'พาณิชย์' จ่อชง ครม. เดินหน้าโครงการประกันรายได้เกษตรกรปีที่ 3


เพิ่มเพื่อน    


26 ก.ค. 2564 นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมฯ กำลังอยู่ระหว่างการจัดเตรียมโครงการประกันรายได้เกษตรกร ปี 3 ตามนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้สั่งการให้เตรียมความพร้อมในในส่วนที่กระทรวงพาณิชย์รับผิดชอบ ประกอบด้วยโครงการประกันรายได้สินค้าเกษตร 4 รายการ คือ ข้าวเปลือก ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปาล์มน้ำมัน และมันสำปะหลัง ส่วนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับผิดชอบประกันรายได้ยางพารา

“กำลังเร่งจัดเตรียมโครงการอยู่ ทั้งการกำหนดราคาประกันรายได้สินค้าเกษตรแต่ละชนิด รวมถึงมาตรการเสริม ที่จะดำเนินการคู่ขนาน เพื่อรักษาระดับราคาสินค้า หากทำเสร็จแล้ว จะเสนอให้คณะกรรมการบริหารจัดการสินค้าเกษตรแต่ละรายการพิจารณา ก่อนที่จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติ โดยจะเริ่มต้นดำเนินการให้เร็วที่สุด หรือประมาณเดือนต.ค.2564 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นช่วงที่ผลผลิตสินค้าเกษตรเริ่มทยอยออกสู่ตลาดแล้ว”นายวัฒนศักย์กล่าว

นายวัฒนศักย์กล่าวว่า ขณะนี้โครงการประรายได้เกษตรกร ปี 2 ที่ดำเนินการจบแล้ว คือ ข้าวเปลือก และยางพารา ส่วนที่ยังดำเนินการอยู่ คือ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปาล์มน้ำมัน และมันสำปะหลัง ซึ่งสินค้าเกษตรแต่ละชนิดราคาปัจจุบันอยู่ในระดับสูง และเกษตรกรอยู่ได้ โดยในส่วนของข้าวเปลือก ล่าสุดราคาข้าวเปลือกเจ้าอยู่ที่ตันละ 8,500-8,600 บาท , ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ความชื้น 14.5% กิโลกรัม (กก.) ละ 9.10 บาท , ปาล์มน้ำมัน ทลาย กก.ละ 6.20-7.30 บาท (น้ำมันปาลมดิบ กก.ละ 34-35 บาท) และมันสำปะหลัง กก.ละ 2.50 บาท

รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า การดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรปี 2 ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี สามารถช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายได้ช่วงราคาผลผลิตต่ำกว่าราคาที่ประกันรายได้ โดยมีเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 7.67 ล้านครัวเรือน แบ่งเป็นเกษตรกรผู้ปลูกข้าว 4.5 ล้านครัวเรือน ยางพารา 1.78 ล้านครัวเรือน มันสำปะหลัง 5.2 แสนครัวเรือน ปาล์มน้ำมัน 3.7 แสนครัวเรือน และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 4.5 แสนครัวเรือน

ส่วนราคาประกันรายได้สินค้าเกษตร 5 ชนิดปี 2 มีดังนี้ ข้าวเปลือกเจ้าตันละ 10,000 บาท ข้าวหอมมะลิตันละ 15,000 บาท ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 14,000 บาท ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 11,000 บาท ข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 12,000 บาท ยางแผ่นดิบ กก.ละ 60 บาท น้ำยางสด กก.ละ 57 บาท ยางก้อนถ้วย กก.ละ 23 บาท มันสำปะหลัง กก.ละ 2.50 บาท ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กก.ละ 8.50 บาท และปาล์มน้ำมัน กก.ละ 4 บาท โดยหากราคาซื้อขายต่ำกว่าราคาประกันรายได้ รัฐบาลก็จะโอนเงินส่วนต่างเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.