จากมาตรการ CDM ถึง BCA เพื่อลดโลกร้อน แต่เพิ่มอุปสรรคให้การค้าระหว่างประเทศ (ตอนที่ 1)


เพิ่มเพื่อน    

จากมาตรการ CDM ถึง BCA เพื่อลดโลกร้อน แต่เพิ่มอุปสรรคให้การค้าระหว่างประเทศ (ตอนที่ 1)

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) หรือภาวะโลกร้อน (Global Warming) นับว่าเป็นหนึ่งในความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงรูปใหม่ของโลก รวมทั้งเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติในเชิงมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม จากสภาพปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกที่ยังคงร้ายแรงขึ้นทุกวัน แม้ว่าในระยะที่ผ่านมาหลายประเทศได้พยายามสร้างความร่วมมือ และมีข้อตกลงเพื่อควบคุมปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้อยู่ระดับควบคุมได้ ตัวอย่างที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม ได้แก่ ความร่วมมือข้อตกลงพิธีสารเกียวโต (Kyoto Protocol) ซึ่งได้ระบุให้กลุ่มประเทศพัฒนาแล้วตามภาคผนวกที่ 1 มีพันธกรณีในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากปีฐาน ค.ศ.1990 ให้ได้ภายในปี ค.ศ.2012 ทั้งนี้ ในพิธีสารเกียวโต อนุญาตให้ประเทศที่พัฒนาแล้ว (ภาคผนวกที่ 1) สามารถใช้เครื่องมือที่เรียกว่า “กลไกการพัฒนาที่สะอาด (Clean Development Mechanism : CDM) ที่อนุญาตให้ประเทศในภาคผนวกที่ 1 สามารถดำเนินโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในประเทศนอกกลุ่มภาคผนวกที่ 1 ได้ และนำมาใช้ในการลดการปล่อยก๊าซในประเทศตนได้ ซึ่งคาดหวังว่า CDM จะเป็นกลไกที่ทำให้ต้นทุนในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำลงอยู่ระดับที่พอรับได้ และเป็นเครื่องมือในการส่งต่อ และถ่ายทอดเทคโนโลยีจากประเทศที่พัฒนาแล้ว ไปสู่ประเทศกำลังพัฒนา

อนึ่ง มาตรการกลไกการพัฒนาที่สะอาด (CDM) ได้สิ้นสุดลงเมื่อ ค.ศ.2012 แต่ปริมาณการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกก็ยังไม่บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ จึงได้มีความพยายามที่จะดำเนินการเจรจาร่วมกันเกี่ยวกับแนวทางการจัดการปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก และการจัดสรรพันธกรณีระหว่างประเทศในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจากแทนพิธีสารเกียวโตที่ได้สิ้นสุดลงไปแล้ว

มาตการการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน 
จากมาตรการ CDM ที่กล่าวมาแล้ว ประเทศที่พัฒนาแล้ว (ประเทศในกลุ่มภาคผนวกที่ 1) ต้องมีมาตรการที่เข้มงวดในการจัดการลดก๊าซเรือนกระจกของตน ทำให้มีต้นทุนสินค้าที่เพิ่มขึ้น และเริ่มตระหนักว่าอุตสาหกรรมของประเทศตนเองสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน จึงมีความพยายามที่จะเชื่อมโยงการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกับการค้าระหว่างประเทศ ดังนั้นประเทศที่พัฒนาแล้ว ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป (EU) และญี่ปุ่น เป็นต้น พยายามที่จะคิดค้นมาตรการใหม่ขึ้นมาที่เรียกว่ามาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (Border Carbon Adjustment : BCA) ซึ่งเป็นมาตรการที่พยายามจะลดความได้เปรียบของสินค้านำเข้าจากประเทศที่กำลังพัฒนาที่มีข้อบังคับเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าสินค้าที่ผลิตในประเทศของตน ทั้งนี้ มาตรการอาจจะอยู่ในรูปแบบการเก็บภาษีนำเข้า หรือการบังคับใช้มาตรฐานการผลิตบางประการแก่ประเทศคู่ค้าได้ เช่น กำหนดให้ประเทศผู้ส่งออกต้องซื้อคาร์บอนเครดิต เพื่อชดเชยความต้องการการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในขบวนการผลิต ซึ่งตนเองปล่อยในอัตรามากกว่าประเทศที่นำเข้า
    

อย่างไรก็ตาม ยังมีความคิดเห็นที่ขัดแย้งระหว่างประเทศที่พัฒนาแล้วกับประเทศกำลังพัฒนา โดยประเทศที่พัฒนาแล้วเห็นว่ามาตรการ BCA เป็นมาตรการที่ดี เป็นการลดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าที่นำเข้าจากประเทศกำลังพัฒนาที่มีข้อกำหนดในการปล่อยก๊าซคาร์บอนน้อยกว่าประเทศของตน รวมทั้งยังเป็นเครื่องมือในการควบคุมปัญหาการรั่วไหล หรือการย้ายฐานการผลิต (Carbon Leakage and Offshoring) และยังเป็นการบังคับให้ประเทศกำลังพัฒนามีส่วนร่วมรับผิดชอบในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อีกด้วย ในทางตรงกันข้าม ประเทศกำลังพัฒนาส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการบังคับใช้มาตรการ BCA เนื่องจากเห็นว่าเป็นการใช้เครื่องมือทางด้านสิ่งแวดล้อมมากีดกันทางการค้า และเป็นการผลักภาระความรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อนของประเทศพัฒนาแล้ว มาให้กับประเทศกำลังพัฒนา โดยมองข้ามหลักการความรับผิดชอบร่วมกันในระดับที่แตกต่างกัน (Common but Differentiated Responsibilities) ตามที่ได้ตกลงกันไว้แต่แรก
    

อย่างไรก็ตาม ประเทศสหรัฐอเมริกาได้พยายามเอามาตรการ BCA มาใช้ให้ได้ โดยในปี ค.ศ.2009 ผู้แทนทางสหรัฐอเมริกาได้ผ่านร่างกฎหมาย The American Clean Energy and Security Act.2009) โดยจะบังคับใช้ BCA กับสาขาการผลิตบางชนิด ซึ่งประเทศกำลังพัฒนา รวมถึงประเทศไทยด้วยย่อมได้รับผลกระทบโดยตรงต่อมาตรการดังกล่าว.

 

โดย วีระพล จิรประดิษฐกุล 


นักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับสูง (นยปส.) รุ่นที่ ๑๒ เชิญ "นางเมทินี ชโลธร" ประธานศาลฎีกา  ไปบรรยายพิเศษเรื่อง "บทบาทของกระบวนการยุติธรรมกับการแก้ไขปัญหาการทุจริตของประเทศไทย" ในวงสัมมนา ที่ ป.ป.ช.สนามบินน้ำ เมื่อวาน (๑๗ ก.ย.๖๔)  

กกต.เปิดยอดเงินบริจาคพรรคการเมืองเดือนก.ค.รวม 12 พรรค 'ภูมิใจไทย'รับสูงสุด 2 ล้าน
"หดหัวในกระดอง"?!
"ทุบโต๊ะ" แค่คิดก็ "พัง" แล้ว
"ประชารัฐ-ธรรมนัส"    
"ฆาตกร"ในระบบ IO
รุ่นใหม่"ลลิษา มโนบาล"