หัดสงบจิต สงบใจ ให้มากๆ เข้าไว้


เพิ่มเพื่อน    

ถึงจะวังเอ๋ย...วังเวง...หง่างเหง่งย่ำค่ำระฆังขาน อยู่ตามสมควร สำหรับมหกรรมโตเกียว โอลิมปิก เที่ยวนี้ แต่อย่างน้อย...ก็ยังพอได้ซี้ดๆ ซ้าดๆ ซู้ดๆ ซ้าดๆ สำหรับบรรดา คอกีฬา ชาวไทยแลนด์ แดนสยาม ทั้งหลาย ที่หนีไม่พ้นต้อง เซมิ ล็อกดาวน์ หรือ เวิร์ก ฟรอม โฮม อยู่ภายในบ้านใคร-บ้านมัน คือยังพอได้แหกปากร้องตะโกน บิดไป-บิดมา แม้ระหว่างนั้นอาจต้องปอกกล้วยเปลี่ยวในบ้านร้าง ไปตามสภาพ...
                                                         -----------------------------------------------
ยิ่งประเทศไทยของหมู่เฮา สามารถคว้าเหรียญทองมาได้ตั้งแต่ไก่เพิ่งเริ่มโห่ จากฝีมือ หรือฝีตีน ของคุณน้อง เทนนิส-พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ เมื่อช่วงวัน-สองวันที่ผ่านมา ก็ยิ่งเป็นอะไรที่ช่วยกระตุ้นต่อมต่างๆ ภายในร่างกาย ไม่ให้ถึงกับ แห้งง์ง์ง์ หรือหดหู่ ห่อเหี่ยว อันเนื่องมาจากการออกฤทธิ์ ออกเดช ของท่านเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ เดลตา ที่ช่างมาแรง แซงโค้ง ไม่คิดจะหัวตก ไม่คิดจะเหี่ยวปลาย เอาเลยแม้แต่น้อย และก็คงไม่ใช่แต่เฉพาะบรรดา ทวยไทย เท่านั้น แต่ ทวยอื่นๆ ที่เคยปากเก่ง ปากกล้า เอาไป-เอามาแล้ว...ชักจะ ขาสั่น พั่บๆๆ ไปด้วยกันทั้งสิ้น...
                                                           ----------------------------------------------
    อย่างเช่นคุณพ่ออเมริกา...ที่กักตุน วัคซีน ยี่ห้อเทพทั้งหลาย เอาไว้ฉีด เอาไว้อาบ ชนิดมากกว่าจำนวนประชากรของตัวเองไปแล้วไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า โดยหลังจากฉีดวัคซีนไปแล้วจะกี่เปอร์เซ็นต์ต่อกี่เปอร์เซ็นต์ก็ตามแต่ ชักเริ่มออกอาการกร่าง ตามแบบฉบับอเมริกันชน ถึงขั้นผู้นำประเทศออกมาชี้แนะ ชี้นำ ประชาชนพลเมืองของตัวเอง ว่าไม่จำเป็นที่ต้องสวมหน้ากาก ไม่ต้องเว้นระยะห่าง ไม่ต้องเวิร์ก ฟรอม ฮง ฟรอม โฮม ใดๆ ต่ออีกแล้ว สามารถพ่นละอองเรณูใส่ใครต่อใครในแบบไหนก็ย่อมได้ เช่นเดียวกับอังกฤษที่ถึงกับกล้าประกาศวันฟรีดอม เดย์ หลังจากไล่จิ้ม ไล่ทิ่ม วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ให้กับบรรดาผู้ดีอังกฤษไปแล้วกว่าค่อนประเทศ...ฯลฯลฯ
                                                               ------------------------------------------------
