3 ป.มั่นใจฐานอำนาจ เมินวิกฤติศรัทธา ปชช.


เพิ่มเพื่อน    

หลังจากคำสั่งกึ่งล็อกดาวน์ 10 จังหวัดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ตามมาด้วยเสียงโอดครวญ การร่ำไห้ของผู้ประกอบการร้านอาหารที่มีต่อการแก้ปัญหาของรัฐบาลโควิด-19 ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด (ศบค.) ว่าเป็นการตัดสินใจผิดพลาด
สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ผิดจากผู้นำประเทศ ที่แม้พยายามแก้ปัญหา แต่มีภาพตลกผิดที่ เริงร่าผิดเวลา พร้อมพูดจาด้วยถ้อยคำ "นะจ๊ะ" ท่ามกลางการวิเคราะห์ว่ารัฐบาลมีสภาพป้อแป้ อาจไม่รอดภายในปีนี้
ความเคลื่อนไหวนี้ เข้าทางฝ่ายค้าน อย่างเช่นล่าสุด เสนอญัตติด่วนของตัวแทนพรรคการเมือง คือ พรรคเพื่อไทย ก้าวไกล ภูมิใจไทย และเสรีรวมไทย เสนอให้ยุบ ศบค. เพราะทำงานล้มเหลว เช่นเดียวกับม็อบนอกสภา ก็ประสานเสียงสุมไฟทันที กลุ่มราษฎร พยายามปลุกกระแสอีกรอบ ด้วยการปรับยุทธวิธี ลดเพดานลงมาไล่ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นอันดับแรก พร้อมขู่ว่า 120 วัน "บิ๊กตู่" จะไม่มีประเทศอยู่ ขณะที่ กลุ่มไทยไม่ทน นำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. กลุ่มประชาชนคนไทย ของนายนิติธร ล้ำเหลือ ก็ชุมนุมทำกิจกรรมไล่นายกฯอย่างต่อเนื่อง
ไม่เว้นแม้แต่ "โทนี่" ทักษิณ ชินวัตร ที่โหนกระแสผ่าน คลับเฮาส์ โจมตีรัฐบาล ทำลายความเชื่อถือระบอบ 3 ป. ที่ยึดอำนาจของพรรคเพื่อไทยไป อีกด้านหนึ่งยังหวังดึงแนวร่วมคนเสื้อแดงเดิมและคนรุ่นใหม่ให้กลับมายืนฝ่ายตัวเอง โดยประเมินว่าอาจมีการเลือกตั้งใหม่ได้ทุกเมื่อ 
ขณะที่ พี่น้อง 3 ป. แม้จะได้ยินเสียงต่อต้าน กระแสขับไล่ แต่ก็เลือกที่จะไม่สนใจ เพราะข้อเรียกร้องดังกล่าวที่ไม่มีสภาพบังคับทางกฎหมาย อีกทั้งจำนวนม็อบก็ไม่เยอะอย่างที่มีการปั่นกระแส เพราะประชาชนยังตื่นกลัวติดเชื้อโควิด ประกอบกับเป็นช่วงเวลาความเป็นความตายเกี่ยวกับปัญหาปากท้อง จึงยังไม่ใช่เวลาที่จะออกไปเรียกร้องอุดมการณ์ทางการเมือง 
จึงทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ แม้จะเจ็บและไม่สบายใจจากเสียงวิจารณ์อยู่บ้าง แต่ก็เลือกสงบปากสงบคำ ก้มหน้าแก้ปัญหาต่างๆ ของบ้านเมือง เดินหน้าเปิดประเทศภายใน 120 วัน เช่นเดียวกับ "บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ก็ออกมาปกป้องนายกฯ โดยระบุว่า "นายกฯ เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว" พร้อมทำท่าทีแปลกใจคนที่ออกมาขับไล่ สอดคล้อง "บิ๊กป๊อก" พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็ระบุว่า การแก้ปัญหาโควิดมีความซับซ้อน ไม่ใช่เรื่องที่แก้ไขกันง่ายๆ พร้อมขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือป้องกัน  
