะเพลาๆ ลงไปซะมั่ง โดยเฉพาะสำหรับการ ด่าบิ๊กตู่ หรือ ด่ารัฐบาล ที่มันคงไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาซักกี่มาก-น้อย เพราะแม้ว่ากองหน้า กองกลาง กองหลัง แนวรุก แนวรับ ของรัฐบาลจะ ห่วยแตก เพียงใดก็ตาม แต่ด้วยเหตุที่ตลอดม้านั่งสำรอง มันไม่มีใครเหลืออยู่อีกเลย นอกซะจาก ตู่ เดลต้า รายเดียวเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้น...คงต้อง อยู่ๆ กันไป อีกซักพักใหญ่ๆ นั่นแหละทั่นอย่าไปเสียเวลาปล้ำเนื้อ ปล้ำตัว อะไรมาก สู้หันมาเชียร์บอล เชียร์ทีมรัก ทีมลุ้น น่าจะสบายใจกว่ากันเยอะเลย...

            -----------------------------------------------------

            ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Louis L’Amour ... “Every cynic is a sentimentalist under the skin. - พวกที่ชอบเยาะเย้ย ถากถาง ทุกราย... โดยเนื้อแท้ล้วนแล้วแต่เป็นคนอ่อนไหว...”

                                                               ----------------------------------------------------

 


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"