    แต่มาถึงทุกวันนี้...เห็นว่า ชักต้องเริ่มหันมาเตือน หันมาย้ำ หันมาชี้แนะ ชี้นำ ให้กลับไปสวมหน้ากากกันอีกซะแร้น สำหรับคุณพ่ออเมริกา ด้วยเหตุเพราะตัวเลข จำนวน ผู้ติดเชื้อ ที่มันเด้งกลับมา ระดับเป็นหมื่นๆ แสนๆ ใกล้ๆ กับช่วงการระบาดสูงสุดเมื่อปลายปีที่แล้ว แม้ว่าด้วยความเป็น วัคซีนเทพ จะพอช่วยไม่ให้ตายโหง ตายห่า เด๊ดสะมอเร่ย์ อิน เดอะ เท่งทึง ไปก่อนกำหนดการ แต่ก็ทำให้บรรดา ผู้ป่วย ที่ต้องเข้าไปหาทางเยียวยา รักษา ในโรงพยาบาล มันมีจำนวนเพิ่มขึ้นๆ จนระบบสาธารณสุขอเมริกา อาจ เอาไม่อยู่ วันหนึ่ง วันใด ขึ้นมาก็ไม่แน่...
                                                              --------------------------------------------------
    ส่วนอังกฤษ...ก็คงไม่ต่างอะไรไปจากกันนั่นแหละทั่น ช่วงหลังวันฟรีดอม เดย์ วันแห่งอิสรภาพ เสรีภาพ ในการปลดปล่อยตัวเอง จากมาตรการคุมเข้มของรัฐ ชักทำท่าอาจกลายสภาพเป็น วันแห่งมรณภาพ เอาเลยก็เป็นได้ เพราะจำนวนผู้ติดเชื้อมันเด้งกลับมาอยู่ที่ 4 หมื่น 5 หมื่น เกือบจะครึ่งแสนเอาเลยถึงขั้นนั้น หรือสรุปง่ายๆ ว่า...ใครก็ตามที่คิดจะไป ซ่า ไป กร่าง กับท่านเชื้อไวรัสโควิด-19 ล้วนแล้วแต่มีสิทธิ์หงายท้องตึงและหลับกลางอากาศได้เสมอๆ ด้วยเหตุนี้...สำหรับบรรดา ทวยไทย หรือชาวไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮาทั้งหลาย ก็พึงเจียมเนื้อ เจียมตัว เอาไว้ก่อนนั่นแหละดี...
                                                                  ---------------------------------------------------
    ยิ่งจำนวน ผู้ติดเชื้อ ยังคงทำ นิวไฮ ไม่ยอมหยุด เห็นว่า...พุ่งขึ้นไประดับหมื่นห้า เกือบหมื่นหก จะถึงสองหมื่น สามหมื่น อย่างที่พวกมองโลกในแง่ร้าย เขาคาดๆ เอาไว้หรือไม่ อย่างไร ก็ยังมิอาจสรุปได้ การระมัดระวังตัวของตัวเองเอาไว้ให้จงหนัก หมั่นล้างมือ-ล้างไม้ สวมหน้ากากซัก 2 ชั้น 3 ชั้น เกิดพึงใจ พอใจ ใครต่อใครขึ้นมา ก็หันไปใช้ ไม้เขี่ย ไปพลางๆ อย่าถึงกับต้องไปพันพัว นัวเนีย หนุบๆ หนับๆ เขาจับ เขาจี๋ จนอาจต้องกลายเป็น ภาระ ไม่ว่าของ รัฐบาล หรือของคุณหมอ คุณพยาบาล ที่น่าจะเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า ชนิดสายตัวแทบขาด แต่ก็ยังยืนหยัดอยู่ใน หน้าที่ และ ความรับผิดชอบ อย่างน่าเวทนา น่าเห็นใจ เอามากๆ...
                                                                   ------------------------------------------------
