ตร.บุรีรัมย์ จับเดนคุก ขโมยเงินเจ้าของร้านชำพิการขา สารภาพนำไปเที่ยวเตร่


เพิ่มเพื่อน    

8 ก.ค.64 - พ.ต.ต.อภิภู จูประโคนสุข สว.กก.สืบสวน ภ.จว.บุรีรัมย์ พร้อมกำลังชุดสืบสวน กก.สืบสวน ภ.จว.บุรีรัมย์, ชุดสืบสวน สภ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์,นายถาวร สาละ ผู้ใหญ่บ้านศรีสมบูรณ์ ม.6 ,นายจำลอง ผะกาแก้ว ผู้ใหญ่บ้านลำเดง ม.7 และนายอนันต์ ผะกาแก้ว ผู้ใหญ่บ้านหนองอุดม ม.15  ต.โคกขมิ้น อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ ร่วมกันจับกุมตัว นายธงชัย หรือบ๋อม ปัญญาลำปาง อายุ 33 ปี ชาวบ้านศรีสมบูรณ์ ต.โคกขมิ้น อ.พลับพลาชัย พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 110 ไอ สีดำ ทะเบียน 1 กก 3241 สุรินทร์ จำนวน 1 คัน , ลูกกุญแจพร้อมพวงกุญแจแบบแถบผ้าสีแดงและสีเหลืองจำนวน 1 ดอก, รองเท้าบู้ดกันน้ำ สีดำ 1 คู่ , กางเกงขายาวสีดำ 1 ตัว , กระเป๋าสะพายลายพราง 1 ใบ , เสื้อยืดแขนสั้นสีลายขาวดำ 1 ตัว, เงินสดจำนวน 16,000 บาท , สร้อยคอทองคำน้ำหนักประมาณ 1 บาท จำนวน 1 เส้น และของกลางอื่นๆอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งตรวจยึดได้จากภายในบ้านพักของนายธงชัย หรือบ๋อม นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.พลับพลาชัย ดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหา “ลักทรัพย์ในเคหะสถาน โดยใช้ยานพาหนะ หรือรับของโจร” และนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังที่เกิดเหตุ

ทั้งนี้ สืบเนื่องจาก เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 27 มิ.ย.2564 ได้เกิดเหตุคนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 30-35 ปี สวมเสื้อแขนสั้นสีส้ม เสื้อยืดแขนสั้นสีดำคลุมหัว สวมรองเท้าบู้ดกันน้ำ ขับขี่รถจักรยานยนต์เวฟสีดำ ได้เข้าไปก่อเหตุลักทรัพย์ภายในบ้านของ น.ส.กษัย เหลือสนุก อายุ 59 ปี ชาวบ้านหนองอุดม ต.โคกขมิ้น อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเปิดเป็นร้านขายของชำ โดยได้ลักเอาเงินสดประมาณ 10,000 กว่าบาท กับบัตร เอ.ที.เอ็ม. ธนาคาร ธ.ก.ส. กับธนาคารออมสิน รวม 2 ใบ หลบหนีไป

หลังรับแจ้ง พ.ต.อ.สาธิต สถิตถาวร ผกก.สืบสวน ภ.จว.บุรีรัมย์ ได้สั่งการให้ พ.ต.ต.อภิภู จูประโคนสุข สว.กก.สืบสวน ภ.จว.บุรีรัมย์ พร้อมกำลังร่วมกับ ชุดสืบสวน สภ.พลับพลาชัย และประสานผู้นำชุมชนในพื้นที่ออกติดตามสืบสวนหาข่าว และตรวจภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ รวมถึงพื้นที่หมู่บ้าน และอำเภอข้างเคียงที่คาดว่าจะใช้หลบหนีเรื่อยมา

กระทั่งวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา พบชายต้องสงสัย อายุประมาณ 30-35 ปี ซึ่งมีรูปพรรณและใช้รถจักรยานยนต์ตรงตามที่รับแจ้ง ได้ใช้ผ้าคลุมหน้าเข้าไปกดเงินยังธนาคาร ธ.ก.ส.สาขา อ.พลับพลาชัย และตู้เอ.ที.เอ็ม.ธนาคารออมสิน และตู้ เอ.ที.เอ็ม. ธนาคารต่างๆใน อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ จึงได้ติดตามสืบสวนจนทราบว่า ชายคนดังกล่าวคือ นายธงชัย หรือบ๋อม ปัญญาลำปาง อายุ 33 ปี เป็นชาวบ้านศรีสมบูรณ์ ต.โคกขมิ้น อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นหมู่บ้านใกล้กันกับบ้านที่เกิดเหตุ อีกทั้ง นายธงชัย หรือบ๋อม มีพฤติการณ์ลักทรัพย์เข้าออกคุกเป็นว่าเล่น และเพิ่งพ้นโทษออกมาได้ไม่นานในคดีลักทรัพย์

