เสี้ยมพรรคร่วมทิ้งประยุทธ์ เตือนไทยเข้าสู่จุดโกลาหล


เพิ่มเพื่อน    

ดาหน้าจวก "รัฐบาล" หลงทางแก้ปัญหาโควิดแบบโง่ๆ "พท." หยันล็อกดาวน์เข้มข้นแต่คัดกรองเชื้อไม่ได้  กระตุ้นพรรคร่วมอย่ายอมตายเพื่อระบบประยุทธ์ "ไทยไม่ทน" แนะทุกฝ่ายก้าวข้ามบิ๊กตู่สู้ไวรัส เตือนระวังคนทนไม่ไหวไล่ 3 ป. ไม่มีแผ่นดินอยู่ "ปชป." จี้นายกฯ ลงดูเยียวยาให้ ปชช.เอง "ยิ่งลักษณ์" โผล่ซัดรัฐบาลขาดวิสัยทัศน์ทำแพทย์หมดกำลังใจ บอกหดหู่คนตายข้างถนน
    เมื่อวันที่ 22 ก.ค. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ว่า โควิดถือเป็นวิกฤติของชาติ แต่การแก้ปัญหารัฐบาลยังไม่ถูกจุด เหมือนไม่รู้ปัญหา การล็อกดาวน์ที่รัฐบาลออกมาล่าสุดเป็นการแก้ปัญหาแบบโง่ๆ ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ยังคงมีความคิดเดิมๆ และเชื่อว่าไม่สามารถลดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสได้ การใช้มาตรการล็อกดาวน์แบบเข้มข้น แต่กลับไม่มีการตรวจคัดกรองหรือแยกผู้ติดเชื้อออกจากชุมชนได้ ไม่มีทางแก้ปัญหาการติดเชื้อได้อย่างแน่นอน 
    นพ.ชลน่านกล่าวว่า ล่าสุดรัฐบาลจะอนุญาตให้มีการตรวจหาเชื้อได้ แต่ยังอยู่ในการดูแลของบุคลากรทางการแพทย์ จึงเป็นปัญหาเพราะตรวจได้น้อย ทำไมไม่สอนวิธีการตรวจให้อาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) เพื่อไปตรวจให้ประชาชนในพื้นที่ หากพบผู้ติดเชื้อสามารถคัดแยกผู้ติดเชื้อออกจากชุมชน พร้อมส่งให้แพทย์เพื่อทำการรักษาได้ การตรวจหาเชื้อต้องตรวจให้มากที่สุด เพื่อนำผู้ติดเชื้อออกมาให้มากที่สุด อย่ากลัวตัวเลขผู้ติดเชื้อจะพบกี่หมื่นคน เพราะยิ่งตรวจมากยิ่งแก้ปัญหาได้ไว
    "ผลจากระบอบประยุทธ์ที่บริหารประเทศที่ผิดพลาดมาตลอด ได้ทำลายประเทศอย่างย่อยยับในรอบหลายสิบปี ทำลายระบบสาธารณสุขย่อยยับ จนถึงขั้นล่มสลาย ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ถึงเวลานี้ต้องถามพรรคร่วมรัฐบาลว่าจะยอมตายเพื่อ พล.อ.ประยุทธ์หรือจะยอมตายเพื่อประชาชน คุณจะยอมตายเพื่อใครถามหน่อย ในเมื่อนักการเมืองทุกคนมาจากประชาชน ไม่ได้มาจากระบอบประยุทธ์ หากคิดถึงแต่ผลประโยชน์ที่รัฐบาลจัด ถือว่าเป็นการทรยศหักหลังประชาชน เมื่อคุณมาจากประชาชน แต่กลับเลือกปกป้อง พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เลือกปกป้องประชาชน ถามหน่อยประชาชนที่ไหนเขาจะเลือกคุณ”นพ.ชลน่านกล่าว
    นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ส.ส.หนองคาย และคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องหัดรับฟังเสียงของประชาชนและต้องฟังเสียงเรียกร้องจากภาคธุรกิจ รวมถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์และข้อเสนอแนะ เมื่อฟังแล้วก็ต้องนำไปพิจารณาแก้ไข เพราะคนที่ลำบากที่สุดในขณะนี้คือประชาชนและภาคธุรกิจ ที่ต้องทนแบกภาระมากว่าปีแล้ว โครงการและนโยบายต่างๆ น่าจะต้องเป็นการช่วยเหลือและสนับสนุนให้ธุรกิจอยู่รอด ไม่ใช่ไปซ้ำเติมหรือไปเพิ่มต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ
    "ประเทศไทยได้เริ่มทำแซนด์บ็อกซ์ในแต่ละจุดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นที่จังหวัดภูเก็ตหรือที่เกาะสมุย ดังนั้นจึงควรพิจารณาทำ แซนด์บ็อกซ์ในจังหวัดชายแดนต่างๆ ด้วย ตามความพร้อมก็น่าจะเป็นไปได้ โดยน่าจะอนุญาตให้ประชาชนในประเทศเพื่อนบ้านที่ฉีดวัคซีนครบแล้วสามารถเดินทางข้ามประเทศเข้ามาได้ เพื่อส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยพิจารณาในแต่ละจังหวัดที่กับติดชายแดนและมีการค้าขายกันมาก" คณะทำงานเศรษฐกิจ พรรค พท.ระบุ 
    ส่วนนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ แกนนำกลุ่มไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย กล่าวว่า การแพร่ระบาดโควิด-19 ในประเทศไทยกำลังเข้าสู่จุด chaos หรือกำลังเข้าสู่ความโกลาหลวุ่นวาย จึงขอเสนอแนวทางรับมือกับความโกลาหล 1.ประชาชนต้องก้าวข้ามพล.อ.ประยุทธ์ไปได้แล้ว เพราะหมดสิ้นสภาพความเป็นผู้นำประเทศจากการบริหารจัดการโรคระบาดที่ผิดพลาดล้มเหลว 2.ประชาชนต้องรู้รักสามัคคี ปรองดองกัน ไม่แบ่งแยกสีเสื้อ แม้คิดต่างทางการเมืองก็ต้องร่วมแรงร่วมใจกันนำพาชาติบ้านเมืองผ่านวิกฤติให้ได้ 3.สธ.จะต้องระดมฉีดวัคซีนไม่ว่ายี่ห้อใดก็ตามให้ครอบคลุมให้มากที่สุด และเร่งรีบจัดหาวัคซีนหลักที่มีระสิทธิภาพต้านไวรัสกลายพันธุ์ ให้กับแพทย์ พยาบาล บุคลากรสาธารณสุข อสม. คนงาน  ภารโรง สัปเหร่อ ที่ทำงานด่านหน้าทุกคนโดยเร็วที่สุด 
    4.จะต้องหามาตรการช่วยเหลือเยียวยา บรรเทาความเดือดร้อนประชาชน เหมือนที่สั่งลดค่าเทอมและค่าใช้จ่ายในมหาวิทยาลัยรัฐและเอกชน เช่น ประกาศยกเลิกเก็บค่าสาธารณูปโภค ไฟฟ้า น้ำประปา อย่างน้อย 1 ปี จนกว่าโรคระบาดซาลง 5.ต้องปฏิรูปประเทศ ทุกสถาบัน ทุกองค์กร และทุกด้าน เมื่อสถานการณ์และกาลเวลาผ่านไปจะต้องปรับตัว เพื่อให้ดำรงอยู่ได้และพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นในสภาวะแวดล้อมที่แปรเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา และ 6.เมื่อถึงจุดเปลี่ยน ประชาชนลุกขึ้นมาขับไล่กลุ่ม 3 ป.และลิ่วล้อ จะต้องถูกเช็กบิล ไม่มีแผ่นดินอยู่ในวาระสุดท้ายของชีวิต  
    "พล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออกไปแล้วให้ผู้นำคนใหม่เข้ามาปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ในการแก้ปัญหาโรคระบาด จึงจะสามารถกอบกู้สถานการณ์กลับมาได้ แต่หาก พล.อ.ประยุทธ์ซึ่งหมดสภาพไปแล้วเหมือนซากศพเดินได้ยังกุมบังเหียนประเทศชาติต่อไป จะมีประชาชนล้มตายเป็นใบไม้ร่วงอีกเป็นจำนวนมาก"