    คือต้อง อัตตาหิ-อัตโนนาโถ หรือ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน เอาไว้ก่อนนั่นแหละ เข้าท่าที่สุด ไม่ว่าในแง่ร่างกาย หรือจิตใจ ก็ตาม อย่าเสียเวลาไปด่าว่า ด่าทอ ใครต่อใครให้ต้องเสียแรงอก ที่ไม่เพียงแต่ไม่สามารถทำร้าย ทำลายผู้อื่น ได้ตามที่ตัวเองปรารถนาและต้องการ แต่กลับจะเป็นการ ทำร้ายตัวเอง ไม่ว่าทางกายภาพ หรือทางอารมณ์-ความรู้สึก ได้ง่ายๆ สู้หันมาแหกปาก ร้องตะโกน เชียร์บรรดานักกีฬาโอลิมปิก ไม่ว่าชาติไหนต่อชาติไหน ตาม รสนิยม ของใคร-ของมันไปตามสภาพน่าจะสนุกกว่ากันเยอะเลย ยิ่งเป็นนักกีฬาไทยแลนด์ แดนสยาม ด้วยแล้ว ยิ่งเป็นอะไรที่ซี้ดๆ ซ้าดๆ ซู้ดๆ ซ้าดๆ ได้แบบเต็มเม็ด เต็มสูบ โดยไม่จำเป็นต้องทำร้าย ทำลายผู้อื่น แถมยังส่งผลให้เกิด ความมันซ์ซ์ซ์ ต่อตัวกูเอง มากบ้าง-น้อยบ้าง สนุกกว่าการด่าว่า ด่าทอ ไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า...
                                                                     -------------------------------------------------
    สรุปเอาเป็นว่า...ช่วงระหว่างนี้ คงต้องหัดสงบจิต สงบใจ เอาไว้ให้มากๆ เข้าไว้นั่นแหละดี รอให้มหกรรมกีฬาโอลิมปิกผ่านพ้นไปแล้ว หรือรอให้ท่านเชื้อไวรัสโควิดสายพันธุ์ใหม่ ท่านลดความคึก ความคะนอง ลงไปมั่ง จากนั้น...ใครจะทำอะไรกับใครก็...เชิญญ์ญ์ญ์!!! แต่ในขณะที่ท่านเชื้อไวรัสโควิดท่านยังมาแรง แซงโค้ง อยู่เช่นนี้ ดันแหกปากร้องตะโกน ด่าบิ๊กตู่ หรือด่าใครก็แล้วแต่ นอกจากโอกาสที่ไวรัสจะเข้าปาก เข้าจมูก ติดเชื้องอมๆ แงมๆ จนอาจต้องกลายเป็นสภาพเป็น ณวัตน์ หิวแสง ขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ย่อมได้ คือเจ็บทั้งกาย เจ็บทั้งใจ ชนิดใกล้ ประสาท เข้าไปทุกที แต่ยังกลับไม่สามารถทำอะไรกับ บิ๊กตู่ ได้เลยแม้แต่น้อย สู้หันมา...นะจ๊ะ นะจ๊ะ น่าจะเข้าท่ากว่าเป็นไหนๆ...
                                                                       --------------------------------------------------
    ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก New Testament (อีกครั้ง)... Let every man be sift to hear, slow to speak, slow to wrath.- ขอให้ทุกคนจงฟังให้มาก พูดให้น้อย โกรธให้น้อย...
                                                                       ---------------------------------------------------

                                                           


"ฝ่ายค้าน" นี่ วันๆ ขยันอ่านแต่รัฐธรรมนูญนะ อ่านหาช่อง ว่ามีมาตราไหนใช้เป็นเหตุให้ "พลเอกประยุทธ์" พ้นวงจรการเมืองได้บ้าง?

นายกฯ "ยิ่งถูกด่า-ยิ่งเด่น"
"อุตสาหกรรมภาพยนตร์"
เรื่องของ"กบเลือกนาย"
แซะจน "เสียมหัก" จนได้
"ก็...ไม่ได้กู้มาโกงนี่ครับ"    
"ข่าวนิมิต" ๒ ป.แตกกัน