'ดร.พิชาย'ชำแหละความผิดพลาดรัฐบาลประยุทธ์ทำให้สถานการณ์โควิดก้าวสู่ภาวะ chaos


เพิ่มเพื่อน    



09 ก.ค.64 - รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อดีตคณะบดีพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม  สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า)และประธานคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) โพสตข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
สถานการณ์โควิดไทยกำลังก้าวสู่ภาวะ chaos
แบบแผนการแพร่ระบาดโควิดในเวลานี้ เป็นการระบาดแบบทั่วหน้า หรือ ระบาดไปทุกหนทุกแห่งทั่วประเทศ    ไม่ใช่เป็นกลุ่ม ๆ แบบเดิม  สิ่งนี้เกิดขึ้น เพราะความผิดพลาดและไร้ประสิทธิภาพอย่างรุนแรงในการจัดการโควิด19 ของรัฐบาลประยุทธ์

1 แหล่งตรวจโรคไม่เพียงพอ
      1.1  มีประชาชนจำนวนรอคิวล้นทะลัก นอนรอข้างถนน เพื่อตรวจว่า ตนเองติดเชื้อโควิดหรือไม่
      1.2 คนจำนวนมากเดินไปหาโรงพยาบาลหลายแห่ง แต่ถูกปฏิเสธครั้งแล้วครั้งเล่า

2. แหล่งรักษาพยาบาลไม่พอ
     2.1  คนจำนวนมากเมื่อรู้ว่า ตนเองเป็นโควิด ไม่อาจหาสถานพยาบาลเข้ารักษาได้  หลายคนนอนตายคาบ้าน
    2.2  มีผู้ป่วยหนักจำนวนมาก ที่รอเครื่องช่วยหายใจ
    2.3 โรงพยาบาลเกือบทุกแห่งในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลประกาศว่าเตียงเต็ม
    2.4  มีความพยายามเพิ่มโรงพยาบาลสนาม  แต่ดูล่าช้า  และไม่พอ  จึงออกมาตรการให้ประชาชนจำนวนหนึ่งที่อาการไม่หนักมากรักษาตนเองที่บ้าน
    2.5  มีนโยบายปิดแคมป์แรงงาน  ทำให้เกิดการแพร่กระจายของโควิดไปทั่วประเทศ จะเห็นได้ชัดว่า  หลังปิดแคมป์คนงาน ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่วันจากระดับ 3-4 พันคนต่อวัน  กลายเป็น 7- 9 พันคนต่อวัน


3. วัคซีน
  3.1  วัคซีนหลักบางตัวที่ใช้มีประสิทธิภาพไม่เพียงพอในการหยุดยั้งการแพร่เชื้อ  โควิดได้  แม้จะฉีดแล้วสองเข็ม ก็ยังมีคนติดเชื้อจำนวนมาก ดังนั้นวัคซีนนี้ไร้สมรรถนะในการหยุดยั้งการระบาดของโรค   กระนั้นรัฐบาลก็ยังยืนยันการใช้วัคซีนตัวนี้ต่อไป
        แม้ว่าในภายหลังจะมีการสั่งวัคซีนที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันมากกว่ามาใช้บ้างแล้วก็ตาม  แต่ไม่เพียงพอและล้าช้ามาก   การเลือกใช้วัคซีนที่คุณภาพต่ำในช่วงต้นของรัฐบาลเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดอย่างร้ายแรง
       อย่าลืมว่าเป้าหมายหลักของการใช้วัคซีนคือ การป้องกันการติดเชื้อ  ส่วนการบรรเทาความรุนแรงของการเจ็บป่วยเป็นเป้าหมายรองเท่านั้น   แต่ที่ผ่านมารัฐบาลมักนำเป้าหมายรองมาตอกย้ำเพื่อกลบเกลื่อนความผิดพลาดของตนเอง
  3.2  ยุทธศาสตร์การเลือกกลุ่ม และจัดลำดับความสำคัญกลุ่มเป้าหมายในการฉีดวัคซีนผิดพลาด  และไม่คงเส้นคงวา  ทั้งยังมีการให้โควต้าแก่ข้าราชการระดับสูงและนักการเมืองบางคน  ก็ยิ่งทำให้ยุทธศาสตร์สับสน  และไม่สามารถบรรลุเป้าหมายในการใช้วัคซีนเพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดโรคได้

 


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"