ทบ. เร่งตั้ง รพ.สนาม 'สโมสรทหารบก' 400 เตียง พบทหารใหม่ติดเชื้อก่อนเข้าประจำการ 69 นาย


เพิ่มเพื่อน    

22 ก.ค.64 - พลโทสันติพงศ์ ธรรมปิยะ รองเสนาธิการทหารบก และผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 กองทัพบก (ผอ.ศบค.19 ทบ.) เปิดเผยว่า ตามที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นรม./รมว.กห. มีข้อห่วงใยต่อประชาชนในสถานการณ์การแพร่ะระบาดโควิด-19 ในปัจจุบัน ที่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และบางส่วนยังตกค้างไม่ได้เข้ารับการรักษาตามระบบ ทำให้เกิดข้อกังวลใจทั้งตัวผู้ป่วยเองและญาติที่อาจมีการแพร่กระจายเชื้อต่อได้ และสั่งการให้ทุกเหล่าทัพระดมทรัพยากรดูแลประชาชน ขยายขีดความสามารถของโรงพยาบาลสนามที่มีอยู่เดิมและเพิ่มการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามในพื้นที่หน่วยทหาร

ในส่วนของกองทัพบก มีสถานภาพโรงพยาบาลสนามทั่วประเทศที่ได้สนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์, สิ่งอุปกรณ์และสถานที่ในหน่วยทหาร ร่วมกับ สธ.จังหวัด รวม 19 แห่ง รองรับผู้ป่วยได้ 3,323 เตียง และล่าสุด พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก ได้สั่งการให้หน่วยทหารทั่วประเทศ ใช้อาคารสโมสรหรืออาคารเอนกประสงค์ในค่ายทหารทั่วประเทศ เป็นโรงพยาบาลสนามศูนย์คัดกรอง เพื่อประเมินอาการ และดูแลผู้ป่วยสีเขียวในเบื้องต้น ก่อนประสานส่งต่อให้เข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลตามระบบของ สธ. แต่ละพื้นที่ต่อไป ซึ่งในพื้นที่ กทม. จะใช้สโมสรทหารบก ถ.วิภาวดี จัดเตรียมตั้งเป็น “โรงพยาบาลสนามศูนย์คัดกรอง (สโมสร ทบ.)” เพื่อเป็นศูนย์แรกรับผู้ป่วย ประเมินและดูแลผู้ป่วยสีเขียวในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล ก่อนส่งต่อเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลที่ สธ. กำหนด เมื่อพร้อมเปิดดำเนินการจะสามารถรองรับผู้ป่วยได้ประมาณ 300-400 เตียง

สำหรับการป้องกันควบคุมโรค เพื่อดูแลทหารกองประจำการผลัด 1/2564 ที่เพิ่งเข้าประจำการใน 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา และเรื่องมาตรฐานการฝึกนั้น ตั้งแต่วันที่ 6 -20 ก.ค.64 โรงพยาบาลสังกัดกองทัพบกในพื้นที่ค่ายทหารทั้ง 37 แห่งได้ฉีดวัคซีนโควิดเข็มแรกให้กับทหารใหม่ตามแผนที่ได้รับการจัดสรรวัคซีนจาก ศบค. มีการลงทะเบียนข้อมูลในระบบสาธารณสุข ประเมินสภาพร่ายกายผู้ที่จะเข้ารับการฉีด ประวัติสุขภาพ พร้อมให้คำแนะนำสังเกตอาการหลังฉีด

ทั้งนี้ช่วง14 วันที่ผ่านมากองทัพบกได้ฉีดวัคซีนCOVID-19ให้ทหารใหม่ไปแล้ว 33,561 นาย คิดเป็น 96% ของผู้ที่เข้ามาประจำการ โดยมีทหารใหม่บางนายได้รับวัคซีนมาแล้วก่อนเข้าประจำการ ส่วนผู้ที่มีข้อจำกัด สาเหตุจากร่างกายยังไม่พร้อมในขั้นต้นหน่วยฝึกทหารใหม่ได้ชะลอการฉีดและให้เข้ารับวัคซีนเมื่อพร้อมในลำดับต่อไป ในภาพรวมการฉีดวัคซีนทหารใหม่ในครั้งแรกนี้ดำเนินการได้อย่างเรียบร้อย ทหารใหม่ส่วนใหญ่ดีใจที่ได้รับการฉีดวัคซีน ทำให้มั่นใจในสุขภาพและการสร้างภูมิคุ้มกันโรคของตนเอง ช่วยคลายความกังวลของครอบครัว

