เฟซบุ๊กขึ้นบัญชีดำพระสงฆ์พม่าหัวรุนแรง


เพิ่มเพื่อน    

ฟซบุ๊กเพิ่งขยับขึ้นบัญชีดำกลุ่มพระสงฆ์พม่าหัวแข็งกร้าว ที่เทศนายั่วยุปลุกปั่นให้ชาวพุทธเกลียดชังชาวมุสลิมโรฮิงญาในพม่า

ชายชาวพม่าในนครย่างกุ้งใช้บานเฟซบุ๊กผ่านสมาร์ทโฟน / AFP

    คำแถลงของเครือข่ายสังคมออนไลน์ยักษ์ใหญ่จากสหรัฐเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 มิถุนายน 2561 เป็นความพยายามล่าสุดของพวกเขาที่ต้องการแสดงให้เห็นว่าเฟซบุ๊กจัดการกับคอนเทนต์ที่โหมกระพือกระแสความรู้สึกเดือดดาล หลังจากเฟซบุ๊กมีบทบาทอย่างมากต่อผู้ใช้ในประเทศพม่า ที่แม้จะเพิ่งใช้สื่อสังคมออนไลน์นี้ไม่นานแต่ก็มีผู้ใช้งานมากถึง 18 ล้านรายจากประชากรราว 50 ล้านคน

    ก่อนหน้านี้คณะสอบสวนขององค์การสหประชาชาติเคยระบุว่า เฟซบุ๊กได้แปรสภาพเป็นสัตว์ร้ายในพม่า เฮตสปีชหรือถ้อยวาจาจากความเกลียดชัง และการปลุกปั่นยุยงให้เกิดความรุนแรงมีอยู่อย่างดาษดื่นในสื่อสังคมออนไลน์นี้

    การปลุกปั่นยุยงให้เกิดความรุนแรงและถ้อยวาจาสร้างความเกลียดชังต่อชนกลุ่มน้อยโรฮิงญา ผ่านทางเฟซบุ๊กเกิดขึ้นหลายหลายปีก่อนจะเกิดวิกฤติในรัฐยะไข่เมื่อปีที่แล้ว ที่ทำให้ชาวมุสลิมโรฮิงญาอพยพทิ้งถิ่นฐานราว 700,000 คน

    สัปดาห์นี้เฟซบุ๊กได้ห้ามขบวนการสงฆ์ชาตินิยม มะบ๊ะต๊ะ ของพม่าจากการใช้แพลตฟอร์มของตน และยังห้ามพระสงฆ์พม่าชื่อดังอีก 2 รูปที่ยุให้ชาวพุทธเกลียดชังโรฮิงญา

    เดวิด คาราเกลียโน ผู้จัดการฝ่ายนโยบายคอนเทนต์ของเฟซบุ๊ก กล่าวว่า บริษัทไม่อนุญาตให้พระเหล่านี้ใช้เฟซบุ๊ก และจะลบบัญชีและเนื้อหาที่สนับสนุน ยกย่อง หรือกล่าวแทนบุคคลหรือองค์กรเหล่านี้

    เฟซบุ๊กขึ้นบัญชีดำพระวีระธู สงฆ์รูปดังของพม่าแล้วตั้งแต่เดือนมกราคม และพระสงฆ์สุดโต่ง 2 รูปที่โดนขึ้นบัญชีล่าสุดคือพระปาร์มุกขะ และพระธุเศษฐา

    นักเคลื่อนไหวเคยกล่าวโจมตีเฟซบุ๊กว่าดำเนินการล่าช้ามากกว่าจะลบโพสต์ที่ประสงค์ร้าย หลังจากได้รับแจ้งเกี่ยวโพสต์เหล่านี้ ซึ่งเนื้อหาบางเรื่องถูกผู้ใช้ส่งต่อๆ กันแล้วกว่า 48 ชั่วโมง ตัวอย่างก็เช่น โพสต์ที่เรียกร้องให้ฆ่านักข่าวมุสลิมรายหนึ่ง และโพสต์เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ที่กล่วว่าชาวพุทธและมุสลิมต่างเตรียมการโจมตีอีกฝ่าย

     ไซมอน มิลเนอร์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก กล่าวว่า เฟซบุ๊กเพิ่มจำนวนบุคลากรในสิงคโปร์และกรุงเทพฯ เพื่อดูแลเนื้อหาเกี่ยวกับพม่าโดยเฉพาะ รวมถึงผู้ที่ใช้ภาษาพม่าด้วย แต่เขาไม่เปิดเผยว่าใช้เจ้าหน้าที่กี่คนในเรื่องนี้.

 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.