
18 ก.ค.64-รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า หากผมเป็นผู้บริหารบ้านเมือง ผมจะตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ สุดกำลังความสามารถ ผมจะพยายามเลือกหาคนมาทำงาน พยายามประเมินว่าดีและเก่ง มีความรู้ในเรื่องที่จะรับผิดชอบเป็นอย่างดี และแน่นอนว่าคงดูเรื่องศีลธรรมจรรยาเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะทราบดีว่าการอยู่ในตำแหน่งบริหารบ้านเมืองนั้นต้องการคนที่นอกจากเก่งแล้ว ต้องมีความซื่อสัตย์สุจริต ดำรงตนโดยหลักคุณธรรม จริยธรรม ศีลธรรม รู้ดีรู้ชั่ว รู้ผิดรู้ชอบ มีความละอายและเกรงกลัวต่อบาป
รศ.นพ.ธีระ ระบุว่า แม้จะเลือกเฟ้นมาแล้ว ผมก็ยังคงประเมินการทำงาน ทั้งของตนเองและทีมงานแต่ละคนอย่างสม่ำเสมอ นอกจากประเมินด้วยสายตาของตนเองที่จะสังเกตการทำงานแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการทำงาน เพราะเห็นเป็นรูปธรรมที่สุด ยามใดที่เกิดวิกฤติบ้านเมือง ยามนั้นย่อมเป็นบทพิสูจน์ความสามารถของผมและทีมงาน ว่าจะบริหารบ้านเมืองให้ผ่านพ้นวิกฤติไปได้หรือไม่ หากวิกฤตินั้นมีความสัมพันธ์กับการกระทำของทีมงานคนใด ก๊กใด หรือหลายคนหลายก๊ก แม้ผมจะแยกความเกรงใจ ความใกล้ชิด ความสัมพันธ์ที่มีอยู่ระหว่างผมกับทีมงาน ออกจากการประเมินผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนั้น เพราะทราบดีว่า การบริหารบ้านเมืองคือความรับผิดชอบในชีวิตของทุกคนในสังคมเป็นหลัก
"ผมจะทำการประเมินอย่างตรงไปตรงมา และถ้าพบว่าวิกฤตินั้นเกิดขึ้นจากการทำงานที่ไม่ดี ไม่ถูกต้อง ของทีมงาน ผมจะไม่ลังเลใจที่จะว่ากล่าวตักเตือน และหาทางปรับปรุงแก้ไขโดยเร่งด่วน โดยจะสื่อสารกับทุกคนในสังคมด้วยตนเองถึงเรื่องที่เกิดขึ้น และแผนการจัดการปรับปรุงแก้ไข รวมถึงการป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก แต่หากวิกฤตินั้นมันเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ย่อมบ่งถึงการขาดคุณสมบัติที่เหมาะสมในการดำรงตำแหน่งนั้นๆ และยิ่งหากปัญหาวิกฤติเหล่านั้นเกิดจากการขาดคุณธรรม จริยธรรม ศีลธรรม ก็ยิ่งสะท้อนหนักกว่าเรื่องการขาดทักษะความสามารถ ไม่ว่าจะกรณีแรกหรือกรณีหลัง ผมย่อมทราบในจิตใต้สำนึกของผมเองโดยอัตโนมัติว่า จำเป็นต้องแสดงความรับผิดชอบต่อวิกฤติที่เกิดขึ้นมา"
รศ.นพ.ธีระบอกว่า ทางเลือกที่ผมมี มีไม่มากนัก หนึ่ง เปลี่ยนคนหรือกลุ่มคนที่ไม่ดีนั้นออกไป และเร่งหาคนที่มีคุณสมบัติที่จะช่วยกันจัดการวิกฤติได้อย่างมีประสิทธิภาพมาแทน หรือ สอง หากวิกฤตินั้นมันหนักหนามาก เกินกว่าที่ผมจะจัดการได้ในเวลาอันสมควร ผมจะแสดงความรับผิดชอบด้วยตัวเอง และเปิดโอกาสให้ทุกคนในสังคมช่วยกันหาคนที่เหมาะสมมาบริหารบ้านเมืองแทน แต่ทางเลือกอื่นที่ไม่มีวันที่ผมจะเลือกทำคือ การทู่ซี้ ยืนดู นั่งดู นอนดู คนไม่ดี หรือกลุ่มคนที่ไม่ดี ปู้ยี่ปู้ยำทำอันตรายต่อบ้านเมือง หรือทำให้เกิดความสูญเสียต่อสังคมที่มีประชาชนมากมายต้องรับกรรม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพ ชีวิต หรือเศรษฐกิจก็ตาม อย่างไรก็ตาม น่าเสียดายที่แนวคิดดังกล่าวนั้นเป็นเพียงแนวคิดที่ผมยังหาตัวอย่างที่ปฏิบัติให้เห็นจริงไม่ได้ และแท้จริงแล้วมันคือหลักธรรมภิบาลนั่นเอง
|
ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802 |
| นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร' |
| อนาคต 'คนนินทาเมีย' |
| 'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ' |
| ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ |
| วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง" |
| "การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา. |