ต่อมา พ.ต.ต.อภิภู พร้อมชุดจับกุมเข้าตรวจสอบและจับกุมตัว นายธงชัย หรือบ๋อม ได้ในบ้านพัก พร้อมตรวจยึดของกลางต่างๆที่ใช้ในวันก่อเหตุ เงินสดและทรัพย์สินต่างๆที่นายธงชัย หรือบ๋อม ได้นำบัตรเอ.ที.เอ็ม.ของผู้เสียหายไปกดเงินออกมา

สอบถาม นายธงชัย หรือบ๋อม ให้การยอมรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุลักทรัพย์ดังกล่าวจริง โดยได้นำบัตร เอ.ที.เอ็ม.ของผู้เสียหายไปกดเงินจากตู้ ธ.ก.ส.พลับพลาชัย ได้เงินไปจำนวน 60,000 บาท และได้นำบัตรเอทีเอ็มไปกดเงินที่ตู้ เอ.ที.เอ็ม. ปตท.ประโคนชัย แต่กดเงินออกไม่ได้ เนื่องจากผู้เสียหายน่าจะรู้ตัวและโอนเงินออกจากบัญชีประมาณ 13,000 บาท หลังจากได้เงินมาแล้วก็ไปใช้เที่ยวเตร่ และนำเงินไปซื้อสร้อยคำทองคำ น้ำหนัก 1 บาท ที่ร้านทองแห่งหนึ่งใน อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ และเหลือเงินอีก 16,000 บาท ที่ตำรวจมาตรวจยึดได้ในบ้านพัก ส่วนเสื้อแขนสั้นสีส้ม เสื้อยืดแขนสั้นสีดำที่ใช้คลุมหัว และถุงมือสีแดง ที่ใส่ในวันก่อเหตุ นายธงชัย หรือบ๋อม ได้นำไปเผาทิ้งบริเวณทุ่งนาระหว่างทางหลบหนี

ด้าน น.ส.กษัย ผู้เสียหายรายนี้ เล่าให้ฟังทั้งน้ำตาว่า ตนพิการขาเดินเหินลำบาก อาศัยอยู่ตามลำพังกับลูกสาว 1 คน ซึ่งกำลังเรียนอยู่ชั้นปี 1 มหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย์ ส่วนสามีได้เสียชีวิตไปก่อนหน้าหลายปีแล้ว ตนจึงหาเลี้ยงชีพโดยการเปิดร้านขายของชำร้านเล็กๆ ในหมู่บ้าน เพื่อหาเงินส่งลูกเรียน เนื่องจากตนเรียนจบเพียงชั้น ป.4 และอยากให้ลูกสาวได้เรียนจบสูงๆ เพื่อหวังให้ลูกได้ทำงานที่ดี จึงเก็บหอมรอมริบเก็บเล็กผสมน้อยไว้ให้ลูกสาวไปเป็นทุนศึกษาเล่าเรียน กระทั่งวันเกิดเหตุได้มีชายวัยรุ่นขี่รถมอเตอร์ไซด์ สีดำ ปิดหน้าปิดตา เข้ามาซื้อเบียร์ที่ร้าน เมื่อยื่นเบียร์ให้เสร็จตนได้เดินไปหลังบ้าน และได้ยินเสียงคล้ายมีคนรื้อข้าวของ จึงเดินออกมาดู พบว่า วัยรุ่นคนดังกล่าวได้วิ่งออกจากในบ้าน และรีบขับรถมอเตอร์ไซด์หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงรีบเข้าไปดูข้าวของภายในบ้าน พบว่าเงินสดที่เก็บไว้ประมาณ 10,000 กว่าบาท และบัตร เอ.ที.เอ็ม.อีก 2 ใบ ได้หายไปด้วย จึงรีบไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน

“รู้สึกปลาบปลื้มใจ และขอขอบคุณตำรวจ ที่เป็นที่พึ่งของชาวบ้านได้อย่างแท้จริง ที่สามารถจับตัวคนร้ายมาได้ เพราะไม่คิดว่าจะตามตัวได้ ทั้งยังได้เงินคืนบางส่วน เนื่องจากผ่านไปหลายวันแล้ว และเป็นเงินที่เก็บมาตลอดชีวิต หากไม่ได้คืนก็ไม่รู้จะหาเงินที่ไหนมาให้ลูกเรียน คงต้องไปกู้หนียืมสิน ดอกล้นพ้นตัวแน่” น.ส.กษัย กล่าว


"ฝ่ายค้าน" นี่ วันๆ ขยันอ่านแต่รัฐธรรมนูญนะ อ่านหาช่อง ว่ามีมาตราไหนใช้เป็นเหตุให้ "พลเอกประยุทธ์" พ้นวงจรการเมืองได้บ้าง?

นายกฯ "ยิ่งถูกด่า-ยิ่งเด่น"
"อุตสาหกรรมภาพยนตร์"
เรื่องของ"กบเลือกนาย"
แซะจน "เสียมหัก" จนได้
"ก็...ไม่ได้กู้มาโกงนี่ครับ"    
"ข่าวนิมิต" ๒ ป.แตกกัน