มีการประเมินสาเหตุที่ ผู้ถืออำนาจ เชื่อเช่นนี้ เพราะมั่นใจในฐานอำนาจของตัวเอง ผ่านการบ่มเพาะสะสมกำลังมาตลอด 7 ปี โดยมีกองทัพและข้าราชการเป็นกองหนุน และรัฐธรรมนูญปี 60 ที่ให้วุฒิสภาที่มีอำนาจเลือกนายกฯ มาด้วยกลไก องค์กรอิสระต่างๆ และพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่มี ส.ส.จำนวน 122 เสียง เป็นเกราะป้องกันอย่างแน่นหนา 
     ยิ่งไปกว่านั้น พปชร.ยังกล้าท้าทายกระแสสังคม ด้วยการตั้ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นเลขาธิการ พปชร. ทั้งที่มีข้อครหาเรื่องภาพลักษณ์ เพราะเชื่อในทฤษฎี "จะเป็นแมวดำหรือแมวขาวไม่สำคัญ ขอเพียงให้จับหนูได้เป็นพอ"  
เมื่อหันไปที่พรรคร่วมรัฐบาล อาทิ พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทยพัฒนา แม้จะกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่เมื่อลงเรือลำเดียวกันแล้ว ก็คงไม่ถอนตัวในเวลานี้อย่างแน่อน 
 อย่างไรก็ตาม มีการเมืองวิเคราะห์กันว่า หลังจากนี้ฝ่ายรัฐบาลจะเร่งแก้ปัญหาเรื่องวัคซีน พร้อมเดินหน้าใช้งบประมาณต่างๆ ทั้งงบประมาณปี 65 และงบเงินกู้ 5 แสนล้านบาท เพื่อสร้างคะแนนนิยม ผ่านนโยบายลดแลกแจกแถมต่างๆ และต่อเนื่องไปถึงการใช้งบประมาณในปีถัดๆไป จนครบวาระ หากไม่เกิดอุบัติเหตุทางการเมืองเสียก่อน   
ส่วนงานในสภาก็พยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญ 60 ที่ชัดเจนแล้วว่า พปชร.ต้องการแก้กติกาบัตร 2 ใบ ซึ่งก่อนหน้านี้เสนอหลายประเด็นและอ้างประชาชนบังหน้า ขณะนี้อยู่ในชั้น กมธ.แปรญัตติวาระ 2 เพื่อรองรับการเลือกตั้งครั้งหน้า เพราะเชื่อมั่นว่าจะมีคะแนนมาอันดับหนึ่งเพื่อจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว ด้วยอำนาจรัฐ นโยบาย และงบประมาณ ที่เหนือกว่าใคร    
 เพราะต้องการได้เสียง ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อเต็มจำนวน ไม่ถูกหักออกอย่างเช่นพรรคเพื่อไทยถูกกระทำในระบบเลือกตั้งบัตรใบเดียวในการเลือกตั้งปี 62 แต่สุดท้ายหากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวถูกคว่ำในวาระ 3 พปชร.ก็ยังได้เปรียบจากปัจจัยข้างต้น โดยมีส.ว.250 คน สามารถเลือก พล.อ.ประยุทธ์ กลับมาเป็นนายกฯ ได้อีกครั้ง
ความมั่นใจถึงขนาด ร.อ.ธรรมนัส ประกาศเป็นพรรคอันดับหนึ่งในการเลือกตั้งครั้งหน้า และไม่หวั่นพื้นที่ภาคอีสานที่เป็นฐานเสียงของนายทักษิณ และภาคใต้ของประชาธิปัตย์ ว่าหลังจากลงพื้นที่มาตลอดเกือบ 3 ปี มีความมั่นใจว่าตนจะชนะใจคนรากหญ้าได้ และจะเจาะภาคอีสานได้ รวมทั้งภาคใต้ จะกวาด ส.ส.ให้ได้มากกว่า 14 ที่นั่ง พร้อมยกตัวอย่างการเลือกตั้งซ่อมหลายๆ ครั้งที่ชนะทั้งหมด คือ จ.ขอนแก่น จ.ลำปาง และ จ.นครศรีธรรมราช ขึ้นมาข่มขวัญฝ่ายตรงข้าม
ด้วยเหตุนี้ แม้จะมีเสียงร่ำไห้ของชาวบ้าน และวิกฤติศรัทธาที่มีต่อรัฐบาลชุดนี้มากเพียงใด ก็ยังไม่สามารถทำอะไรได้ เว้นแต่พี่น้อง 3 ป. เบื่อไปเอง หรือประชาชนรวมเป็นหนึ่งเดียวแสดงฉันทามติผ่านการเลือกตั้งครั้งหน้า.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"