    ขณะที่นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า มีการประเมินการล็อกดาวน์คราวนี้จะเกิดการสูญเสียทางเศรษฐกิจวันละประมาณ 3,500-4,500 ล้านบาท การเยียวยารอบนี้ภาครัฐควรเน้นมาตรการและกลไกที่ตอบสนองต่อการแก้ปัญหาได้จริง โดยภาครัฐต้องเน้นช่วยคนที่เดือดร้อนมากที่สุดก่อน ต้องมีมาตรการเสริมรายได้ลดรายจ่ายให้ชัดเจนเป็นรูปธรรม 3.ต้องช่วยธุรกิจ SME อย่างจริงจัง ต้องใช้กลไกทางการเงินการคลังแบบยาแรง เพื่อช่วยเหลือธุรกิจไม่ให้ปิดกิจการ และต้องเร่งใช้เงินกู้ 500,000 ล้านบาทให้เกิดผลสัมฤทธิ์ช่วยเหลือเยียวยาและฟื้นฟูได้จริง
    “ขอให้นายกฯ ในฐานะประธาน ศบค. ลงมาติดตามการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนกลุ่มต่างๆ ในครั้งนี้ด้วย เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตต่อไปได้ในสถานการณ์ที่ยากลำบากอย่างมากในขณะนี้” รองหัวหน้าพรรค ปชป.กล่าว
    วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า รู้สึกหดหู่ สะเทือนใจ และแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเลยว่ามีพี่น้องประชาชนคนไทยต้องเสียชีวิตบนท้องถนน ไร้การเหลียวแล จึงขอตั้งคำถามไปยังรัฐบาลว่าปล่อยให้ประเทศเดินมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ทำไมรัฐบาลทำให้ประชาชนต้องเผชิญชะตากรรมที่เลวร้ายเช่นนี้ ทั้งที่เป็นหน้าที่ของรัฐบาลโดยตรงในการดูแลประชาชน อีกทั้งยังทำให้บุคลากรด่านหน้า แพทย์ พยาบาล หมดขวัญกำลังใจ อ่อนล้า ขาดหลักประกันที่ดีเพราะไม่มีวัคซีนที่มีคุณภาพเพียงพอในการเป็นเกราะปกป้องโรคร้าย
    "รัฐบาลไม่ได้วางแผนให้รอบคอบ รัดกุม ขาดวิสัยทัศน์ในการรับมือกับวิกฤติโรคระบาดในระยะยาว มีแต่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยเฉพาะการบริหารระบบสาธารณสุขที่มีการรวบอำนาจ แต่กลับบริหารผิดพลาด ขาดแคลนเตียง ไร้การตรวจเชิงรุกที่มากพอ วัคซีนไม่ทั่วถึง และคุณภาพเป็นที่กังขา แต่ พล.อ.ประยุทธ์กลับไม่เคยน้อมรับความผิดพลาดและขอโทษ มิหนำซ้ำยังกลับมอง ว่าประชาชนทำตัวเป็นภาระ ทั้งๆ ที่เกิดจากความหละหลวมของรัฐบาล" น.ส.ยิ่งลักษณ์ระบุตอนหนึ่ง
    ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ประธานคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ  องค์กรมหาชน และกองทุน กล่าวหารัฐบาลใจดำอำมหิต ผลักภาระให้ประชาชน พร้อมทั้งเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์สั่งรัฐวิสาหกิจแบ่งเบาภาระประชาชนว่า รัฐบาลช่วยเหลือประชาชนทุกเรื่อง ไม่เคยผลักภาระให้ประชาชน 
    เข่นเดียวกับนายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯ ทำทุกอย่างเพื่อประชาชน และไม่เคยคิดผลักภาระให้กับประชาชน ก่อนที่นายจิรายุจะมากล่าวหานายกฯ ว่าใจดำอำมหิต ให้ย้อนดูตัวเองและพรรคเพื่อไทยด้วยว่ามีความอำมหิตหรือไม่.


"ฝ่ายค้าน" นี่ วันๆ ขยันอ่านแต่รัฐธรรมนูญนะ อ่านหาช่อง ว่ามีมาตราไหนใช้เป็นเหตุให้ "พลเอกประยุทธ์" พ้นวงจรการเมืองได้บ้าง?

นายกฯ "ยิ่งถูกด่า-ยิ่งเด่น"
"อุตสาหกรรมภาพยนตร์"
เรื่องของ"กบเลือกนาย"
แซะจน "เสียมหัก" จนได้
"ก็...ไม่ได้กู้มาโกงนี่ครับ"    
"ข่าวนิมิต" ๒ ป.แตกกัน