สำหรับการตรวจคัดกรองหาเชื้อตั้งแต่วันแรกของการรายงานตัว โรงพยาบาลค่ายประจำพื้นที่ด้วยการตรวจร่างกาย ซักประวัติ แยกประเภทกลุ่มเสี่ยง การตรวจหาเชื้อ และการส่งตรวจซ้ำด้วยวิธี RT- PCR จากนั้นคัดแยกประเภทของกลุ่มทหารใหม่ตามประวัติ อาการ และความเสี่ยง ก่อนส่งทหารใหม่เข้ารับการกักตัวเพื่อสังเกตุอาการ 14วัน

ส่วนทหารใหม่ที่มีอาการ มีผลตรวจเป็นบวกหรือพบการติดเชื้อได้ถูกส่งเข้ารับการรักษาที่ รพ.ค่าย หรือ รพ.สนาม ที่จัดเตรียมไว้ เมื่ออาการกลับสู่ปกติและตรวจไม่พบการติดเชื้อ ก็จะส่งตัวเข้าหน่วยฝึกทหารใหม่เพื่อรับการฝึกต่อไป สำหรับผลการตรวจ 34,822 นาย พบติดเชื้อมาก่อนเข้าประจำการจำนวน 69 นาย คิดเป็น 0.19% ของทหารใหม่ผลัดนี้ทั้งหมด โดยตรวจพบในวันแรกที่เข้าหน่วยจำนวน 41 นาย และตรวจพบเพิ่มในระหว่างกักตัวสังเกตุอาการอีก 28นาย ซึ่งหน่วยฝึกได้นำทั้งหมดเข้ารับการรักษา ณ โรงพยาบาลค่ายประจำพื้นที่ เรียบร้อย

ปัจจุบันมียอดทหารใหม่ที่ติดเชื้อและยังอยู่ในระหว่างรับรักษา 54 นาย( 21 กค.64) อย่างไรก็ตาม ยอดการติดเชื้อของทหารใหม่ดังกล่าวนับว่ามีจำนวนน้อย อยู่ในเกณฑ์ตามที่กองทัพบกประเมินไว้ ประกอบกับการวางแผนดูแลและกำหนดมาตรการเฉพาะไว้อย่างครบวงจร ทำให้ตรวจพบผู้ติดเชื้อได้ตั้งแต่เริ่มเข้าหน่วยทหาร และนำเข้าสู่กระบวนการรักษาตามระบบการแพทย์ที่เตรียมไว้ สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้

นอกจากนี้การตรวจพบทหารใหม่ติดเชื้อก่อนประจำการดังกล่าว ยังเป็นผลดีต่อทหารใหม่ที่จะได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ลดภาระของตนเองและครอบครัว ลดการแพร่กระจายเชื้อไปสู่ภายนอก ช่วยลดภาระของหน่วยงานสาธารณสุข และหน่วยฝึกทหารใหม่ยังถือได้ว่าเป็นจุดคัดกรองโรคอีกทางหนึ่งด้วย และไม่ว่าทหารใหม่จะมีการติดเชื้อมาก่อนหรือไม่มีการติดเชื้อก็ตาม นโยบายของกองทัพบกยังคงให้ความสำคัญสูงสุดต่อการปฎิบัติตนตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ในระดับบุคคล หน่วยทหาร ทั้งในระหว่างการฝึก การปฎิบัติภารกิจ หรือการดำรงชีวิตประจำวัน อย่างเคร่งครัดตามแนวทาง ศบค.


นักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับสูง (นยปส.) รุ่นที่ ๑๒ เชิญ "นางเมทินี ชโลธร" ประธานศาลฎีกา  ไปบรรยายพิเศษเรื่อง "บทบาทของกระบวนการยุติธรรมกับการแก้ไขปัญหาการทุจริตของประเทศไทย" ในวงสัมมนา ที่ ป.ป.ช.สนามบินน้ำ เมื่อวาน (๑๗ ก.ย.๖๔)  

กกต.เปิดยอดเงินบริจาคพรรคการเมืองเดือนก.ค.รวม 12 พรรค 'ภูมิใจไทย'รับสูงสุด 2 ล้าน
"หดหัวในกระดอง"?!
"ทุบโต๊ะ" แค่คิดก็ "พัง" แล้ว
"ประชารัฐ-ธรรมนัส"    
"ฆาตกร"ในระบบ IO
รุ่นใหม่"ลลิษา มโนบาล"